
โพลโค้งแรกชนะทุกเขต ชัชชาตินำลิ่ว ฝ่ากระแสระบบอากง
วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
โพลโค้งแรกชนะทุกเขต ชัชชาตินำลิ่ว ฝ่ากระแสระบบอากง ‘อนุชา’โหมลุยหาเสียง
นิด้าโพลเผยผลสำรวจโค้งแรกศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.แชมป์เก่า“ชัชชาติ” ยังนำคู่แข่งไม่เห็นฝุ่นทุกกลุ่มเขตการปกครอง ขณะที่เจ้าตัวท้าทาย “จิรายุ” เปิดหลักฐานปมฉาวผอ.เขตคุกคามทางเพศลูกน้องไม่เชื่อมีระบบอากง เย้ยแค่โวหารที่สร้างขึ้น ส่วน“อภิสิทธิ์”ควง ‘อนุชา’ลุยหาเสียงชูกระตุ้นคนเที่ยว กทม.เพิ่มด้าน“มัลลิกา” จ่อยื่นกกต.สอบป้ายหาเสียงส่อผิดกฎหมาย ด้าน ‘ดร.โจ’ลั่นโพลศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ28มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “โค้งแรกสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2569 จากประชาชนที่มี อายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
โพลโค้งแรก‘ชัชชาติ’ยังมาแรง
จากการสำรวจเมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพฯในการเลือกผู้ว่าฯกทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 67.30 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) อันดับ 2 ร้อยละ 10.20 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ อันดับ 3 ร้อยละ 8.20 ระบุว่าเป็น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) อันดับ 4ร้อยละ 7.30 ระบุว่าเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) อันดับ 5 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)
ขณะที่ อันดับ 6 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) อันดับ 7 ร้อยละ 1.05 ระบุว่า กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)” และร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายภาสพงศ์ ไชยวิริญญะวาณิชย์ (อิสระ) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ) นางสาวลลนา มงคลหัสดินทร์(อิสระ) นายสมชัย เจริญวรเกียรติ (อิสระ) นายประทีป วัชรโชคเกษม (อิสระ) นางสาวศรีรัตน์ ช่างเพ็ชร์ (อิสระ) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
แนวโน้มคนกรุงเลือก ‘สก.อิสระ’
เมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพฯในการเลือกส.ก.พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 29.10 ระบุว่า อิสระ อันดับ 2 ร้อยละ 26.50 ระบุว่า พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 18.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 11.50 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ6.05 ระบุว่า กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว และทีมคนทำงาน ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 6 ร้อยละ 1.15 ระบุว่า กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)” และร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ทีม Better Bangkok พรรคเศรษฐกิจ และไม่ออกไป ใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ผลสำรวจของนิด้าโพลยังชี้แนวโน้มของคนกรุงเทพฯในการเลือกผู้ว่าฯกทม.จำแนกตามกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพฯ ได้แก่ กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือกลุ่มเขตกรุงเทพกลางกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออกกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ ปรากฏว่าคะแนนนิยมของนายชัชชาติ ยังนำมาเป็นอันดับหนึ่งอีกเช่นกัน

‘ชัชชาติ’ท้าแฉคุกคามทางเพศ
ทางด้านความเคลื่อนไหวของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.นั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 9 ให้สัมภาษณ์กรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสส.กทม.พรรคเพื่อไทย โพสต์พาดพิงถึงผู้อำนวยการเขตรายหนึ่ง โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศลูกน้อง ขณะลงพื้นที่หาเสียงว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงก็ขอให้นำมาเปิดเผย เพื่อให้ผู้มีอำนาจดำเนินการได้ทันที พร้อมยืนยันว่าไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ
ยืนยันไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อน
นายชัชชาติ กล่าวว่า ระหว่างที่ตนบริหารงานยังไม่เคยได้รับข้อมูลในประเด็นดังกล่าว และหากมีข้อเท็จจริงปรากฏ ผู้บริหารชุดใหม่ก็ต้องดำเนินการ เพราะกรุงเทพมหานครมีจุดยืนชัดเจนในการไม่ยอมรับการคุกคามทางเพศ ทั้งนี้ กทม. ได้รับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนในระดับที่ดี และเพิ่งได้รับรางวัลด้านความเท่าเทียมจากหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาประเมิน
“มีข้อมูลอะไรเปิดมาเลย จะได้เอาคนที่ไม่ดีออกไป แต่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องระบบอะไรต่าง ๆ นะ มันเป็นเรื่องของบุคคล ถ้ามีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงถูกต้อง ฝ่ายบริหารก็ต้องดำเนินการ” นายชัชชาติ กล่าว
พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในอดีตเคยมีการร้องเรียนลักษณะดังกล่าวหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า หากมีเรื่องร้องเรียนก็มีการดำเนินการทุกกรณี โดยเฉพาะในสถานศึกษาเคยมีการลงโทษถึงขั้นไล่ออกมาแล้ว แต่ในระดับผู้อำนวยการเขตนั้น ตนยังไม่เคยเห็นข้อมูลหรือรับทราบเรื่องดังกล่าว
ส่วนกรณีที่มีผู้มองว่าการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในช่วงเลือกตั้งเป็นการดิสเครดิตหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวลเพราะผู้อำนวยการเขตไม่ได้เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯและหากมีข้อมูลจริงก็ควรนำมาเปิดเผยเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของปลัดกรุงเทพฯหรือผู้บริหารชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการต่อ
ไม่เคยใช้ทีมงานไอโอปั่นเรตติ้ง
นายชัชชาติ กล่าวกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ในการตอบโต้ทางการเมืองว่า ทีมงานของตนไม่มีการจัดตั้ง IO และทำหน้าที่เพียงสื่อสารนโยบายกับประชาชนเท่านั้น
“ไม่มี IO เลย ของเราก็มีทีมงานสื่อสารนโยบายอย่างเดียว เราไม่เคยนิยมการไปกล่าวร้ายคนอื่น เราอยากนำเสนอผลงานของเรา ไม่เคยทำเรื่อง IO เลย อาจจะมีแฟนคลับบางคนที่ไปโจมตีคนอื่น แต่ผมก็บอกว่าอย่าไป เพราะเราดูผลงานเราเป็นหลัก” นายชัชชาติ กล่าว
ย้อนถามระบบอากงคืออะไร
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า การหาเสียงของทีมชัชชาติเป็นการหาเสียงเชิงสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันที่นโยบายและผลงาน ไม่ใช่การทำลายคู่แข่งทางการเมือง เพราะการโจมตีฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เมื่อถามกรณีมีการกล่าวถึง “ระบบอากง” ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังไม่เข้าใจว่าระบบดังกล่าวคืออะไร และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นหลักฐานหรือข้อมูลที่เป็นรูปธรรมรองรับข้อกล่าวหา
“ระบบอากงผมยังไม่เห็นเลยว่าคืออะไร เมื่อวานก็ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรเลย มันเป็นแค่โวหารที่สร้างขึ้นมา การแต่งตั้งโยกย้ายมันมีคนที่ไม่สมหวังอยู่แล้ว คนที่ไม่ได้ตำแหน่งก็อาจจะไม่พอใจแล้วไปกล่าวหาระบบ แต่ไม่ได้ดูตัวเองว่าตัวเองมีความสามารถหรือเปล่า ผมไม่เชื่อว่ามีระบบอากง ผมว่าเลิกพูดเถอะ เมื่อวานที่แถลงมามันก็ไม่เห็นมีข้อมูลอะไรเลย ที่เป็นเนื้อเป็นหนังอะไร ไม่มี” นายชัชชาติ กล่าว
ไม่ท้อโดนโจมตี-แต่สงสารอากง
นายชัชชาติ ยืนยันว่า แนวทางการบริหารงานของตน คือ การคัดเลือกคนดี คนเก่ง และยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต เชื่อมั่นว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินการมีความโปร่งใสและมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
เมื่อถูกถามว่า รู้สึกท้อหรือไม่จากการถูกโจมตีทางการเมืองในช่วงนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่าไม่รู้สึกท้อ เพราะถือเป็นเรื่องปกติของนักการเมือง พร้อมกล่าวติดตลกว่า “สงสารอากง เพราะอากงโดนหนัก” ก่อนย้ำว่า หากมีข้อกล่าวหาใดก็พร้อมชี้แจงตามข้อเท็จจริง
มาร์คควงอนุชาลงพื้นที่หาเสียง
วันเดียวกัน ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. และ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายสกลธีภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และ นางลักขณา ภักดีนฤนาท ผู้สมัคร ส.ก.เบอร์ 4 เขตตลิ่งชัน ลงพื้นที่หาเสียง ได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างคึกคัก
ระหว่างหาเสียง นายอนุชา ได้โชว์ลงมือทำขนมบ้าบิ่น ทำขนมเบื้อง ชิมหมูทอดร้านดัง ซึ่ง ประชาชนบางคนบอกว่า “ไม่เหมือนในทีวี ยังดูเด็กอยู่เลย” ขณะที่แม่ค้า บอกว่า “ไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะเลือกคนนี้แหละ เบอร์ 5” หลังจากนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน มีหลายส่วนที่เราจะสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ โดยใช้แพลตฟอร์มหรือแอปต่างๆเข้ามาช่วย
หนุนทุกพื้นที่ชูความเป็นอัตลักษณ์
นายอนุชา กล่าวว่า ทั้งนี้ ทุกพื้นที่มีอัตลักษณ์เป็นพิเศษ ส.ก.จะเป็นตัวแทนในแต่ละพื้นที่ ตรงนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ เราสามารถชูขึ้นมา ไม่ใช่นักท่องเที่ยวคนไทยอย่างเดียว แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถมาเพิ่มขึ้นไม่ใช่เที่ยวแค่กรุงเทพชั้นใน แต่ออกมาเที่ยวชั้นนอกก็เห็นธรรมธรรมชาติ และมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่เห็นอยู่ในตลาดทั่วไป
ต่อมา นายอนุชา พร้อมผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง ช่วย นายนภาพล จีระกุล ผู้สมัคร ส.ก.เบอร์ 1 เขตบางกอกน้อย เมื่อเดินทางมาถึงนายอนุชา ได้ไหว้ขอพร อนุสรณ์สถานสมเด็จโตฯ (วัดระฆัง) จากนั้นเดินหาเสียงในตลาด ซึ่งมีแฟนคลับทุกเพศทุกวัย ให้การต้อนรับ ขอถ่ายรูป ส่งเสียงเชียร์ พร้อมบอก เลือกเบอร์ 5 กับเบอร์ 1 แน่นอน
‘มัลลิกา’จ่อยื่นกกต.สอบป้ายหาเสียง
ส่วนนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 กล่าวกรณีพบป้ายหาเสียงผิดกฎหมายว่า ผู้สมัคร ส.ก. หลายคนส่งเรื่องเข้ามาให้ เบื้องต้นอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ 2 เรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกติกาการเลือกตั้งคือป้ายหาเสียงที่ติดตามรถไฟฟ้าขนาดเกินกฎหมายกำหนด และป้ายที่ติดบนรถเมล์ มีความกว้าง ความยาว ความสูง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ มีหลักฐานแล้วว่าวิ่งทั่วกรุงเทพฯ คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้ข่าวว่าเป็นอดีตรองผู้ว่าฯกทม.และยอมรับว่าเป็นคนติดเองบนรถเมล์
“ขอฝากเลขา กกต. และประธาน กกต. ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง อยากให้กกต.เข้าไปไต่สวนตรวจสอบทำให้เกิดมาตรฐานเรื่องการหาเสียงอย่างเท่าเทียมกันจะมัวแต่เกรงใจคนที่เป็นมาก่อน กลับไม่เกรงใจผู้มาต่อกร สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง อยากให้ กกต. ที่มีความโปร่งใส และเป็นธรรมที่สุด ทำทุกอย่างให้ความเป็นกลาง และไม่เกิดลักษณะที่เสียเปรียบ ทั้งนี้จะส่งข้อมูลให้ กกต.ตรวจสอบต่อไป”นางมัลลิการะบุ
ดร.โจลงพื้นที่เสียงตลาดอ.ต.ก.
ขณะที่เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาชนหมายเลข 10 พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ผู้สมัครส.ก. เขตจตุจักร พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียง เพื่อนำเสนอนโยบายด้านต่างๆ โดยเฉพาะค้าขายง่าย ส่งเสริมพื้นที่ค้าขาย และหวย SMEs
เมื่อถามถึงปัญหาในเขตจตุจักร นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาชุมชนที่เขตจตุจักรยังมีปัญหาขยะตกค้าง และเรื่องน้ำท่วม แต่ตอนตนเป็น ส.ก.สมัยที่แล้วก็มีการแก้ปัญหาไปมากพอสมควร แต่ยังไม่ 100% ขณะที่เรื่องการคมนาคมหรือขนส่งนั้น พื้นที่จตุจักรถือว่าเป็นศูนย์กลางของการขนส่ง ซึ่งยังมีเรื่องรถติดอยู่บ้าง เนื่องจากการเชื่อมต่อยังไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร ยิ่งมีน้ําท่วม รถก็จะยิ่งติด
ลั่นโพลศักดิ์สิทธิ์ที่สุดคือ28มิ.ย.
เมื่อถามว่า มั่นใจในพื้นที่จตุจักรหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้กดดันอะไร จากการลงพื้นที่ร่วมกับผู้สมัคร ส.ก. มีเสียงตอบรับและสนับสนุนจากประชาชนอบอุ่นมาก เราเดินทุกวันทําพื้นที่ของเราให้ดีที่สุด เพื่อทําให้ชีวิตของคนง่ายขึ้น และสื่อสารกับประชาชนว่าจะทําเรื่องเหล่านี้ให้ดีขึ้นอย่างไร หวังว่าพ่อแม่พี่น้องจะให้โอกาส
เมื่อถามถึงผลสำรวจนิด้าโพล โค้งแรกในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 ที่ระบุว่าอันดับที่ 1 คือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับที่ 2 ยังไม่แน่ใจ และนายชัยวัฒน์อยู่อันดับที่ 3 จะทำอย่างไรให้คะแนนตีตื้นขึ้นมาว่า คิดว่าโพลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ วันที่ 28 มิ.ย.ตนและส.ก.ทุกคนจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด นำเสนอแนวทางนโยบายและการทำงานของเราต่อกรุงเทพฯตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้ปะชาชนให้โอกาสเข้าไปทำงาน ซึ่งต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด
เตรียมออกแคมเปญโค้งสุดท้าย
เมื่อถามว่า ยังมีคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร มั่นใจหรือไม่ว่าจะทำให้คนกลุ่มนั้นหันมาเลือกเราได้ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นส่วนที่เราคาดหวัง และหวังว่าจะทำให้กลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจ เล็งเห็นว่าการให้โอกาสพรรคประชาชนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของกรุงเทพฯที่แตกต่างจาก 4 ปีที่ผ่านมา นี่เป็นสิ่งที่เราอยากขอโอกาส
เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายจะมีแคมเปญออกมาให้ประชาชนว้าวหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ขอให้ช่วยติดตาม เราจะมีแคมเปญในแต่ละเฟสออกมาเรื่อยๆ ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ