ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิต “โรคคอตีบ” ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เผชิญการระบาดหนักสุดในรอบหลายทศวรรษ

ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิต "โรคคอตีบ" ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เผชิญการระบาดหนักสุดในรอบหลายทศวรรษ

27 พ.ค. 2569 08:02 น.

ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิต “โรคคอตีบ” ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เผชิญการระบาดหนักสุดในรอบหลายทศวรรษ

ออสเตรเลียยืนยันผู้เสียชีวิตจากโรคคอตีบรายแรกในรอบเกือบ 10 ปี ท่ามกลางการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2534 ทางการเร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลทางตอนเหนือของประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ออสเตรเลียยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากโรคคอตีบ (Diphtheria) รายแรกในรอบเกือบ 10 ปี แม้จะเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ขณะนี้ออสเตรเลียกำลังเผชิญการระบาดของโรคคอตีบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ 

รัฐมนตรีสาธารณสุขนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี เปิดเผยว่า ผลชันสูตรจากห้องปฏิบัติการในต่างประเทศยืนยันว่าชายคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายน ที่โรงพยาบาลรอยัลดาร์วิน มีสาเหตุจากโรคคอตีบ นับเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคนี้รายแรกของออสเตรเลียนับตั้งแต่ปี 2561

รายงานข่าวระบุว่า การระบาดเริ่มถูกประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม หลังพบผู้ติดเชื้อในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี รวมถึงรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เซาท์ออสเตรเลีย และควีนส์แลนด์ โดยจำนวนผู้ป่วยเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 ก่อนพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  

โดยปีนี้ออสเตรเลียพบผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 245 ราย ถือเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2534 โดยส่วนใหญ่พบในชุมชนชาวอะบอริจินในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ราว 60% ของผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี รองลงมาคือเวสเทิร์นออสเตรเลียประมาณ 36% ส่วนที่เหลือพบในเซาท์ออสเตรเลียและควีนส์แลนด์

ขณะที่ทางการออสเตรเลียเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม มีการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 10,400 โดส พร้อมเปิดคลินิกชั่วคราวในเมืองดาร์วิน แคทเธอรีน และอลิซสปริงส์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนและสร้างความตระหนักในชุมชน 

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเน้นย้ำว่า วัคซีนยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการป้องกันโรค ลดการแพร่เชื้อ และลดความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ประชาชน โดยเฉพาะวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้น เข้ารับวัคซีนโดยเร็ว

รัฐบาลกลางยังประกาศจัดสรรงบประมาณ 7.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 170 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนและเพิ่มทรัพยากรด้านสาธารณสุขในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้

ทั้งนี้ โรคคอตีบเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่ผ่านทางเดินหายใจหรือการสัมผัสผิวหนัง โดยชนิดที่กระทบระบบทางเดินหายใจอาจทำให้เจ็บคอ มีไข้ หายใจลำบาก และเป็นอันตรายถึงชีวิต ส่วนชนิดที่ผิวหนังมักทำให้เกิดแผลติดเชื้อเรื้อรังและหายช้า แต่โดยทั่วไปมีความรุนแรงน้อยกว่า.

ที่มา BBC

Leave a comment