
‘เรืองไกร’สบช่องคดีฟอเร็กซ์ ชงยุบปชน. ปมเงินบริจาคของ‘ภาวุธ’
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘เรืองไกร’สบช่องคดีฟอเร็กซ์ ชงยุบปชน. ปมเงินบริจาคของ‘ภาวุธ’ ไหมจี้สส.คนดังแจงให้ชัด
พรรคส้มงานเข้าแล้ว “เรืองไกร”สบช่องบุกร้อง กกต. สอบบัญชีรับเงินบริจาค“ภาวุธ”โยงคดีฟอเร็กซ์หรือไม่ ชี้ถ้าผิดจริงถึงขั้นยุบพรรค ด้าน ‘ศิริกัญญา’ นั่งไม่ติด จี้สส.คนดังรีบเคลียร์ให้ชัดปมเส้นทางเงิน พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขณะที่‘รุทธพล’ออกโรงโต้ดิสเครดิตทางการเมือง อ้างสื่อเปิดชื่อก่อน ทางดีเอสไอเลยต้องตามน้ำ ส่วน’ไอติม’เมินคำเตือนภูมิใจไทย เดินหน้าที่มาส.ส.ร.เลือกตั้ง100% อ้างหารือศาล รธน.แล้วไม่ขัดคำวินิจฉัย
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forexว่ามีการกระทำฝ่าฝืนพรป.พรรคการเมือง มาตรา 90 (3) ประกอบมาตรา 72 หรือไม่ และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
ร้องกกต.สอบบัญชีปชน.รับเงินฟอเร็กซ์
โดยนายเรืองไกรได้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด และนายภาวุธพงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเทรด Forexโดยอยู่ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)กำลังสอบสวนอยู่
ย้ำถ้าผิดจริงต้องส่งศาลรธน.สั่งยุบพรรค
นายเรืองไกรกล่าวว่าวันนี้ตนมายื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานกรณีพรรคประชาชนรับเงินบริจาคจากบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัดซึ่งอยู่ในขบวนการเทรด Forexที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท โดยนายภาวุธ ก่อนที่จะมาเป็น สส.พรรคประชาชน และหลังจากนั้นนายภาวุธเข้ามาเป็น ส.ส.พรรค ก็ยังมีการโอนเงิน อีก 3 ครั้ง จากบริษัทบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด ที่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับForexเช่นเดียวกัน จึงมีข้อสงสัยว่าเงินบริจาคจากเพย์โซลูชั่นและนายภาวุธ อาจปนเปื้อนกับเงินที่มาจากการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย เป็นเรื่องพรรคประชาชนต้องชี้แจงให้ได้ หากเงินนั้นมาโดยไม่ชอบ ทางกกต.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคต่อไป
กกต.ส่งทีมสอบเส้นทางเงินปชน.
ในวันเดียวกัน มีรายงานว่าคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานสำนักงาน กกต.ได้ส่งทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อ พร้อมทั้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลบัญชีและเส้นทางการเงินต่างๆ ในคำร้องเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยสส.ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของพรรคประชาชน รวมถึงคำร้อง กรณีผู้บริหารพรรคประชาชนและบุคคลผู้มิใช่สมาชิกพรรคได้ร่วมดำเนินกิจการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัทสเปกเตอร์ ชี จำกัดซึ่งเป็นสื่อมวลชนและมีการกระทำอันเข้าข่ายลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 และกรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้สมัครกรอกหมายเลข Laser ID (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) และอาจมีการใช้ปฏิบัติการไอโอ โดยให้ Spectre C เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ซึ่งอาจเป็นการครอบงำกิจกรรมของพรรค อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 หรือไม่
‘ศิริกัญญา’จี้’ภาวุธ’แจงปมฟอเร็กซ์
ที่อาคารอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของนายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ที่หายหน้าไปหลายวัน หลังจากมีชื่อตามเส้นทางเงินของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในคดี Forexแต่ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าคดีนี้มีโอกาสที่จะขยายเป็นคดีอุกฉกรรจ์มากๆตั้งแต่ฟอกเงินไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เราก็รู้สึกถึงความหนักหนาสาหัสที่เกิดขึ้น เข้าใจว่านายภาวุธอาจจะอยากที่จะเตรียมเอกสารเพื่อไปคุยกับดีเอสไอก็เลยยังไม่ปรากฎตัวในช่วงนี้
อยากเรียกร้องให้นายภาวุธได้ออกมาพูดคุยชี้แจงต่อสาธารณะ และชี้แจงข้อเท็จจริงบ้าง เท่าที่ทำได้ ไม่กระทบต่อรูปคดีซึ่งเห็นว่ามีรายละเอียดออกมาอีกเรื่อยๆ
ยันปชน.ไม่นิ่งเฉยตั้งสอบข้อเท็จจริง
น.ส.ศิริกัญญาย้ำทางพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันเมื่อถามว่าถือว่าน่ากังวลหรือไม่เพราะดีเอสไอเตรียมยกระดับเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ และดึงมาเป็นคดีพิเศษ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า พรรคประชาชนคงไม่ได้เตรียมอะไร แต่ทางคนที่เป็นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวที่มีการเปิดเผยชื่ออย่างนายภาวุธ ก็คงจะมีข้อกังวลว่าเหตุการณ์จะยกระดับไปถึงขั้นนั้นได้ ก็คงต้องมีการเตรียมตัว ซึ่งเราก็มีการให้นายภาวุธได้มีการเตรียมตัวอย่างเต็มที่
รับประเด็นปัญหา‘ภาวุธ’ก็ร้ายแรง
เมื่อถามว่าเมื่อวันที่22มิ.ย.มีการปล่อยคลิปวิดีโอที่นายภาวุธในลักษณะเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเทรด Forexมองเป็นเกมการเมืองใส่ร้ายหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คิดว่าคงเป็นส่วนหนึ่ง และเราก็คงจะเห็นข้อมูลที่มีการขุดขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อจากนี้ไป จริงๆก็อยากให้พิจารณาอย่างสัดส่วน อย่าให้เข้าเกณฑ์ของการเบี่ยงเบนประเด็น ประเด็นปัญหาของนายภาวุธก็ร้ายแรง แต่เป็นความผิดระหว่างเอกชนกับเอกชนที่ต้องหาความจริงแต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นเงินของแผ่นดิน
อย่าเบี่ยงสนใจสอบการใช้งบฯปี70
“ที่ต้องจับตามองในโครงการต่างๆที่อาจส่อทุจริตและไม่คุ้มค่า หรือการใช้งบประมาณปี 2570 อย่าให้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาเบี่ยงเบนประเด็นออกจากเรื่องที่ควรจะสนใจ”น.ส.ศิริกัญญาย้ำ
เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเป็นการปิดปากหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราก็มีการตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นและความพร้อมของการแถลง ซึ่งมาในช่วงจังหวะพอดีกับช่วงจังหวะที่มีการประชุมพิจารณาเรื่อง TH-AI Passport ซึ่งข้อมูลหรือข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรมสืบเสาะข้อเท็จจริงกันต่อไป แต่มองที่ช่วงจังหวะเวลามากกว่า ที่พอจะเปิด ก็เปิดแต่ชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหา
บี้ขอให้ดีเอสไอเปิดเผยข้อเท็จจริง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ระยะเวลาการให้ข่าวก็ให้ข่าวก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการ 2 คณะ ที่ติดตามโครงการ TH-AI Passport ในวันพฤหัสบดี และแถลงข่าวในวันศุกร์ โดยที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะตั้งข้อกล่าวหาอะไร ก็เป็นเรื่องที่เราตั้งข้อสงสัยไว้เหมือนกันว่าจะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ แต่เราไม่ได้คิดว่าไม่ควรมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ดีเอสไอควรเดินหน้าเรื่องนี้ให้มีความกระจ่างชัด ไหนๆ สืบมาได้ถึง 6 เดือนแล้ว ก็ควรมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับรู้รับทราบ ตอนนี้หลายคนก็มีข้อกังวลใจในกลุ่มคนที่ถูกดีเอสไอเพ่งโทษ
‘รุทธพล’ปัดดิสเครดิตการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดชื่อ นายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เกี่ยวข้องกับคดี Forexทั้งที่ยังไม่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา จนพรรคประชาชนมองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง ว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามห้วงเวลาอยู่แล้ว
นายกฯไม่ตอบอยู่ครบ4ปีย้ำทำให้ดีที่สุด
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามเมื่อวัดKPIรัฐมนตรีแล้วตัวนายกฯ เองจะวัดอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนถึงบอกว่ามันต่างกัน คนที่วัดผลงานตนคือประชาชน ทุกการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไม่ถูกวัดซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่การเลือกตั้ง ไม่ใช่จะบอกว่า 4 ปี แต่เมื่อไหร่ที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนก็มีการวัดKPIตน ไม่ใช่แค่ประชาชนวัดKPI แต่ประชาชนจัดการเลยเมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจอยู่ครบ4ปีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า”ก็ทำดีที่สุด”
นายกฯเผยครม.ร่างพ.ร.บ.งบฯ70
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570ว่า มีความพร้อม วันนี้ ครม.ก็ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ และมีข้อตกลงที่จะให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 72คน ทุกอย่างก็ผ่านไปหมดแล้ว เมื่อถามว่าต้องมีการซักซ้อมเตรียมการบ้านข้อใดเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะบางโครงการฝ่ายค้านจับจ้องเป็นพิเศษ นายอนุทิน กล่าวว่า”มีแต่ข้อจริง ข้อเท็จไม่มี”
นายกฯกำชับรมต.แจงทุกคำถาม
ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570ที่ครม.เห็นชอบแล้ว โดยขอให้คณะรัฐมนตรีทุกคนใช้โอกาสนี้ในการให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ในทุกข้อซักถามรวมถึงอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบการเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน
‘พริษฐ์’ย้ำงบ70 ดูคุ้มค่าเล็งเจาะงบสูง
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ที่จะพิจารณาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม ว่า ในการแบ่งเวลาอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณปี 70 นั้น จะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อแบ่งเวลาระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เป็นไปตามสัดส่วนของสส.เหมือนทุกครั้ง
เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะเข้มข้นเหมือนเดิมหรือไม่และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะจับโครงการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่เพราะมีการพูดถึงโครงการ TH-AI Passport เฟสสอง นายพริษฐ์ กล่าวว่า การอภิปรายงบรอบนี้ จะคำนึงถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ ซึ่งถูกจัดทำจากภาษีของประชาชนว่าถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนหรือไม่ดังนั้นจะมีการอภิปรายทั้งภาพรวมการจัดสรรงบประมาณแต่ละกระทรวงรวมถึงอาจเจาะจงในบางโครงการที่มีการใช้งบประมาณสูงเป็นพิเศษหรือโครงการที่มีพิรุธด้านความโปร่งใส จากข้อสังเกตที่ตนได้ตั้งถึงโครงการ TH-AI Passport ในเฟส 1 ซึ่งไม่ได้ใช้เงินในงบประมาณ แต่ใช้เงินกองทุน ก็ได้รับคำยืนยันจากทางปลัด ในการประชุมกรรมาธิการติดตามงบประมาณว่าจะมีเฟส2ที่ถูกบรรจุอยู่ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่จะเจาะจงในการอภิปราย
เหน็บรัฐบาล‘หนู’พูด100ทำ 10
นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงการเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดเพราะคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะสรุปวันนี้ เห็นเพียงตัวเลขการโอนงบประมาณปี 2569 วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งที่แรกเริ่มรัฐบาลตั้งเป้าที่จะโอนงบ 8 หมื่นล้านบาทและลดลงมาเรื่อยๆ ซึ่งข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลพูด 100 ทำ 10 ไม่เกินจริง
“ผมคิดว่ามันตอกย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่พูด100ทำ 10หากจำได้รัฐบาลได้ประกาศคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตอนต้นเดือนเมษายน รัฐบาลบอกว่าจะพยายามจะประหยัดงบในส่วนที่ไม่จำเป็น เพื่อโอนไปช่วยเหลือประชาชนในการรับมือกับวิกฤตพลังงานที่กระทบต่อปากท้องและค่าครองชีพของประชาชน”นายพริษฐ์กล่าว
‘พริษฐ์’ยันเดินหน้าส.ส.ร.เลือกตั้ง 100%
นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นสำคัญเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้คือข้อค้นพบใหม่ที่ได้หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าตกลงแล้วคำวินิจฉัย 18/2568 ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์ในการเสนอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้งของประชาชน พรรคประชาชนเองวันนี้ก็จะคุยกันในที่ประชุม สส. และยืนยันว่าเราจะผลักดันร่างที่เสนอให้มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ก็ต้องรอดูท่าทีของพรรคการเมืองอื่นว่าจะมีการทบทวนร่างของตัวเองให้สอดคล้องกับแนวทางนี้หรือไม่
ชี้ผลหารือศาลรธน.ชัด-ไม่ขัดคำวินิจฉัย
เมื่อถามว่ามองความเห็นต่างเรื่องที่มา ส.ส.ร. อาจสร้างความสับสนให้ สว. จนทำให้สุดท้ายจะไม่ผ่านวาระแรกเลยสักร่างหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรที่ไปเพิ่มความสับสน ในมุมกลับกัน ดั้งเดิมคำวินิจฉัยที่ 18/2568 มีความคลุมเครือ พอมีประโยคแถมขึ้นมาว่าสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงได้ ตนเห็นว่าเป็นข้อความที่ไม่มีหลักการประชาธิปไตยอ้างอิง ดังนั้น สมาชิกรัฐสภาหลายส่วนอาจมีความสับสนว่าจะตีความประโยคนี้อย่างไร เมื่อได้รับคำอธิบายเพิ่มเติม แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ก็เห็นว่าเป็นการเพิ่มความชัดเจนว่าการเดินหน้าแบบไหนจะขัดหรือไม่ขัด
“ผมเห็นว่าข้อเสนอที่ให้ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง ตอนนี้ก็ได้รับความชัดเจนแล้วว่าไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หวังว่าจะไม่มีการหยิบยกคำวินิจฉัยดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกข้อเสนอดังกล่าว ในการรับหลักการร่างนี้ในวาระที่ 1” นายพริษฐ์ กล่าว
ดักคอภท.อย่ารีบปฎิเสธข้อมูลใหม่
เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคภูมิใจไทยยังยืนยันที่จะใช้ร่างเดิมนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า รอดูท่าทีอย่างเป็นทางการจากพรรคภูมิใจไทย แต่ลองจินตนาการดูว่าพรรคภูมิใจไทยเคยสนับสนุนให้มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเป็นคนที่สนับสนุนจริงๆ พอมีข้อมูลใหม่มาปฏิกิริยาที่ควรจะเป็นควรเป็นอย่างไร ถ้าอยากสนับสนุนจริงๆ ก็คงอยากจะมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะนำข้อมูลใหม่มาประกอบการพิจารณาและเดินหน้าให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งอย่างไร มากกว่าการรีบมาปฏิเสธข้อมูลใหม่ดังกล่าว
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะใช้ร่างที่ ส.ส.ร. มาจัดการเลือกตั้ง 100% ร่างเดียวเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงต้องหารือกัน เพราะมี 1 ใน 2 ร่างที่เราเสนอให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร. 150 คน เมื่อได้แล้วก็จะถูกส่งต่อให้รัฐสภารับรองวันนี้ก็คงจะมีการประชุมกันว่าควรต้องปรับปรุงร่างดังกล่าวหรือไม่ แต่ยึดเป้าหมายหลักว่ายังไงก็ต้องผลักดันร่างที่ให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง 100%
จ่อถกวิป3 ฝ่ายหากรอบเวลา
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากรอร่างจากภาคประชาชน อาจจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จไม่ทันปี 2572 นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องกรอบเวลาคงต้องหารือกัน แต่เราเอาหลักการเป็นตัวตั้งก่อน เพราะตอนนี้พรรคประชาชนและวิปรัฐบาลก็เห็นตรงกันว่า อยากให้ร่างของภาคประชาชนและพรรคการเมืองถูกเสนอเข้าพร้อมกันในวาระที่ 1 หากเป็นช่วงก่อนปิดสมัยการประชุมก็จะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม หากจะรอเปิดสมัยประชุมหน้าก็จะเป็นเดือนสิงหาคม มีความแตกต่างกันประมาณ 6 สัปดาห์ ในภาพรวมอย่างไรเราก็ต้องเดินหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องมีการหารือกัน
‘อภิสิทธิ์’ยันร่างแก้รธน.ปชป.ไร้ปัญหา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถูกพรรคภูมิใจไทยนำมาใช้ว่าไม่สามารถสนับสนุนร่างของพรรคอื่นได้ แต่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาฯซึ่งตนเป็นกมธ.อยู่ด้วยได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและมีตุลาการฯอีก2ท่าน ซึ่งได้มีการอธิบาย ปัญหาคือในวันที่ศาลเขียนเรื่องนี้และประชุมกันบอกว่าประชาชนไม่ควรเลือกผู้ร่างซึ่งหมายถึงคนที่เขียนโดยตรง นั่นคือความเห็นที่ปรากฏอยู่
“แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีปัญหา เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราเป็นการหยั่งเสียงผ่านจังหวัดต่างๆ จากประชาชนและนำมาให้รัฐสภาคัดเลือก และยังมีผู้เชี่ยวชาญอีก 20 คนที่มาจาก การคัดสรร ของตุลาการ และฝ่ายวิชาการฉะนั้นในร่างของพรรค ผมมองว่าไม่ได้มีปัญหาตั้งแต่ต้น และในสัปดาห์นี้คิดว่าน่าจะได้ลายเซ็นสนับสนุนร่างฯครบเพื่อจะได้นำเสนอต่อไป”นายอภิสิทธิ์ กล่าว