‘สุรพล นิติไกรพจน์’ จากม็อบนกหวีด-พยาน ‘ก้าวไกล’ สู่ปธ.ที่ปรึกษาทีมผู้ว่าฯ พรรคส้ม

'สุรพล นิติไกรพจน์' จากม็อบนกหวีด-พยาน 'ก้าวไกล' สู่ปธ.ที่ปรึกษาทีมผู้ว่าฯ พรรคส้ม

‘สุรพล นิติไกรพจน์’ จากม็อบนกหวีด-พยาน ‘ก้าวไกล’ สู่ปธ.ที่ปรึกษาทีมผู้ว่าฯ พรรคส้ม

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.23 น.

ทันทีที่พรรคประชาชนเปิดตัว “ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ ของทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน เสียงวิจารณ์ก็ดังขึ้นมาทันที ทั้งจาก “ด้อมส้ม” บางส่วน และโดยเฉพาะ “คนเสื้อแดง” โดยมีสาเหตุจากบทบาทในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีตของ “ศ.ดร.สุรพล” เอง

“ศ.ดร.สุรพล” จบการศึกษานิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส กลับมาเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนเป็นคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2544-2547 เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2547-2553 เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2568 ถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อาทิ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 ที่ปรึกษากฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ในช่วงวิกฤตทางการเมืองปี 2556-2557 “ศ.ดร.สุรพล” ได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม กปปส. ต่อต้านรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

โดยระหว่างการเคลื่อนไหว “ศ.ดร.สุรพล” ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบทั้งหมดที่เกิดมาจากการเสพติดอำนาจของคุณยิ่งลักษณ์และคุณทักษิณ และก็จะแสดงเจตนาแสดงสัญลักษณ์ด้วยการเป่านกหวีดต่อหน้าคุณยิ่งลักษณ์ในทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อเรียกร้องให้รับผิดชอบและตัดสินใจยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาให้ชาติบ้านเมือง และเพื่อให้มีพลังของสำนึกที่ถูกต้องก็อยากจะเรียกร้อง วิงวอนให้เพื่อน ๆ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทำงานอยู่เป็นประจำกับคุณยิ่งลักษณ์ช่วยกัน ตักเตือน และให้สติกับคุณยิ่งลักษณ์ให้เห็นแก่ชาติบ้านเมือง และร่วมกันกับผมในการเป่านกหวีดต่อหน้าคุณยิ่งลักษณ์”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ นัดตรวจพยานหลักฐานของคู่กรณีในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ปรากฏ ว่า พรรคก้าวไกลได้ยื่นเอกสารบันทึกถ้อยคำของพยานเพิ่มอีก 1 คน คือ “ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์” ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านกฎหมายมหาชน และที่ปรึกษาทางกฎหมายของ กกต.

บางช่วงในบันทึกคำให้การของพยานปากเอก “ศ.ดร.สุรพล” ระบุว่า “…การนำเสนอแนวคิดเพื่อแลกเปลี่ยนผ่านกลไกต่าง ๆ อย่างสันติภายใต้วิถีทางรัฐธรรมนูญ ไม่อาจเป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยแต่ประการใด การกระทำหรือการแสดงความคิดเห็นของพรรคการเมืองที่อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคนั้นจะต้องมีองค์ประกอบของการใช้ความรุนแรงนอกขอบของรัฐธรรมนูญอยู่ การเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายตามวิถีทางรัฐธรรมนูญโดยสันติวิธีด้วยการเสนอร่างกฎหมายย่อมไม่เพียงพอและไม่อาจจะเป็นสาเหตุแห่งการยุบพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้…”

จากม็อบนกหวีด กปปส. สู่ พยานปากเอกพรรคส้ม จึงทำให้บทบาทของ “ศ.ดร.สุรพล” ถูกวิจารณ์จากทั้ง 2 ขั้ว และเมื่อมีชื่อ ปรากฏ เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ ของทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน ของพรรคประชาชน จึงตามมาด้วยเสียงวิจารณ์หนักหน่วงอีกครั้ง

Leave a comment