
1 มิ.ย. 2569 12:13 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ระเบิดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดในอินโดนีเซีย ดับอย่างน้อย 5 ราย สูญหายอีก 3 คน
เกิดเหตุระเบิดรุนแรงในจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย คาดมีสาเหตุมาจากระเบิดหรือกระสุนปืนครกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังไม่ระเบิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน บาดเจ็บเกือบ 20 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายสูญหายอีก 3 คน พร้อมตรวจสอบวัตถุระเบิดตกค้างที่ยังพบในพื้นที่
เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นที่ใต้ถุนของบ้านยกพื้นสูงหลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งในหมู่บ้านประมงในเขตเบียก นุมฟอร์ จังหวัดปาปัว ทางตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและมีลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามมาด้วยกลุ่มควันหนาทึบ แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงพังทลายลงทันที 6-9 หลังคาเรือน
พันตำรวจเอก จาห์โย สุการ์นิโต โฆษกสำนักงานตำรวจปาปัว เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า “แหล่งที่มาของระเบิดครั้งนี้ มีข้อสันนิษฐานอย่างรุนแรงว่ามาจากระเบิดหรือลูกปืนครก ที่หลงเหลืออยู่จากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2”
รายงานล่าสุดระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ศพ และมีผู้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเศษซากอาคารอีกอย่างน้อย 19 ราย นอกจากนี้ ทางการยังระบุว่ามีผู้สูญหายอีก 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องจากในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนมนุษย์หลายชิ้นที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งอพยพผู้ประสบภัย พร้อมทั้งประกาศปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ “ลูกปืนครกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2” อีกหนึ่งลูกในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่ายังคงมีอานุภาพพร้อมระเบิดอยู่
แม้ว่าพนักงานสอบสวนจะยังคงทำงานเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด แต่จากการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเบื้องต้นทำให้ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่า เหตุระเบิดอาจเกิดขึ้นในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่กำลังพยายามแกะวัตถุระเบิดดังกล่าว
ชาวบ้านรายหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนามให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “มีรายงานว่าระเบิดลูกนี้ทำงานขึ้นเพราะมีคนตั้งใจแกะมันออก เพื่อจะเอาดินปืนที่อยู่ข้างใน แต่ในระหว่างที่กำลังถอดแยกชิ้นส่วน มันกลับระเบิดสวนออกมา” อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจระบุว่าข้ออ้างนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ และจำเป็นต้องรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทางสำนักงานตำรวจปาปัวจึงได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนในเขตเบียก นุมฟอร์ อยู่ในความสงบ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ในขณะที่ปฏิบัติการค้นหา กู้ภัย และการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป
เหตุการณ์สลดในครั้งนี้เป็นสิ่งย้ำเตือนถึงอันตรายจาก “วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด”จากภัยสงครามในอดีต โดยเกาะเบียกเคยเป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือดอย่างยิ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองดินแดนที่ในขณะนั้นเรียกว่า “ดัตช์อีสต์อินดีส” หรือ หมู่เกาะอินดีสตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ ก่อนที่กองกำลังสัมพันธมิตรจะเปิดฉากโจมตีเพื่อยึดพื้นที่คืน ทำให้ยังคงมีเศษซากยุทโธปกรณ์และลูกระเบิดเก่าถูกค้นพบอยู่เรื่อยๆ แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายทศวรรษก็ตาม
ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันในจังหวัดชวาตะวันตก โดยมีพลเรือน 9 รายรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต 13 คน จากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นระหว่างกองทัพอินโดนีเซียพยายามทำลายกระสุนที่เสื่อมสภาพในหลุมทำลายวัตถุระเบิด.
ที่มา JAKARTA GLOBE / Kompas