
23 มิ.ย. 2569 16:28 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ญี่ปุ่นจับตา พายุคู่ “เมขลา-ฮีโกส” เคลื่อนตัวเข้าใกล้โอกินาวา-ญี่ปุ่นตะวันตก
ญี่ปุ่นจับตาสถานการณ์พายุ 2 ลูก หลังพายุไต้ฝุ่นเมขลาเคลื่อนตัวเหนือทะเลทางตะวันออกของฟิลิปปินส์และมีแนวโน้มเข้าใกล้หมู่เกาะโอกินาวา ก่อนมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น ขณะที่พายุฮีโกสก่อตัวใหม่บริเวณหมู่เกาะมาเรียนา และคาดว่าจะมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นเช่นกัน โดยนักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าความชื้นจากพายุอาจกระตุ้นแนวปะทะฝนให้เกิดฝนตกหนักก่อนพายุขึ้นฝั่ง
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานความเคลื่อนไหวของสภาพอากาศที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อพายุไต้ฝุ่น 2 ลูกกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูงในหลายพื้นที่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้
โดยพายุไต้ฝุ่นเมขลา หรือพายุหมายเลข 7 ยังคงรักษาความรุนแรงในระดับ “ทรงพลังมาก” ขณะเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีความกดอากาศที่จุดศูนย์กลาง 925 เฮกโตปาสกาล ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพัดสูงถึง 50 เมตรต่อวินาที และลมกระโชกแรงชั่วขณะพุ่งสูงถึง 70 เมตรต่อวินาที คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะโอกินาวาในช่วงวันที่ 27–28 มิถุนายนนี้ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ตอนเหนือและชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่นต่อไป ทั้งนี้คาดว่าพายุจะค่อยๆ ลดความรุนแรงลงเมื่อเข้าใกล้แผ่นดินใหญ่
ขณะเดียวกัน JMA ได้ประกาศการก่อตัวของ พายุโซนร้อนฮีโกส (Higos) หรือพายุหมายเลข 8 บริเวณหมู่เกาะมาเรียนา มีความกดอากาศที่จุดศูนย์กลาง 1,004 เฮกโตปาสกาล และความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 18 เมตรต่อวินาที โดยกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าไต้ฝุ่นฮีโกสจะเคลื่อนตัวขึ้นเหนือเร็วกว่าไต้ฝุ่นเมขลา แต่จะไม่ได้เข้าใกล้เกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่นมากนัก
แบบจำลองสภาพอากาศจากทั้งญี่ปุ่น (GSM), สหรัฐฯ (GFS) และยุโรป (ECMWF) ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางที่แน่นอนของพายุ เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำอีกลูกที่กำลังพัฒนาตัวตามมา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกำลังเฝ้าระวังว่าหากหย่อมความกดอากาศต่ำนี้ทวีความรุนแรงขึ้นและเข้าใกล้ไต้ฝุ่นเมขลา อาจเกิดปรากฏการณ์ “ฟูจิวารา” (Fujiwhara Effect) หรือปรากฏการณ์ที่พายุหมุนสองลูกหมุนรอบซึ่งกันและกันและส่งอิทธิพลต่อทิศทางและดึงดูดมวลอากาศชื้นเข้าหากัน ซึ่งอาจทำให้ทิศทางของพายุเปลี่ยนไปทางทะเลญี่ปุ่นทางตะวันตก หรือเบี่ยงออกไปทางมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกได้
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผลกระทบโดยตรงจากตัวพายุ แต่เป็นมวลอากาศร้อนชื้นมหาศาลที่ถูกพายุดึงขึ้นมา ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้น “แนวปะทะอากาศในฤดูฝน” ที่พาดผ่านประเทศญี่ปุ่นอยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้กลุ่มเมฆฝนก่อตัวหนาแน่นและทำให้มีฝนตกหนักสะสมล่วงหน้าทันที โดยเฉพาะทางฝั่งแปซิฟิกของเกาะคิวชูและเกาะชิโกกุ
ทางการสั่งเตือนภัยประชาชนให้ระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ ที่อาจเอ่อล้น ตลอดจนความเสี่ยงขั้นสูงที่จะเกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมสั่งห้ามเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยงอันตราย เช่น ทางลาดเชิงเขาและริมตลิ่ง นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลจะเริ่มรุนแรงขึ้น โดยบริเวณตอนใต้ของหมู่เกาะซากิชิมะของโอกินาวา อาจเผชิญกับคลื่นสูงมากกว่า 4 ถึง 6 เมตร.
ที่มา The Japan News / News On Japan