คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน

คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน

23 มิ.ย. 2569 15:14 น.

คลื่นความร้อนยุโรปทุบสถิติ ฝรั่งเศสสังเวยแล้ว 20 ศพจากการจมน้ำใน 3 วัน

สถานการณ์คลื่นความร้อนถล่มทวีปยุโรปทวีความรุนแรงถึงขีดสุด ล่าสุดทางการฝรั่งเศสประกาศเตือนภัย “ระดับสีแดง” ครอบคลุมพื้นที่เกินครึ่งประเทศ หลังอุณหภูมิเฉลี่ยทุบสถิติสูงสุดประวัติการณ์ในรอบเดือนมิถุนายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการแอบลงเล่นน้ำคลายร้อนในพื้นที่ไม่ได้รับอนุญาตพุ่งทะลุ 20 รายภายในเวลาเพียง 3 วัน

มารินา แฟร์รารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาและเยาวชนของฝรั่งเศส เปิดเผยผ่านสถานีวิทยุ France Inter เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ว่า หน่วยติดตามสถานการณ์การจมน้ำของประเทศรายงานยอดผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 20 ราย ภายในระยะเวลา 3 วันนับตั้งแต่เริ่มเกิดคลื่นความร้อน แม้ตัวเลขยังอยู่ระหว่างการรวบรวมอย่างเป็นทางการ

สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ได้ขยายพื้นที่เฝ้าระวังสีแดงซึ่งเป็นระดับสูงสุด ไปยังจังหวัดต่าง ๆ มากถึง 54 จังหวัด กระทบต่อประชากรกว่า 39 ล้านคน ขณะที่อีก 35 จังหวัดถูกจัดอยู่ในระดับสีส้ม

จากรายงานเบื้องต้น อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งกลางวันและกลางคืนของฝรั่งเศสพุ่งสูงถึง 29.2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติสูงสุดเดิมของเดือนมิถุนายนที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 2025 โดยในเมืองบอร์โดอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส และในกรุงปารีสแตะ 39 องศาเซลเซียส ส่งผลให้รัฐบาลต้องสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวแล้วมากกว่า 1,350 แห่ง หลังจากมีรายงานว่าเด็กนักเรียนหลายคนมีอาการป่วยรุนแรง อาเจียน และคลื่นไส้เนื่องจากทนสภาพอากาศที่ร้อนจัดในห้องเรียนไม่ไหว

หนึ่งในวิกฤตแทรกซ้อนที่สร้างความกังวลใจให้กับรัฐบาลฝรั่งเศสมากที่สุดคือ สถิติผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.) ที่มีการประกาศตัวเลขไว้ที่ 13 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีกลุ่มวัยรุ่นและเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย

โดยที่เมืองเบอซ็องซง เด็กชายอายุ 15 ปีสองคนจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำดูส์ และที่จังหวัดแซนและมาร์น เด็กหญิงวัย 13 ปีคนหนึ่งจมหายไปในแม่น้ำแซน ซึ่งทางญาติระบุภายหลังว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น

แฟร์รารีกล่าวว่า  “ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด การไปเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยดูแลไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เราเข้าใจดีว่าทุกคนอยากลงน้ำเพื่อคลายร้อน แต่ขอความร่วมมือให้เลือกไปเล่นน้ำเฉพาะในเขตพื้นที่ปลอดภัยที่มีผู้ดูแลอย่างเข้มงวดเท่านั้น”

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวได้โยงไปถึงวิกฤตโครงสร้างพื้นฐานของฝรั่งเศส ซึ่งในปัจจุบันสระว่ายน้ำสาธารณะกว่า 80% มีอายุการใช้งานนานกว่า 25 ปี และโรงเรียนมัธยมต้นกว่า 10% ไม่มีโอกาสเข้าถึงสระว่ายน้ำเพื่อฝึกทักษะการว่ายน้ำให้เด็ก ๆ เนื่องจากปัญหางบประมาณการบำรุงรักษาของท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตชนบท นอกเหนือจากนี้ ทางสมาพันธ์ไลฟ์การ์ดฝรั่งเศสยังระบุว่าประเทศกำลังขาดแคลนเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำมากถึง 5,000 อัตรา

นอกจากภัยทางน้ำแล้ว ยังเกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นที่เมืองคาร์เพนทราส ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างเด็กเล็ก 2 ราย อายุเพียง 2 ขวบ และ 4 ขวบ นอนหมดสติอยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้นภายในรถยนต์ส่วนบุคคลที่จอดอยู่ในลานจอดรถย่านที่พักอาศัย ท่ามกลางอุณหภูมิรอบตัวที่ร้อนระอุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแต่ไม่เป็นผล คาดว่าสาเหตุหลักมาจากความร้อนสะสมที่พุ่งสูงในรถยนต์จากคลื่นความร้อนในครั้งนี้ ส่วนมารดาของเด็กอยู่ในอาการช็อกและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

ด้านนายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อเตรียมมาตรการรับมือขั้นสูงสุด โดยหลายจังหวัดเริ่มสั่งให้สแตนด์บายเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของหน่วยงานความมั่นคงพลเรือน รวมถึงประสานนักดับเพลิงลงพื้นที่ลาดตระเวนจุดเสี่ยง ตลอดจนจัดเตรียมอุปกรณ์ทำความเย็นเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฝรั่งเศส แต่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เยอรมนี ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วถึง 5 ราย

ขณะที่สเปน อุณหภูมิในกรุงมาดริดและเมืองกอร์โดบาพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส สภาพท้องถนนในแหล่งท่องเที่ยวร้างผู้คน ทางเทศบาลเมืองหลวงต้องรีบจัดตั้ง “ศูนย์พักพิงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อแจกจ่ายน้ำ อาหาร และให้กลุ่มคนไร้บ้านรวมถึงผู้เปราะบางได้เข้ามาอาศัยหลบความร้อนรุนแรง

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร ได้ประกาศยกระดับคำเตือนเป็น “สีแดง” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับปรากฏการณ์ความร้อนพุ่งสุดขีดเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของอังกฤษ รวมทั้งลอนดอนและเบอร์มิงแฮม โดยคาดว่าอุณหภูมิในร่มจะทะยานไปแตะ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนก่อนกำหนด และบริษัทรถไฟประกาศยกเลิกเที่ยวบินหรือปรับตารางเวลาเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและป้องกันโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเรดดิง ยืนยันว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่มาบ่อยและทุบสถิติโลกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ นี้ เป็นผลสะท้อนที่ชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ขับเคลื่อนโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งผลักดันให้ชั้นบรรยากาศสะสมความร้อนไว้มากกว่าในอดีต และจะส่งผลให้ทวีปยุโรปต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ยาวนาน และอันตรายมากยิ่งขึ้นในอนาคต.

ที่มา Le Parisien / radiofrance

Leave a comment