
ภท.แจงโยกผู้ว่าฯ2รอง ปัดเล่นละคร ต้องการแก้มาเฟียภูเก็ต แฉบางกลุ่มไม่กลัวก.ม.
วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ภท.แจงโยกผู้ว่าฯ2รอง ปัดเล่นละคร ต้องการแก้มาเฟียภูเก็ต แฉบางกลุ่มไม่กลัวก.ม.
ภูมิใจไทย แจงเด้งพ่อเมืองภูเก็ต2 รองผู้ว่าฯ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไม่ใช่ละครตบตาชาวบ้าน ขณะที่“วรศิษฎ์” รมช.มหาดไทย ย้ำนายกฯสั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ แจงเข้มภูเก็ต เหตุยังมีบางกลุ่มไม่กลัวกฎหมาย หวังจากนี้จะดีขึ้น ด้านรองกุ้งกลับเมืองคอนชาวบ้านต้อนรับกระหึ่ม พระให้พรอย่าท้อมาเพื่อเป็นใหญ่กว่าเดิม สื่อภูเก็ตโร่ร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง ถูกผู้มีอิทธิพล ฟ้องปิดปาก ลิซ่า-ปชน.ตามถล่มโยกย้ายไม่ยั้ง
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา 09.09 น. สำนักข่าวอมรินทร์ รายงานข่าวที่บริเวณลานอุทยานอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครน้อย บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ รองกุ้ง อดีตรองผวจ.ภูเก็ต ซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางมารับตำแหน่งรองผวจ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมารับตำแหน่งรอง ผวจ.นครศรีธรรมราชพร้อมภริยา โดยมีกลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวนมาก แห่เดินทางมารอต้อนรับนายธีระพงศ์ อย่างอบอุ่น จนแน่นบริเวณลานอุทยานอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครน้อยอย่างคึกคัก
กลับมาเพื่อยิ่งใหญ่กว่าเดิม
บางคนถึงกับโผกอดด้วยความดีใจ และมอบช่อดอกไม้ด้วยความยินดี โดยในจำนวนนี้มีพระครูสถิตกาญจนคุณ หรือ พระแบน เจ้าอาวาสวัดจันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางมารอต้อนรับและให้พรนายธีระพงศ์ในครั้งนี้ด้วย
โดยกล่าวให้พรว่า “การกลับมาครั้งนี้มาเพื่อยิ่งใหญ่กว่าเดิม และยังบอกว่าบางทีคนเราถอยมากเกิน เพื่อนก็ได้ใจ อย่าไปท้อ ให้สู้ต่อไปอย่างเต็มที่เพื่อบ้านเมือง เราไม่ใช่คนไม่มีสติแต่เราทำงานอย่างมีสติ อาจารย์ขอให้กำลังใจท่านรองฯอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวอะไร”
นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผวจ.นครศรีธรรมราช ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชทุกท่าน ที่เดินทางมาต้อนรับตนอย่างอุบอุ่นในครั้งนี้จะไม่มีวันลืมและจะตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างสุดกำลังความสามารถอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ขอพูดถึง
รองดุลย์ ย้ายไปสงขลา
ด้าน เพจ phukethotnews รายงานว่า นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ที่ ถ.นางงาม อ.เมือง จ.สงขลา ก่อนเข้ารายงานตัวรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
โดย นายกองเอก อดุลย์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจ ว่า ตลอดเส้นทางการรับราชการ ตนเป็นที่รู้จักในชื่อ “ปลัดอดุลย์” หรือ “รองอดุลย์” ไม่เคยใช้ชื่อเล่น กุ้ง หรือฉายาว่า รองกุ้ง หรือ ปลัดกุ้ง ตามที่มีกระแสข่าวปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ และ ยืนยันไม่ใช่เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงตามกระแสข่าวอย่างแน่นอน ซึ่ง ตนพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ทั้งการกำกับดูแลส่วนราชการ การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”
รู้ตัวว่าต้องถูกย้าย
นายกองเอกอดุลย์ยังบอกว่า หลังได้รับคำสั่งย้ายจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ก็รู้สึกมีความสุขตั้งแต่วันแรกที่ได้รับทราบคำสั่ง แม้จะคาดการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามีโอกาสถูกย้ายตามที่มีการกล่าวถึงในที่ประชุม แต่ไม่ได้รู้สึกตกใจหรือเสียกำลังใจ ซึ่งตำแหน่งรองผู้ว่าฯ เป็นตำแหน่งที่ประชาชนอยากรู้จัก อยากพบเจอ สิ่งสำคัญคือหลังจากเจอแล้ว เขาอยากเจอเราอีกหรือไม่ หากประชาชนพบแล้วไม่พอใจการทำงาน ตนก็ไม่ควรอยู่ แต่ถ้าพบแล้วอยากพบอีก นั่นคือความสุขของการทำงาน
สำหรับยุคปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์สามารถตรวจสอบการทำงานของข้าราชการได้ตลอดเวลา หากทำอะไรผิดเพียงเล็กน้อยก็จะถูกตรวจสอบทันที จึงยินดีเปิดเผยข้อมูลและพร้อมให้สื่อมวลชนตรวจสอบได้ทุกเรื่อง ส่วนกรณีที่มีการเชื่อมโยงการย้ายกับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงในการประชุมนั้นยืนยันว่าไม่ใช่บุคคลที่ถูกกล่าวถึงและในที่ประชุมวันนั้นมีการพาดพิงถึงบุคคลชื่อรองกุ้งขณะที่มีคนพยายามเชื่อมโยงว่าตนชื่อเล่นกุ้ง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่และหากมีความเข้าใจเช่นนั้นเพื่อความเป็นสุภาพบุรุษก็พร้อมให้ตรวจสอบและพร้อมเดินทางตามคำสั่งราชการ
ตกเป็นเป้าถูกโจมตี
ทั้งนี้ตนตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางโซเชียลมาระยะหนึ่ง เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้ปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในจังหวัดภูเก็ต โดยตน รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ปลัดจังหวัดภูเก็ต และนายอำเภอ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันบังคับใช้กฎหมาย ทั้งการจับกุมผู้บุกรุกชายหาดบางเทา การดำเนินคดีกลุ่มบุกรุกป่าไม้บริเวณหาดฟรีด้อม และการตรวจจับอาวุธปืนในสถานบันเทิงที่ป่าตอง ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย
‘รองผู้ว่า รอมดอน’กลับภูเก็ต
ด้าน นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ ซึ่งเป็นขวัญของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ภายหลังได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายจากตำแหน่งเดิม โดยก่อนเข้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายรอมดอนได้เข้าพบนายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อแนะนำตัวและรายงานตัวเข้ารับตำแหน่ง ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตอยู่ระหว่างการเดินทางไปบรรยายพิเศษให้กับคณะนักศึกษาหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 85 ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองภูเก็ต
ซึ่งวันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง นายรอมดอน ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุเพียง ว่า เนื่องจากเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่ง จึงขอรอรับทราบภารกิจและการมอบหมายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก่อน ว่าจะรับผิดชอบงานด้านใดบ้าง
พร้อมยืนยันว่า มีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนชาวภูเก็ตอย่างเต็มที่ และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด
ภท.ยันไม่ใช่ละครตบตา
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีให้สัมภาษณ์ถึงการย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า “วันนี้อย่าทำแค่การเด้งไปนั่น ไปนี่ นี่คือการลงโทษแบบไม่มีใครเชื่อ วัฒนธรรมแบบนี้เลิกได้เลิก ถ้าจะเอากันจริงๆ ถอนรากถอนโคนบอกประชาชนไปเลยว่าผิดอะไร ใครอยู่เบื้องหลัง สาวกันมาให้หมด ถ้านายกรัฐมนตรีจริงใจกับประชาชนจริงเอากันให้ชัด”
นางสาวพลอยทะเลกล่าวย้ำว่า การปรับเปลี่ยนโยกย้ายดังกล่าว เพื่อประโยชน์ทางราชการ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มุ่งแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และตามนโยบายของรัฐบาลทั้งเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเรื่องอื่นๆ ในพื้นที่ที่ยังไม่เรียบร้อย มีปัญหาสะสมมายาวนาน ให้ได้รับการแก้ไขปัญหาในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว
“ตนเองในฐานะคนภูเก็ต เข้าใจและรับรู้ปัญหาในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาจะเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของข้าราชการซึ่งเป็นกลไกลสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นตำแหน่งพ่อเมือง เป็นแม่ทัพใหญ่คอยบัญชาการในแก้ไขปัญหาต่างๆ ตนเองก็พอรู้จักท่านผู้ว่านายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรเป็นผูัที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในพื้นที่มานาน ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งได้ทำงานเพื่อจังหวัดภูเก็ตอย่างเต็มที่ แต่การแก้ไขปัญหาของจังหวัดภูเก็ตยังมีอีกหลายปัญหา ที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องการให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องสลับคนใหม่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อมุมมองใหม่ๆ สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
ต้องแก้ปัญหาภูเก็ตโดยเร็ว
“การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ แต่ย้ายเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในภูเก็ตได้รับการแก้ไขมากยิ่งเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่ละครตบตา หรือเรื่องผลประโยชน์ และวัฒนธรรมการโยกย้าย อย่างที่ น.ส.ภคมน เข้าใจ ตนเองเชื่อว่า ท่านผู้ว่านิรัตน์ เข้าใจเหตุผลการย้ายครั้งนี้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งอาชีพข้าราชการ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ไม่ว่าตำแหน่งไหน อยู่จังหวัดไหน ข้าราชการทุกคนก็ต้องทำงานรับใช้ชาติและประชาชน มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
ยังมีบางกลุ่มไม่กลัวกฎหมาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ว่า ไม่ใช่แค่ที่ จ.ภูเก็ต แต่ทุกที่ ที่มีประเด็นเรื่องนี้ ทั้ง จ.ภูเก็ต เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ตอนนี้ทุกคนเร่งทำงานเรื่องนี้กันอยู่ ย้ำว่า เราทำหมดทุกพื้นที่ เพราะสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น เรายอมให้กลุ่มคนบางกลุ่ม หรือใครบางคนมาใช้อำนาจในสิ่งที่ไม่ดีมารังแกคนอื่นไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯมีความรู้สึกติดใจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากลงพื้นที่เองแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการปราบปราม นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีความคืบหน้า สิ่งที่นายกฯลงไปอยู่ในกระบวนการ แต่ปรากฏยังมีคนบางกลุ่มที่ยังมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมายอยู่ เลยค่อนข้างที่จะซีเรียส
เมื่อถามว่า หลังจากเดินหน้าดึงคนที่มีปัญหาออกจากพื้นที่แล้ว และส่งคนใหม่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ คิดว่า จะมีความคืบหน้าหรือดีขึ้นหรือไม่ นายวรศิษฏ์กล่าวว่า เราหวังผลดีขึ้นแน่นอนอย่างที่ทุกคนทราบ สถานการณ์ใน จ.ภูเก็ต ขณะนี้มีความวุ่นวายอยู่พอสมควร ฉะนั้น ทีมที่นายกฯส่งเข้าไปทำงาน เราคาดหวังในผลสัมฤทธิ์อย่างมากแน่นอน
เชือดหมดใครมีเอี่ยว
เมื่อถามว่า จะใช้กรอบระยะเวลาดำเนินการเรื่องนี้นานแค่ไหนเพื่อให้เห็นผล นายวรศิษฏ์กล่าวว่า ไม่มีกรอบ ต้องเร็วที่สุด และเท่าที่ได้ยินข้อมูลมา ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายบริหาร ตอนนี้ฝ่ายนิติบัญญัติเองก็เข้ามาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีคณะกรรมาธิการหลายคณะจะลงไปตรวจสอบเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนกังวลเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลด้วย และยังอยู่ได้ในพื้นที่ จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นายวรศิษฏ์ กล่าวว่า ถ้ามีคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องและพิสูจน์ได้ก็รับกันไป เพราะหากคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังอยู่ตรงนั้น ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลสามารถทำงานตรงนั้นได้ ก็อยู่ไม่ได้ นโยบายนายกฯสั่งการมาชัดเจนว่า เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใครทำก็ต้องรับ
สื่อภูเก็ตร้องถูกผู้มีอิทธิพลฟ้อง
ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน รับยื่นหนังสือจาก นายวรพงศ์ ยูระหมานผู้ก่อตั้งเพจข่าวโหดจัง จังหวัดภูเก็ต กรณีถูกผู้กว้างขวางรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการนำเสนอข่าวปัญหาหาบางเทาในจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ นายวรพงศ์ ได้เปิดเผยรายละเอียดมากมาย ซึ่งคนภูเก็ตรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร และอดทนมานานแล้ว
ด้านน.ส.ภคมนกล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่มีข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวการย้ายรองผู้ว่าซีฟู้ด ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าฯคนดังกล่าว มีคนสนิทเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ และบุกรุกที่สาธารณะ และคนที่ฟ้องสื่อมวลชนท้องถิ่นวันนี้ ก็เป็นคนใกล้ชิดของคนนั้น
น.ส.ภคมนกล่าวอีกว่า การย้ายรองผู้ว่าฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น แต่ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด เชื่อว่า หลังจากข่าวนี้ออกไป จะมีคนออกมาบอกว่า เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบ