
10 มิ.ย. 2569 15:51 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ฮ่องกงตั้งข้อหา 7 บุคคล 2 บริษัท คดีเพลิงไหม้อาคารชุด “หวังฟุกคอร์ท” คร่า 168 ศพ
ทางการฮ่องกงสั่งฟ้องดำเนินคดี 7 บุคคล และ 2 บริษัทเอกชน รวม 25 ข้อหาหนัก ซึ่งรวมถึงข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา สมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกง และเลี่ยงภาษี จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ครั้งประวัติศาสตร์ที่เผาวอดอาคารที่พักอาศัย 7 หลังในโครงการอาคารชุด “หวังฟุกคอร์ท” เมื่อปลายปีที่แล้ว จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 168 ศพ
กองบังคับการตำรวจฮ่องกง ร่วมกับคณะกรรมการอิสระป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้ออกแถลงการณ์ร่วมสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย และบริษัทเอกชนอีก 2 แห่ง รวมทั้งสิ้น 25 ข้อหา หลังจากเสร็จสิ้นการสืบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 70 ปีของฮ่องกง
ผู้ถูกสั่งฟ้องในครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัทที่ปรึกษาโครงการ และบริษัทผู้รับเหมาหลัก รวมถึงบุคคลที่มีบทบาทแตกต่างกันในโครงการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่ของอาคารดังกล่าว ซึ่งรวมไปถึงผู้อำนวยการของทั้งสองบริษัท และพนักงานตรวจสภาพอาคารที่ขึ้นทะเบียนของบริษัทที่ปรึกษา แม้ว่าในแถลงการณ์จะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการ แต่รายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโครงสร้างของโครงการนี้คือ “วิลล์ พาวเวอร์ อาร์คิเทกส์” (Will Power Architects) และมีบริษัท “เพรสทีจ คอนสตรัคชัน แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง” (Prestige Construction and Engineering Company) เป็นผู้รับเหมาหลักที่ขึ้นทะเบียนในการปรับปรุงอาคาร
สำหรับข้อหาที่กลุ่มผู้ต้องหาต้องเผชิญ ประกอบด้วยข้อหาร้ายแรงหลายกระทง ได้แก่ ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาแต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน, ข้อหาสมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกง, ข้อหาพยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรม, ข้อหาฟอกเงิน และข้อหาหลีกเลี่ยงภาษี
โศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2025 โดยเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็วคลอกอาคารที่พักอาศัยจำนวน 7 หลัง ภายในโครงการ “หวังฟุกคอร์ท” ย่านต่ายโป ซึ่งเป็นเขตชานเมืองที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นหลายพันคน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 168 ศพ และทำลายชุมชนที่เคยเงียบสงบจนพังพินาศ ซึ่งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา อดีตผู้พักอาศัยและญาติของผู้เสียชีวิตต่างเฝ้ารอคอยคำตอบและความยุติธรรมจากทางรัฐบาลมาโดยตลอด
นายวิกเตอร์ ดอว์ส ทนายความผู้แทนคณะกรรมการอิสระเพื่อสืบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ เปิดเผยข้อมูลชวนสลดก่อนหน้านี้ว่า ในวันเกิดเหตุ “ระบบความปลอดภัยและการป้องกันอัคคีภัยเกือบทั้งหมดของอาคารล้มเหลวโดยสิ้นเชิง” ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าเกิดจากความบกพร่องและข้อผิดพลาดร้ายแรงของมนุษย์ ในระหว่างขั้นตอนการปรับปรุงซ่อมแซมตึก
คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นอุบัติภัยร้ายแรง แต่ยังนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายการทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ โดยเมื่อช่วงสัปดาห์แรก ๆ หลังเกิดเหตุ ทางการได้เข้าจับกุมผู้อำนวยการของบริษัทวิลล์ พาวเวอร์ อาร์คิเทกส์ ไปแล้ว 2 ราย
ต่อมาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 38 คนในข้อหาฆ่าคนตายและฉ้อโกง ซึ่งในจำนวนนี้มี 9 คนที่ถูกสั่งฟ้องไปก่อนหน้า ขณะเดียวกัน หน่วยงานปราบปรามการทุจริต ก็ได้เข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีก 23 คน ประกอบด้วยกลุ่มที่ปรึกษา ผู้รับเหมา และสมาชิกของนิติบุคคลอาคารชุดในข้อหารับสินบนและสมรู้ร่วมคิดเพื่อฉ้อโกง โดยผู้ต้องหาชุดล่าสุดจำนวน 7 คนและ 2 บริษัทนี้ มีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อรับฟังข้อกล่าวหาในช่วงบ่ายของวันนี้ทันที.
ที่มา Associated Press / BBC