สถานทูตเกาหลีฯ เผยโฉมแชมป์ “Korean Fermentation Culinary Competition 2026”

สถานทูตเกาหลีฯ เผยโฉมแชมป์ “Korean Fermentation Culinary Competition 2026”

23 มิ.ย. 2569 10:47 น.

สถานทูตเกาหลีฯ เผยโฉมแชมป์ “Korean Fermentation Culinary Competition 2026”

สถานทูตเกาหลีฯ เผยโฉมแชมป์ “Korean Fermentation Culinary Competition 2026” โชว์ไอเดียฟิวชันสุดสร้างสรรค์ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เกาหลี ผ่านวัฒนธรรมอาหารหมักสู่ความยั่งยืน

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และสถาบันส่งเสริมอาหารเกาหลี (Korean Food Promotion Institute หรือ KFPI) ประกาศผลการแข่งขันและเผยโฉมทำเนียบแชมป์ผู้ชนะอย่างเป็นทางการ ในงานแข่งขันทำอาหารเกาหลีประจำปี 2026 “Korean Fermentation Culinary Competition: Time in a Jar -Thailand 2026” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ณ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “วันอาหารยั่งยืนโลก (Sustainable Gastronomy Day)” ที่กำหนดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (UN)

การแข่งขันในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอเสน่ห์อันลึกซึ้งของ “อาหารหมักเกาหลี” (Korean Fermentation) เช่น กิมจิ (Kimchi) โคชูจัง (Gochujang) ทเวนจัง (Doenjang) และคันจัง (Ganjang) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารเกาหลี และสะท้อนถึงศิลปะการถนอมอาหารอันยาวนาน มาเป็นวัตถุดิบหลักให้ผู้เข้าแข่งขันได้รังสรรค์เมนูใหม่ ผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์รสชาติของอาหารไทย และแนวคิดฟิวชันสมัยใหม่อย่างลงตัว โดยได้รับความสนใจจากผู้รักการทำอาหารทั่วประเทศไทย ส่งคลิปวิดีโอเข้าประกวดในรอบคัดเลือกออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “Kimchi Beyond Borders” อย่างล้นหลาม จนกระทั่งได้สุดยอดฝีมือจำนวน 11 ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

สำหรับรอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างคึกคักและเข้มข้น ในรูปแบบการแข่งขันปรุงอาหารสด (Live Cooking Competition) โดยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 11 ทีม มีเวลา 80 นาทีในการประชันฝีมือภายใต้หัวข้อ “Time in a Jar: Korean Fermentation Cuisine” ท่ามกลางการตรวจตราและให้คะแนนอย่างใกล้ชิดจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดยคุณอีซอนจู ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี (Korean Cultural Center) ในฐานะประธานกรรมการตัดสิน คุณอี ฮโยจิน ทูตศุลกากรจากสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย คุณฮง จีฮี ประธานสภาที่ปรึกษาการรวมชาติอย่างสันติแห่งเกาหลี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนล่าง และ ดร.ศศดิศ ชูชนม์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชนและการท่องเที่ยวเกาหลี ซึ่งเกณฑ์การตัดสินพิจารณาอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านความสอดคล้องกับหัวข้อ รสชาติ การเลือกใช้และเข้าใจวัตถุดิบหมักเกาหลี การจัดวางจาน ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเทคนิคในการปรุงอาหาร

ซึ่งคณะกรรมการได้เฟ้นหาจนได้สุดยอดปรมาจารย์นักปรุงที่รังสรรค์เมนูฟิวชันได้ยอดเยี่ยมที่สุด ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) ได้แก่ ทีม Jar of Jeong คุณพิสิฐ พรหมกสิกร และคุณสุชานันท์ ไพคำนาม กับเมนูแฮซันมุล บิบิมกุกซู (해산물 비빔국수) และ The Golden Frost of Joseon ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้กิมจิ และซอสดั้งเดิมของเกาหลี เป็นส่วนประกอบสำคัญ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของคุณนัทธมน ธนเดชบุญฤทธิ์ และคุณณิชากร ต้นจันทร์ กับเมนูคัลบีแจววอน และพาจอนทอด ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของคุณภักตร์สิริ บุญอยู่ และคุณวชิรญาณ์ กิจเจริญถาวรกุล กับเมนูบันซัง (반상) และยูจาจอลพยอน ไส้กระฉีกเมล็ดสน (Yuja-Jeolpyeon) ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 2,000 บาท

ในการนี้ ฯพณฯ ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำราชอาณาจักรไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีและร่วมแบ่งปันมุมมองอันน่าประทับใจว่า “อาหารเป็นสื่อกลางที่เชื่อมผู้คนที่มาจากต่างชาติต่างภาษาให้มีโอกาสมาเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกัน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ ดังนั้นอาหารที่ทุกท่านรังสรรค์ในวันนี้ ย่อมไม่ใช่เพียงอาหารธรรมดาทั่วไป แต่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมมิตรภาพระหว่างไทยและเกาหลี ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเกาหลีและไทยจะสานต่อความสัมพันธ์ผ่านอาหารและวัฒนธรรมที่แนบแน่นยิ่งขึ้น เป็นรากฐานที่มั่งคงของมิตรภาพระหว่างคนไทยและคนเกาหลี”

นอกจากไฮไลต์การประชันฝีมือบนเวทีแล้ว งานครั้งนี้ ยังเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย ตั้งแต่ช่วงเช้ากับบูธกิจกรรม “Flavors of Korea: Traditional K-Food Experience” ชิมซอสหมักดั้งเดิมเกาหลีและเรียนรู้วัฒนธรรมอาหาร ณ โรงอาหารกลาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อด้วยกิจกรรม Traditional Liquor Tasting สัมผัสสุนทรียศาสตร์แห่งการลิ้มลองและการจับคู่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดั้งเดิมและพื้นบ้านของเกาหลีคู่กับอาหารไทย ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก.

Leave a comment