หนูลั่นอย่าโยนภาระปชช. รื้อค่าไฟแฝง สั่งให้กระทรวงพลังงาน ไปหาวิธีการใครต้องจ่าย

หนูลั่นอย่าโยนภาระปชช. รื้อค่าไฟแฝง สั่งให้กระทรวงพลังงาน ไปหาวิธีการใครต้องจ่าย

หนูลั่นอย่าโยนภาระปชช. รื้อค่าไฟแฝง สั่งให้กระทรวงพลังงาน ไปหาวิธีการใครต้องจ่าย

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนูลั่นอย่าโยนภาระปชช. รื้อค่าไฟแฝง สั่งให้กระทรวงพลังงาน ไปหาวิธีการใครต้องจ่าย พิพัฒน์ชี้เกิดมากว่า10ปี

พิพัฒน์”เผยนายกฯ สั่งรื้อค่าไฟทางหลวง รวมบิลค่า FT ไฟบ้านต้องหาคนจ่ายแทน ด้านนายกฯ รับดราม่าค่าไฟแฝงบิลชาวบ้าน สั่งรมว.พลังงาน กฟน.-กฟภ.หาข้อเท็จจริงย้ำไม่ให้ประชาชนแบกภาระ

เมื่อวันที่23มิถุนายน2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะ รวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน จนกลายเป็นดราม่า ว่ากำลังแยกออกมาดูว่าเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงเกิดขึ้น ซึ่ง รมว.พลังงาน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กำลังหาข้อเท็จจริงเพื่อรายงานตน

ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ต้องการให้ประชาชนแบกภาระตรงนี้ใช่หรือไม่นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ต้องไม่ให้ประชาชนแบกภาระ เมื่อถามว่า นายพิพัฒน์ บอกว่าถ้าให้กระทรวงคมนาคมไปจ่ายจะแบกรับภาระตรงนี้ไม่ไหว นายกฯ กล่าวว่า เขาต้องตั้งงบประมาณปกติขึ้นมา แต่อย่าเพิ่งไปบอกว่าต้องทำอย่างไรถ้ามันเป็นภาระประชาชนจริง ตอนนี้เรากำลังไปตรวจสอบ ยังไม่รู้ เรื่องนี้ก็เป็นดราม่าอย่างที่ว่า และยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร ถ้าจริงเราต้องไม่ให้ประชาชนรับภาระอย่างแน่นอน

เมื่อถามต่อว่าเป็นข้อสั่งการนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันมีเอ๊ะ นิดหนึ่ง แต่อยู่ที่มุมมอง และอยู่ที่ใครจะเคลมยังไง การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกว่าเรารับภาระให้เลยนะ ค่าไฟสาธารณะเราแบกหมด ตอนนั้นผมอยู่กระทรวงมหาดไทย ไม่ได้คุมพลังงาน ผมก็แค่ถามว่าแล้วแบกแต่มีกำไรแสดงว่าแบกหรือไม่ แล้วแบกยังไง ทำไมถึงต้องไปแบก ตอนนั้นผมก็ได้แต่ถาม เพราะว่าไม่ได้คุมคมนาคมและพลังงาน แต่วันนี้เข้ามาเป็นหัวหน้ารัฐบาลแล้ว คำถามเดิมที่บอก เอ๊ะของผมมันยาว พอถึงเวลาผมก็เลยมาเอ๊ะว่าอย่างนี้มันเป็นยังไง ก็ไปถามรมว.พลังงาน และให้ไปตรวจสอบกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตอนนี้พอรับทราบตรงนี้ ก็ต้องมาดูว่าตรงนี้ ถ้าถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ยอมรับกันมาตั้งแต่ปีมะโว้โน้นแล้ว มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เปรียบเสมือนภาระที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องรับเอาไว้ อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ถ้าบอกว่าตรงนี้ไม่ใช่ เลยมาเพิ่มค่าไฟตรงนี้แล้วคิดกับประชาชน อย่างนี้ตอบได้เลยว่าไม่ได้ ตนต้องแก้ให้แน่นอน

ต่อข้อถามว่าประชาชนจะได้ใช้ไฟถูกลงเมื่อไหร่นายกฯ กล่าวว่า ได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เรื่องการลดค่าไฟ 200 ยูนิตแรก ทุกอย่างมาจากการกระทำของเรา ที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และถึงเวลาก็มีคำถามต่อมาเรื่อยๆเราก็ต้องเคลียร์ให้หมดเมื่อถามย้ำว่าสุดท้ายการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจะต้องเป็นผู้แบกรับเองใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มันเป็นกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวาในทางลงบัญชีเขาไม่ได้บอกว่าไปเอาของประชาชนมาคิด และมาจ่าย นี่เป็นค่าใช้จ่ายของเขาที่มีการกำหนดมา

“ผมได้ยินมาคือ 30 ถึง 40 ปีแล้ว เราก็มาดู สมมุติว่าเราบอกว่าต่อไปนี้ไม่ให้การไฟฟ้าฯ จ่ายแล้ว จะให้กรมทางหลวงจ่าย จากนี้เป็นต้นไปกรมทางหลวงจะต้องตั้งงบประมาณขึ้นมา ไม่ใช่บอกว่าเขาไม่มีเงิน มันไม่ใช่ ก็ต้องไปตั้งงบประมาณและต่อไปนี้ต้องมาจ่ายค่าไฟเอง อันนั้นเป็นเรื่องข้างหน้า ขอดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตอนนี้ก่อนว่าเป็นอย่างไร ย้ำว่ารัฐบาลจะไปผลักเรื่องพวกนี้ให้ประชาชนได้อย่างไร” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามอีกว่าตามที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พูดแสดงว่ายังไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนจะต้องไปตรวจสอบอีกครั้งใช่หรือไม่นายกฯกล่าวว่า “นายเอกนัฏพูด เพราะว่าได้รับน้องเอ๊ะ จากผม”

เมื่อถามว่าจะมีมาตรการเยียวยาประชาชนหรือไม่ที่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้มานาน นายกฯกล่าวว่า เอาเรื่องปัจจุบันก่อน ที่ทำมารัฐบาลนี้ภารกิจไม่มีอะไรนอกจากทำประเทศให้เจริญ ทำเศรษฐกิจให้เจริญ และดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าถามว่ามีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนก็คิดทุกวัน ทำได้ก็ทำทุกอย่าง เพราะนี่คือภารกิจรัฐบาล

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีมีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของบ้านเรือนประชาชน ถือเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ว่าเรื่องนี้ยอมรับ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และขอบคุณนายกฯ ที่จะพยายามทำทุกวิถีทาง หาวิธีลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน โดยจากการที่เราไปสืบค้นการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากทางหลวงชนบทที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนน ซึ่งในส่วนนั้น เราเพิ่งรู้ว่ามันแฝงอยู่ในค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) โดยนายกฯ มีข้อสั่งการเรื่องนี้แล้ว ให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคมเราเคยบอกไปแล้วว่าโคมไฟที่หมดอายุต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี เพื่อประหยัดไฟฟ้า 40-50% อีกส่วนหนึ่งหากยังทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหารือกับสำนักงบประมาณ ว่าจะทำอย่างไร เพราะสำหรับกระทรวงคมนาคมต้องเรียนตรงไปตรงมาว่าเราไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบ หรือรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นที่ตกปีละประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร

ทั้งนี้ เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ แต่เกิดมาหลาย 10 ปีแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ลงไปรื้อ ว่าจะทำอย่างไรที่จะลดค่าใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน

“อะไรที่สร้าง หรือแฝงอยู่ในค่า FT เราต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยไม่ต้องไปบวกในค่า FT ของผู้ใช้ตามบ้านเรือน ส่วนการของบประมาณจากหน่วยงานอื่นเป็นแนวทางหนึ่งที่จะไปขอจากสำนักงบประมาณ แต่ก็มีคำถามว่า เงินที่สำนักงบประมาณรวบรวมไปได้ หรือจากกระทรวงการคลังที่เก็บได้ มันเป็นของใคร เป็นเงินจากไหน ผมคิดว่าจะต้องมีคำถามแบบนี้ตามมา ฉะนั้นดีที่สุดเราต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ แต่จะเป็นวิธีการไหนต้องให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการมา” นายพิพัฒน์ กล่าว

Leave a comment