
เลขาส้ม เปิดเวทีเสริมสร้างเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคเชียงราย ยกระดับความรู้เท่าทันธุรกรรมการเงินดิจิทัล
วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.02 น.
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 – 12.00 น. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคีเครือข่ายคุ้มครองเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการบริการดิจิทัล ณ ห้องประชุมเชียงรุ้ง โรงแรม WIANG INN จังหวัดเชียงราย ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุดาวรรณ สมใจ หัวหน้าโครงการเป็นผู้กล่าวเริ่มต้นถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ
สำหรับการจัดกิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคีเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการบริการดิจิทัล เป็นการสัมมนาให้ความรู้แก่ภาคีเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค โดยช่วงแรกดร.ชาญเดช เจริญวิริยะกุล ให้เกียรติเป็นผู้นำอภิปราย ให้ความรู้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคีเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค หลังจากนั้นเป็นการเปิดเวทีเสวนาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคีเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ในหัวข้อ “มุมมองการคุ้มครองผู้บริโภคไทยในสายตาของผู้บริหารระดับประเทศ” โดยที่ปรึกษาโครงการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รองศาสตราจารย์ ดร.สุดาวรรณ สมใจ ได้เรียนเชิญ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวศุภมาส อิศรภักดี) พลเอก สิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และ ดร.คมสัน เหล่าศิลปเจริญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ โดยมี ดร.ธชะนัน วงศ์ปัน ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองบริโภคเป็นผู้ดำเนินรายการ และในช่วงสุดท้าย ดร.ชาญเดช เจริญวิริยะกุล ได้ประเมินผลการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการและสรุปผลการสัมมนาดังกล่าว

โดย ดร.พัชรินทร์ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคสอดคล้องกับ“นโยบาย สคบ. พลัส” ของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวศุภมาส อิศรภักดี) ผ่านกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ประการแรก ยกระดับการทำงานเชิงรุก มุ่งป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย ประการที่สอง พัฒนาระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประการที่สาม กำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์และ E-Commerce อย่างเข้มงวด ประการที่สี่ ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประการที่ห้า สคบ. เป็นองค์กรสีขาว ที่ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปราศจากการทุจริต การเลือกปฏิบัติ และผลประโยชน์ทับซ้อน
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าและบริการ หรือประสงค์ขอคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ www.ocpb.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
.jpg)
ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมมนา ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดเชียงราย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมี นายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย นายอธิชัย ต้นกันยา ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมการปฏิบัติงาน โอกาสนี้ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ถ่ายทอดนโยบายและความห่วงใยจาก นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและการรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในยุคดิจิทัล
