
LIFE & HEALTH : รู้จัก โรงเรียนพระดาบส..มอบโอกาส สร้างอาชีพให้เยาวชนด้อยโอกาส
วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน “การศึกษาเพื่อสร้างอาชีพ” กลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการโอกาสในการเรียนรู้และมีอาชีพที่มั่นคง
“โรงเรียนพระดาบส” เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของสถานศึกษาที่มุ่ง “สร้างคน สร้างงาน และสร้างอนาคต” โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระประสงค์จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้เข้าถึงการเรียนสายวิชาชีพ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง ควบคู่การปลูกฝังคุณธรรม วินัย และการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่การมีอาชีพและอนาคตที่มั่นคงได้อย่างแท้จริง
.jpg)
ข้อมูลจาก สมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังหลายพื้นที่ เพื่อรองรับเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้สามารถเข้าถึงการเรียนสายอาชีพที่มีคุณภาพและนำไปประกอบอาชีพได้จริง ประกอบด้วย โรงเรียนพระดาบส และโรงเรียนลูกพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่พิเศษ
นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลักสูตรของโรงเรียนพระดาบส ไม่ใช่เพียงการ “สอนให้ทำงาน” แต่คือการ “สร้างคนให้มีคุณภาพ” เน้นการฝึกทักษะวิชาชีพควบคู่กับการฝึกวินัยและคุณธรรม โดยเป็นหลักสูตรประจำ 1 ปี ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแต่งกาย อาหารและที่พักอาศัย รับสมัครนักเรียนที่อายุระหว่าง 18 – 35 ปี
หลักสูตรการเรียนการสอนโรงเรียนพระดาบส (ระยะเวลา 1 ปี) ถูกออกแบบมาให้มุ่งเน้นการฝึกทักษะช่างพื้นฐานที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติก่อนที่จะเลือกเรียนในวิชาชีพเฉพาะทางตามความถนัด และเข้าสู่การฝึกงานจริงในสถานประกอบการ ได้แก่
.jpg)
- 4 เดือนแรก (เรียนพื้นฐานเตรียมช่าง): ฝึกปฏิบัติกลุ่มสมรรถนะเตรียมช่างพื้นฐาน
ในช่วง 4 เดือนแรก (เมษายน-กรกฎาคม) นักเรียนจากทุกหลักสูตรวิชาชีพช่าง และหลักสูตรการเกษตรพอเพียง (ยกเว้นหลักสูตร เคหบริบาล) จะต้องศึกษาหมวดวิชาเตรียมช่างพื้นฐาน เพื่อให้ได้ลองลงมือทำจริง เป็นการฝึกทักษะสำคัญและต่อเนื่องจนเป็นชิ้นงาน ฝึกความเป็นช่างให้สามารถใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้องกับการผลิตชิ้นงาน ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็น และมีความสัมพันธ์กันทุกสาขาช่าง ประกอบด้วย พื้นฐานงานเครื่องมือกล พื้นฐานงานเขียนแบบ พื้นฐานงานไฟฟ้า พื้นฐานงาน ช่างยนต์ พื้นฐานงานอิเล็กทรอนิกส์ พื้นฐานงานควบคุมอมเตอร์ไฟฟ้า & PLC พื้นฐานงานไม้ พื้นฐานงานสี พื้นฐานงานเชื่อม พื้นฐานงานปูน พื้นฐานงานเกษตร และเคหบริบาล
- 5 เดือนต่อมา : ฝึกวิชาชีพเฉพาะทาง นักเรียนจะได้ฝึกปฏิบัติกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะทาง
หลังจากศึกษาหมวดวิชาเตรียมช่างพื้นฐานครบ 4 เดือนแล้ว นักเรียนจึงจะเลือกสาขาที่ตนเองชอบและถนัด (วิชาชีพเฉพาะทาง) และฝึกปฏิบัติวิชาชีพเฉพาะอีก 5 เดือน เป็นการเข้าฝึกวิชาชีพที่เกี่ยวกับมาตรฐานของแต่ละวิชาชีพที่จำเป็นของแต่ละหลักสูตร ใช้ระยะเวลาฝึกอบรมต่อเนื่องและบูรณาการในการสอน โดยเน้นการฝึกปฏิบัติ ตามมาตรฐานความปลอดภัยของไมซ์สเตอร์ และมาตรฐานความปลอดภัยของวิชาชีพ ปฏิบัติตามคู่มือการฝึกเน้นการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องปลอดภัย มีความสามารถปฏิบัติงานจริง และผ่านการประเมินผลการฝึกเพื่อให้มีความพร้อมก่อนการไปฝึกประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ สามารถฝึกนอกเวลาเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์การฝึกวิชาชีพ ช่วยให้ศิษย์พระดาบสที่ขาดโอกาสสามารถนำไปปฏิบัติงานช่วยเหลือครอบครัวต่อไป ได้แก่ หลักสูตรช่างไฟฟ้า, หลักสูตรช่างยนต์, หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกส์, หลักสูตรการเกษตรพอเพียง,หลักสูตรช่างซ่อมบำรุง, หลักสูตรช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร, หลักสูตรช่างเชื่อม ,หลักสูตรช่างก่อสร้าง และหลักสูตรเคหบริบาล
.jpg)
- 2 เดือน: ฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ
หลังจากฝึกวิชาชีพเฉพาะทาง 5 เดือนแล้ว นักเรียนจะต้องผ่านการฝึกงานในสถานประกอบการอีก 2 เดือน (มกราคม-กุมภาพันธ์) เพื่อเปิดโอกาสให้ศิษย์พระดาบสได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้สัมผัสกับการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย การใช้เครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ทันสมัย และบรรยากาศการทำงานร่วมกัน ส่งเสริมการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดความมั่นใจและเจตคติที่ดีในการทำงาน และการประกอบอาชีพอิสระ
- 1 เดือนสุดท้าย : ทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ฝีมือแรงงาน ก่อนจบการศึกษาและออกไปประกอบอาชีพ
ช่วง 1 เดือนสุดท้าย (มีนาคม) เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนสำเร็จการศึกษา ออกสู่โลกของการทำงานการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ตามสาขางานที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษา “ประกาศนียบัตรพระดาบส” จากโรงเรียนพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แล้ว 48 รุ่น ระหว่างปีการศึกษา 2542-2568 จำนวน 2,942 คน สำหรับในปีการศึกษา 2569 เป็นรุ่นที่ 49 มีนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 107 คน
.jpg)
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงเรียนพระดาบสได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง ผ่านการสร้างคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และคุณธรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะยังคงเป็นพลังสำคัญในการสานต่อภารกิจแห่งการสร้างอาชีพและสร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน
ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5 เพื่อโครงการให้ 1 ได้ 2โรงเรียนพระดาบส
เพื่อร่วมส่งเสริมการศึกษาและเสริมสร้างวิชาชีพให้แก่เยาวชนไทย บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้ แบรนด์ “POP” เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเยาวชนคุณภาพจากรากฐานที่มั่นคงบริษัทฯได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้อาชีพของนักเรียนโรงเรียนพระดาบส ด้วยการสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5” เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆที่ด้อยโอกาส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยเมื่อๆ นี้ ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนการศึกษาเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน โครงการให้ 1 ได้ 2 โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นผู้รับมอบ ณ สำนักงานองคมนตรี
.jpg)
และในโอกาสนี้ ชวิศ ยงเห็นเจริญ ยังได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี สมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส และ วิทูล สายแก้ว หัวหน้าหลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ พาเยี่ยมชมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพของศิษย์พระดาบส ณ โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
.jpg)
ผู้สนใจร่วมสนับสนุนด้านการศึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อมูลนิธิพระดาบส โทร. 02-282-7000 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ มูลนิธิพระดาบส http://www.phradabos.or.th facebook: โรงเรียนพระดาบส สมุทรปราการ