มาเลเซียเริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีโซเชียลมีเดีย

มาเลเซียเริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีโซเชียลมีเดีย

1 มิ.ย. 2569 11:47 น.

มาเลเซียเริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีโซเชียลมีเดีย

มาเลเซียเดินหน้ามาตรการคุ้มครองเยาวชนในโลกออนไลน์ เริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียแล้ววันนี้ (1 มิ.ย.)  พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต้องติดตั้งระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งาน หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปรับสูงสุด 10 ล้านริงกิต หรือราว 82 ล้านบาท

มาเลเซียได้เริ่มบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ในการสั่งห้ามเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี สร้างหรือเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพื่อยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยทางดิจิทัลให้แก่เยาวชน

กฎข้อบังคับใหม่นี้ระบุให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ต้องนำระบบยืนยันอายุมาใช้งานอย่างจริงจัง และต้องบล็อกไม่ให้ผู้ใช้งานที่อายุไม่ถึงเกณฑ์สามารถสร้างบัญชีได้ โดยกฎหมายจะครอบคลุมเฉพาะแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้งานในมาเลเซียตั้งแต่ 8 ล้านคนขึ้นไป ซึ่งรวมถึง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, TikTok และ ยูทูบ

ทั้งนี้ หากบริษัทเทคโนโลยีรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ อาจต้องเผชิญโทษปรับทางแพ่งสูงสุดถึง 10 ล้านริงกิต (ประมาณ 82 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองที่บุตรหลานสามารถแอบเล็ดลอดหรือซิกแซกไปใช้งานระบบได้ จะไม่ถูกลงโทษตามกฎหมายนี้

รัฐบาลมาเลเซียเน้นย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องเด็กๆ จากเนื้อหาที่เป็นอันตราย, การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ของแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานมากเกินความจำเป็น 

คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (MCMC) แถลงชี้แจงว่า กฎระเบียบนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางไม่ให้เด็กๆ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีดิจิทัลแต่อย่างใด แต่เป็นการตั้งความหวังและกำหนดมาตรฐานให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อภัยอันตรายออนไลน์ และจัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมกับช่วงอายุของผู้ใช้งาน

MCMC ระบุในแถลงการณ์ว่า “มาตรการเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างการปกป้องเด็กๆ ในสภาพแวดล้อมออนไลน์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองอุ่นใจมากขึ้นในการนำพาบุตรหลานรับมือกับความเสี่ยงทางดิจิทัลที่นับวันจะยิ่งซับซ้อน”

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต่างๆ จะต้องนำหลักการ “ออกแบบเพื่อความปลอดภัย” มาใช้ เช่น การป้องกันระบบอัลกอริทึมที่โน้มน้าวใจให้ผู้ใช้เกิดอาการเสพติดหน้าจอ และต้องดำเนินการเชิงรุกในการจัดการกับบัญชีเด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์รวมถึงเนื้อหาที่เป็นภัย อย่างไรก็ตาม บรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกว่าจะปรับเปลี่ยนระบบอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่นี้ ซึ่งทางทางการมาเลเซียจะมีการผ่อนผันระยะเวลาให้แพลตฟอร์มต่างๆ ได้พัฒนาและติดตั้งระบบยืนยันอายุให้เสร็จสมบูรณ์

ด้าน คลารา โกห์ (Clara Koh) ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเมตา เคยออกมาแสดงความกังวลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า การสั่งห้ามแบบเหมารวมสำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปีของมาเลเซีย อาจส่งผลสะท้อนกลับในทางลบ เนื่องจากมันอาจเป็นการผลักดันให้กลุ่มวัยรุ่นหันไปใช้งานแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับการปกป้อง หรือเข้าสู่มุมมืดของอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการควบคุมดูแลแทน โดยเธอระบุว่า ปัจจุบันเมตา เองก็ได้มีการเปิดตัว “บัญชีสำหรับวัยรุ่น” สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งจะจำกัดการติดต่อ, จำกัดเวลาหน้าจอ และจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวยังจุดชนวนความกังวลเรื่อง “ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล”  โดย เบนจามิน โลห์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโมนาช ประจำวิทยาเขตมาเลเซีย กล่าวว่า “มาตรการนี้ดำเนินตามเทรนด์โลกก็จริง แต่ก็น่ากังวลตรงที่มันอาจบีบให้ต้องใช้เอกสารระบุตัวตนที่ออกโดยรัฐบาล เช่น บัตรประชาชน ในการยืนยันอายุ”

โลห์ ประเมินเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์ในประเทศอื่นๆ ข้อจำกัดด้านอายุยังไม่เคยพิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ และการที่ไม่มีบทลงโทษต่อผู้ปกครอง ยิ่งทำให้คนในครอบครัวสามารถช่วยบุตรหลานหลบเลี่ยงกฎหมายได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ชื่อผู้ใหญ่เปิดบัญชีให้แทน ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่หากผู้กำกับดูแลไม่แก้ไข กฎหมายนี้ก็แทบจะไม่มีผลในการหยุดยั้งเด็กๆ จากการเล่นโซเชียลมีเดีย

มาตรการของมาเลเซียเกิดขึ้นในจังหวะที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการแก้ปัญหาผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพจิตและความปลอดภัยของเด็ก โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะลูกขุนในสหรัฐอเมริกาเพิ่งมีคำสั่งให้เมตาและยูทูบ จ่ายเงินชดเชยความเสียหายจำนวนหลายล้านดอลลาร์ จากคดีความที่กล่าวหาว่าการออกแบบฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มมีส่วนทำให้ผู้ใช้งานเยาวชนได้รับอันตราย

ปัจจุบัน หลายประเทศทั่วโลกตื่นตัวในเรื่องนี้อย่างมาก โดยออสเตรเลีย บราซิล และอินโดนีเซีย ได้มีการบังคับใช้หรือประกาศข้อจำกัดด้านอายุในการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไปแล้ว ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, สเปน, เดนมาร์ก, เกาหลีใต้ รวมถึง ประเทศไทย ก็กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและพัฒนาแนวทางในลักษณะที่คล้ายคลึงกันนี้เช่นกัน.

ที่มา Associated Press

Leave a comment