
ลั่น300เสียงไม่ต้องซื้อ กรวีร์ท้าปชน. โชว์หลักฐานฝากเลี้ยง
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ลั่น300เสียงไม่ต้องซื้อ กรวีร์ท้าปชน. โชว์หลักฐานฝากเลี้ยง ชี้อย่าทำลายเกียรติสส.
“กรวีร์” ฟาด “ปชน.” ปูดฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้านหลักล้าน ย้ำรัฐบาลเสียงแน่น 300 สส.ไม่จำเป็นต้องซื้อ ย้อนเจ็บ ถามฝ่ายค้านมาประชุมครบ บอกขายตัวทั้งพรรคได้ไหม ท้าคนปูดข่าวเปิดหน้ากางหลักฐาน สว.พิสิษฐ์” สวนเดือด!โต้ “พริษฐ์” ปมคลิปแฉเลือก สว. 67 ยันศาลพิพากษาแล้ว“พกโพยไม่ผิดกฎหมาย” กกต.รับรองแล้ว ตั้งคำถามคลิปหลุดจากสำนวนหรือไม่ ซัดต้องการสร้าง‘ระบอบส้ม’ชี้เป็นเกมดิสเครดิตทางการเมือง “สว.สุนทร”แฉกลับอีกขั้ว!เปิดปมคลิปประชุมเมืองทอง-แลกโหวตขั้วประชาธิปไตย จี้กกต.ตรวจสอบคืนความยุติธรรมสภาสูงประธาน กกต. แจงคดีฮั้ว สว.สอบตามกรอบกฎหมาย ไม่มีดึงเชง ลั่นไม่อืด-ไม่ล่าช้า ขณะที่ กทม.ปล่อยขบวนรณรงค์ Bangkok Vote สู่ 50เขต ปลัดฯชูเลือกตั้ง‘โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม’กำชับเขตวางตัวเป็นกลาง
จากกรณีที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อโฆษก พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีออกมาเปิดเผยว่า มีการฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้านในสภา ไม่ต้องย้ายพรรค แค่นั่งให้ครบองค์ประชุมเท่านั้นและโหวตตามสั่งแลกค่าตอบแทนหลักล้านนั้น
‘กรวีร์’ซัดปชน.ปูดเลี้ยงสส.หลักล้าน
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (ประธานวิปรัฐบาล) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
ได้อ่านข่าวฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ให้นั่งเป็นองค์ประชุม แลกกับเงินตอบแทนหลักล้านบาท โดยระบุว่า ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า พื้นฐานความคิดแบบนี้ มาจากไหน และจะทำไปทำไม การมาประชุมสภาเป็นหน้าที่โดยตรงของสส.ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แล้วทำไมการที่สส.ฝ่ายค้าน มาทำหน้าที่ของตัวเอง จึงกลายเป็น ต้องมีคนจ่ายเงิน เพื่อให้เป็นองค์ประชุม หรือกำลังจะบอกว่าสส.ฝ่ายค้าน ไม่อยากทำหน้าที่ จนต้องมีคนเอาเงินมาจ้าง ให้นั่งประชุมเลยหรอ
ย้ำรบ.300เสียงแน่นไม่จำเป็นต้องซื้อ
“ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่ถูกดูถูกมากที่สุดไม่ใช่รัฐบาล แต่คือ สส.ฝ่ายค้าน ก็พวกท่านเองนั่นละครับ รัฐบาล ปัจจุบัน มีเสียงประมาณ 300 เสียง มีเสถียรภาพเพียงพอในการบริหารประเทศ จึงอยากถามกลับว่า จะต้องไปซื้อสส.ฝ่ายค้านมานั่งเป็นองค์ประชุมเพื่ออะไร”นายกรวีร์ย้ำ และถ้าตรรกะแบบนี้ถูกต้อง วันใดที่สส.พรรคประชาชน หรือฝ่ายค้าน มาประชุมครบทุกคน เราจะสรุปได้หรือไม่ว่า “ขายตัวกันทั้งพรรค?” แน่นอนว่าไม่มีใครยอมรับตรรกะแบบนั้น เพราะมันไร้เหตุผลสิ้นดี
ท้าคนปูดข่าวเปิดหน้ากางหลักฐาน
นายกรวีร์ระบุอีกว่าการมาประชุมสภา คือหน้าที่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีใครมาซื้อ มาจ้าง หรือมาตอบแทนเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นองค์ประชุมที่สำคัญคนพูดเองก็ยอมรับว่าไม่มีหลักฐาน เมื่อไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรกล่าวหาลอยๆ ให้สังคมเข้าใจผิด ทำลายความน่าเชื่อถือของสภา และทำลายเกียรติของเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรด้วยกันเอง
“หากมั่นใจว่าเรื่องนี้มีจริง ขอให้นำหลักฐานออกมาเปิดเผยให้ชัดเจนว่า เป็นใคร พรรคไหน คนใด เกี่ยวข้องอย่างไร หาคนผิดมาให้ชัดเลย แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็ไม่ควรใช้การคาดเดา หรือคำบอกเล่าแบบ เขาว่ากันว่า มาพูดให้สภาเสียหาย การกดคนอื่นให้ต่ำลงมันไม่ทำให้เราสูงขึ้น นะครับ และที่สำคัญ คนที่โดนดูถูก กดให้ต่ำลงไม่ใช่ใคร แต่กลับกลายเป็น เพื่อนพวกพ้อง ของตัวเองทั้งสิ้น”
สวนเดือด! ‘สว.พิสิษฐ์’ โต้ ‘ไอติม’
ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กรณีการนำคลิปวิดีโอวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 มาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่ออ้างว่ามี สว. จำนวน 138 ท่าน จากทั้งหมด 200 ท่าน เกี่ยวข้องกับการพกโพยและส่อไปในทางทุจริต ว่า สิ่งที่นายพริษฐ์กล่าวอ้างนั้น ขัดกับข้อเท็จจริงทางกฎหมาย เนื่องจากศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาไว้แล้วในหมายเลขคดีแดงที่ อท. 13/2568 ว่าการนำโพยหรือเอกสารแนะนำตัว สว.3 เข้าไปในวันเลือกตั้ง “ไม่ถือเป็นความผิด”
“การถือเอกสาร สว.3 เข้าไป แล้วมีการจดเบอร์หรือติ๊กหมายเลขที่เราสนใจจะเลือกไว้ด้านใน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องของการทุจริต และในวันเลือกตั้งระดับประเทศ ตนเองและกลุ่ม สว. ก็ไม่มีลักษณะของการจดโพยเพื่อฮั้วกันแต่อย่างใด” นายพิสิษฐ์ กล่าว
ซัดสร้าง‘ระบอบส้ม’ตั้งคำถามคลิปหลุด
นายพิสิษฐ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตกลับไปยังโฆษกพรรคประชาชนใน 3 ประเด็นหลัก 1.นายพริษฐ์ได้คลิปดังกล่าวมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากคลิปนี้อยู่ในสำนวนของศาลหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การนำออกมาเผยแพร่ได้รับอนุญาตจากใคร และใช้อำนาจตามกฎหมายใด 2.เสียงและภาพพื้นหลังในคลิปที่นำมาเปิดเผย ไม่มีประโยคหรือพฤติกรรมใดที่ชี้ชัดเลยว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต และ 3.พฤติกรรมหวังยอดไลก์ วิจารณ์การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านว่า เป็นพฤติกรรมเพื่อสร้าง “ระบอบส้ม” ที่เน้นเพียงการทำคอนเทนต์ เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ แต่ไม่เน้นข้อเท็จจริง จนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนยอมรับไม่ได้
ชี้เป็นเกมดิสเครดิตทางการเมือง
เมื่อถามว่ากรณีที่คลิปดังกล่าวพาดพิงถึง นายมงคล สุรสัจจะ ประธานวุฒิสภา ว่าเป็นผู้ยื่นเอกสารบางอย่างให้กับ กกต. จนมีกระแสเรียกร้องให้แสดงสปิริตลาออกนั้น นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเอกสารในคลิปคืออะไร นายพริษฐ์ ควรไปถามนายมงคลโดยตรง แต่ตนเชื่อมั่นในกระบวนการของ กกต. ว่าหากมีการกระทำความผิดจริง กกต. คงไม่ปล่อยผ่านมานานถึง 2 ปี และคงไม่ใช้อำนาจรับรองสถานะ สว. ทั้ง 200 คน มาจนถึงปัจจุบัน ยืนยันว่า สว. ทุกท่านเข้ามาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาอย่างถูกต้อง
“ผมมองว่าเรื่องนี้มีสิทธิ์เป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นการโจมตีและ ดิสเครดิตทางการเมือง เนื่องจากนายพริษฐ์ ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือเป็นผู้สมัคร สว. โดยตรง แต่อยู่ในฐานะของพรรคการเมืองที่เข้ามาแก่งแย่งเรื่องนี้” นายพิสิษฐ์ กล่าว
‘สว.สุนทร’ แฉกลับอีกขั้ว!เปิดปมคลิป
ที่รัฐสภา พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สมาชิกวุฒิสภา แถลงเปิดเผยข้อมูลอีกด้านแก่กับสื่อมวลชน เพื่อแสดงให้เห็นว่ากลุ่มตนเองตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่มี สว. อีกกลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมในลักษณะโพยและการตกลงแลกคะแนนเช่นกัน ในวันเลือกตั้ง สว. ระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567) มีรายการโทรทัศน์อย่างน้อย 3 ช่อง นำเสนอข้อมูลกระบวนการได้มาของ สว. กลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกว่ากลุ่ม “แลกโหวตขั้วประชาธิปไตย” โดยมีหลักฐานปรากฏชัดเจนในโลกออนไลน์ ดังนี้ คลิปการประชุมที่เมืองทองธานี: มีภาพการรวมตัวประชุมของกลุ่มผู้สมัคร สว.
ในโรงแรมย่านเมืองทองธานี มีพฤติกรรมการชูมือ ตกลงร่วมมือกันเพื่อให้ได้ตำแหน่ง และท้ายที่สุดมีผู้ฝ่าฝันเข้ามาเป็น สว. ได้ประมาณ 10-20 คน คลิปคำสารภาพของผู้สอบตกกลุ่ม 18 (สื่อมวลชน): สื่อช่องหนึ่งเคยสัมภาษณ์อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 ลำดับที่ 4 ในโพย ซึ่งสอบตกรอบแรก โดยบุคคลดังกล่าวได้เล่าเบื้องหลังกระบวนการ จับมือและข้อตกลงของกลุ่มตนเองไว้อย่างละเอียด
พกโพยแนะนำตัวเข้าคูหาไม่ถือผิดก.ม.
“พยานหลักฐานชุดนี้ ผมได้มาจากรายงานของสื่อมวลชน ไม่ได้ไปเก็บมาจากห้องน้ำ ประชาชนทั่วไปสามารถพิมพ์คำว่า “แลกโหวตขั้วประชาธิปไตย” ในอินเทอร์เน็ตก็ขึ้นมาทันที แต่กลับไม่มีสื่อไหนพูดถึงหรือขยี้ประเด็นนี้เลยทุกคนจ้องเล่นงานแต่ฝั่ง 138 สว. เพียงอย่างเดียว” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว
พล.ต.ต.สุนทร กล่าวต่อว่า
ในฐานะที่ตนเป็นอดีตพนักงานสอบสวน ได้จำแนกข้อเท็จจริงตามหลักกฎหมายโดยเห็นพ้องกับนายพิสิษฐ์ว่า การพกโพยแนะนำตัวเข้าคูหาไม่ถือว่าผิดกฎหมายเพราะไม่มีข้อห้าม แต่สิ่งที่ กกต. ควรเข้าไปตรวจสอบ สว. กลุ่มเสียงข้างน้อย คือพฤติกรรม “การตกลงแลกคะแนนโหวต”
ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุนทร ยังได้ยกตัวอย่างบรรทัดฐานทางคดีที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี ซึ่งในครั้งนั้นศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี กับผู้สมัครที่มีพฤติกรรมตกลงแลกคะแนนกัน ซึ่งถือว่าขัดต่อ พ.ร.บ. เลือกตั้ง ชัดเจน
จี้กกต.สอบคืนความยุติธรรมสภาสูง
เมื่อถามถึงบรรยากาศในวันเลือกตั้ง สว.67 พล.ต.ต.สุนทร กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปกติทุกอย่าง เจ้าหน้าที่กกต. และกล้องวงจรปิดมีอยู่ทุกมุม หากมีการทุจริตซึ่งหน้า กกต. คงไม่ปล่อยให้ผ่านมาจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
“ผมต้องการเรียกร้องความชอบธรรมให้แก่ สว. ทั้ง 138 ท่าน จึงอยากให้ กกต. นำหลักฐานคลิปการรวมตัวที่เมืองทองธานีไปตรวจสอบอย่างเท่าเทียมกัน โดยตนเองได้รวบรวมไฟล์คลิปและหลักฐานทั้งหมดไว้พร้อมแล้ว หาก กกต. ต้องการข้อมูล สามารถติดต่อขอรับเพื่อไปดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที” พล.ต.ต.สุนทรกล่าว
ปธ.กกต.แจงคดีฮั้วสว.ไม่มีดึงเชง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมของ กกต. ถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ที่นักวิชาการวิจารณ์ว่าสุดท้ายจะเอาผิดได้แค่ 20 คนจาก 229 คน ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว ยืนยันว่ากกต.พิจารณาไม่อืดไม่ล่าช้าเป็นไปตามกรอบกฎหมายกำหนด ไม่มีดึงเชง พร้อมย้ำว่าประชุมทุกวันจันทร์ ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ทันที
‘แสวง’ยังไม่ตอบปมเก็บโพย
จากนั้น นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.พยายามที่จะปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงเหตุการณ์วันเลือกสว.26 มิถุนายน 2567 ที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ประธานวิปฝ่ายค้านนำคลิปมาเปิดปรากฏว่า มีกกต.เดินเก็บโพยและเตือนผู้สมัครว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันเลือกสว. กกต.และศาลได้วินิจฉัยหมดแล้ว
เมื่อถามว่าโพยที่เดินเก็บในวันนั้นตอนนี้ยังเก็บไว้อยู่หรือไม่และวันนั้นมีการเรียกประชุมทันทีหรือไม่ นายแสวงไม่ได้ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มและบอกว่ามีประชุม 10.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากิจกรรมของกกต.ที่จัดขึ้นในวันนี้ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. มีกำหนดการจะมาร่วมงานด้วย แต่ได้ยกเลิกก่อนกิจกรรมเริ่มไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากปรากฏข่าวที่นายพริษฐ์เปิดคลิปวันเลือก สว. ที่มีภาพนายฐิติเชฏฐ์ด้วย
กทม.ปล่อยรถรณรงค์เลือกตั้ง 50 เขต
วันเดียวกัน เวลา 08.00 น.ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกิจกรรมแสดงพลังข้าราชการกรุงเทพมหานคร
“รวมพลัง กทม. เลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม” โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) คณะผู้บริหาร กทม. ร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ของข้าราชการและบุคลากร กทม. จำนวนกว่า 700 คน พร้อมปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง Bangkok Vote สู่พื้นที่ 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ
ชูเลือกตั้ง‘โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม’
ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับคณะกรรมการการเลือกตั้งและให้โอวาทแนวทางการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและบุคลากร กทม. โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569 เป็นวาระสำคัญยิ่ง ในฐานะข้าราชการของประชาชน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ยึดมั่นในระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึด “ความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และวางตัวเป็นกลางทางการเมือง” ไม่เอนเอียง ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งท่านใดท่านหนึ่ง และต้องปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และโปร่งใสต่อสายตาของ กกต. และสาธารณชนขอให้ทุกคนร่วมมือกันขับเคลื่อนให้สำเร็จจุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย
ย้ำวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
จากนั้นนายณรงค์กล่าวนำแสดงเจตนารมณ์ ความโปร่งใสและการวางตัว เป็นกลางทางการเมือง โดยมี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมเป็นสักขีพยานใจความ 4 ข้อ 1.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 2.จะวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียง และไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง 3.จะมุ่งมั่นจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของข้าราชการกรุงเทพมหานคร 4.จะร่วมมือร่วมใจ ป้องกันและต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์สุขของชาวกรุงเทพมหานคร และความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย
ชวนประชาชนออกใช้สิทธิเลือกตั้ง
หลังประกาศเจตนารมณ์ปลัดกทม. กกต.กทม. และผู้บริหาร ร่วมปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง โดยโบกธงสัญลักษณ์พร้อมกดแตรสัญญาณปล่อยขบวนรถรณรงค์ Bangkok Vote จากสำนักงานเขตเคลื่อนตัวออกจากลานคนเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปรณรงค์เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 50 เขตต่อไป
นายณรงค์เปิดเผยภายหลังการจัดกิจกรรมว่าสำนักประชาสัมพันธ์ และ กกต.กทม. พยายามสื่อสารไปถึงประชาชนในหลายช่องทาง หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนว่ารณรงค์เลือกตั้งของ กทม. มีน้อยมากแทบจะไม่รู้ว่าวันเลือกตั้งคือวันใด สำหรับบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะใช้บัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้ง สก.จะใช้บัตรสีชมพู ซึ่งเป็นไปตามที่ กกต.กำหนด
สั่งสนง.เขตตลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน
ขณะนี้สำนักงานเขตพยายามประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนอาศัยอยู่ในเขตไม่ถึง 1 ปีจึงไม่มีสิทธิเลือกตั้งสก.ซึ่งประชาชนจะต้องไปแจ้งชื่อที่สำนักงานเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ ติดต่อกันเกิน 1 ปี ภายในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยมอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตลงพื้นที่เคาะประตู เข้าถึงประชาชน ที่ยังไม่เข้าใจ เพื่อสื่อสารให้ทั่วถึง
ขณะที่การย้ายหน่วยเลือกตั้งในบางเขต นายณรงค์กล่าวว่า ได้มีการแจ้งประชาชนในหน่วยเลือกตั้งที่มีการย้ายสถานที่ หากไม่ได้รับความสะดวกให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่เขตพญาไทที่มีการร้องเรียนเรื่องการย้ายหน่วยเลือกตั้ง ตนจะไปตรวจสอบและให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์เพื่อประชาชนเลือกตั้งได้สะดวก
สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปีนี้มีอยู่ 4,500,000 คน ซึ่งขณะนี้ใกล้ถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดและข้อมูลว่าตนมีสิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด เมื่อดูสถานที่ตั้งเรียบร้อยแล้วก็ต้องศึกษาเรื่องการเดินทาง หากจุดใดที่ไม่สะดวกสามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. หรือสายด่วน 1444