
ตั้ง2ผู้เชี่ยวชาญ นั่งกรรมาธิการฝั่งไทย สู้ศึกเขมรถกUNCLOS
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
กองทัพเรือ ย้ำมาตรการ “ปิดด่าน 100%” เผยเห็นผลต่อเนื่องจับ 3 เขมร หนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วน ครม.ไฟเขียว ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศ แอฟริกาใต้-เยอรมนี เป็นคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทย เจรจา UNCLOS โดยมี “สีหศักดิ์-ทรงชัย” เป็นหัวหน้า
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า มาตรการควบคุมชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวดตามนโยบาย “ปิดด่าน 100%” ยังคงส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้เข้าจับกุมชาวกัมพูชา 3 ราย เป็นชาย 1และหญิง 2ราย พร้อมสัมภาระลักลอบเดินเท้าเข้ามาตามแนวสวนลำไย จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าบุคคลทั้ง 3 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งหมดรับสารภาพว่าเดินทางมาจากจังหวัดโพธิสัตย์และจังหวัดไพรแวง ประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่มีงานทำและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา จึงตัดสินใจลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อเข้ามาหางานทำในพื้นที่ จ.จันทบุรี
ทั้งนี้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.สะตอน เพื่อรับไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนและพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัดต่อไป
สำหรับการจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการ “ปิดด่าน 100%” และการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายไม่สามารถใช้ช่องทางปกติได้ และต้องหันไปใช้ช่องทางธรรมชาติ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ในที่สุด กองทัพเรือยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนและควบคุมพื้นที่ชายแดนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดต่อไป พร้อมบูรณาการกำลังกับทุกภาคส่วนในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูตกรุงคูเวตรองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
จากนั้นนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ครม.แต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทยอีก 2 คน ได้แก่Judge Albert Hoffmann ชาวแอฟริกาใต้ และ Judge RudigerWolfrumชาวเยอรมัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคน ทางกระทรวงการต่างประเทศคัดเลือกมาเป็นอย่างดีโดยทั้งสองเป็นอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศอยู่แล้ว ถือว่าเป็นที่ยอมรับและมีประสบการณ์
ทั้งนี้เมื่อฝ่ายไทยและกัมพูชามีผู้ประนอมครบฝ่ายละ2คนแล้ว ก็ต้องหาคนที่ 5 มาเป็นประธานเพื่อทำงานระหว่างกัน โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน1เดือน จึงจะเริ่มพูดคุย
นายสีหศักดิ์ กล่าวยืนยันว่าขอบเขตหน้าที่ของคณะประนอมไม่ใช่ศาล ผลการทำงานจะสนับสนุนแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ และฝ่ายไทยต้องไปคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่ออีก แต่สิ่งที่เราคิดว่า ขอบเขตของการประนอม ควรจำกัดในเบื้องต้น คือเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการให้พูดคุยเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมนั้น ตนคิดว่าไม่ควร แต่ควรจะเน้นในเรื่องเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน เมื่อถามว่าใครจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องข้อเสนอของกัมพูชา ในเมื่อสองประเทศเห็นไม่ตรงกัน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คณะประนอมต้องไปดู พร้อมทั้งย้ำว่าควรเน้นเรื่องเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนให้ถึงที่สุด หลังจากไปพูดถึงเรื่องเขตทับซ้อนว่าทับซ้อนมากแค่ไหน และค่อยดูพื้นที่พัฒนาร่วมใต้ทะเลอย่างไร