LIFE & HEALTH : ระวัง..กลุ่มโรคอันตรายในหน้าฝน

LIFE & HEALTH : ระวัง..กลุ่มโรคอันตรายในหน้าฝน

LIFE & HEALTH : ระวัง..กลุ่มโรคอันตรายในหน้าฝน

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศในประเทศไทยจะเริ่มมีความชื้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาทางกายภาพอย่างน้ำท่วมขังตามท้องถนนและอุณหภูมิที่แปรปรวนในแต่ละวัน

ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยากลำบากขึ้น แต่ยังเป็นสภาพแวดล้อมชั้นดีที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งกลุ่มโรคในหน้าฝนนั้นมีหลากหลายประเภทที่สร้างความรุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงวรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล เปิดเผยว่า โรคที่พบได้ในช่วงหน้าฝนมีหลายกลุ่ม เช่น โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งในบางกรณีอาจมีความรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล

กลุ่มโรคแรกที่มักมาพร้อมกับหน้าฝน คือ โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น เชื้อซาลโมเนลลา อีโคไล และโนโรไวรัส ผู้ป่วยมักจะมีอาการถ่ายเหลวหลายครั้ง อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ร่วมด้วยในบางราย สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับโรคในกลุ่มนี้คือ ภาวะขาดน้ำจากการสูญเสียของเหลวออกจากร่างกายในปริมาณมาก ซึ่งหากพบว่าผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลและประเมินอาการจากแพทย์อย่างเหมาะสม

ถัดมาคือ กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางผิวหนังและเยื่อบุ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการสัมผัสน้ำท่วมขังหรือสิ่งแวดล้อมที่สกปรก โรคที่พบบ่อยและคุ้นเคยกันดีคือโรคตาแดง ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล และมีขี้ตามากผิดปกติ ขณะที่อีกหนึ่งโรคอันตรายร้ายแรงในกลุ่มนี้คือ โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคไข้ฉี่หนู ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในน้ำและสามารถชอนไชเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านบาดแผลเล็ก ๆ บนผิวหนัง หรือผ่านทางเยื่อบุตา จมูก และปาก ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณน่อง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น ตับอักเสบหรือไตอักเสบได้ การทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังลุยน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับโรคระบบทางเดินหายใจ ถือเป็นกลุ่มโรคยอดฮิตในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ตั้งแต่ไข้หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ ไปจนถึงปอดบวม โดยผู้ป่วยมักเริ่มจากอาการไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีไข้ และอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม ในรายที่มีการติดเชื้อรุนแรงจนลุกลามสู่ภาวะปอดบวม จะมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือหายใจเร็วผิดปกติ ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็กต้องได้รับการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น

นอกจาก โรคที่เกิดจากเชื้อโรคในอากาศและน้ำแล้ว โรคไข้เลือดออกที่มียุงลายเป็นพาหะก็ยังคงเป็นภัยเงียบที่ทวีความรุนแรงในฤดูฝน เนื่องจากมีแหล่งน้ำขังตามภาชนะต่าง ๆ เอื้อต่อการเพาะพันธุ์ยุง ในระยะแรกผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยเฉียบพลัน และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีผื่นแดง ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะเลือดออกตามผิวหนังหรืออวัยวะภายใน ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันภาวะช็อก

อีกกลุ่มโรคที่ผู้ปกครองต้องระวัง นั่นคือโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่อยู่ร่วมกันในสถานศึกษา โรคนี้มักแสดงอาการด้วยการมีไข้ ร่วมกับการเกิดตุ่มน้ำใสหรือแผลตื้น ๆ บริเวณกระพุ้งแก้ม เพดานปาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้า ทำให้เด็กมีอาการเจ็บปาก กลืนลำบาก และรับประทานอาหารได้น้อยลง แม้ส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เอง แต่ผู้ปกครองจำเป็นต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเด็กมีอาการซึมลง อาเจียนบ่อย หรือมีอาการกระตุก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

การป้องกันโรคในหน้าฝนเริ่มต้นได้จากการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ได้แก่

  • การสวมรองเท้าบูทเมื่อต้องลุยน้ำขัง
  • การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
  • การกำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน

ส่วนใครก็ตามที่ตากฝนมา เนื่องจากในน้ำฝนมีการปนเปื้อนของฝุ่นละออง สารเคมี และเชื้อโรคจำนวมาก ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้านแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ เพื่อป้องกันการเสี่ยงป่วย ได้แก่

  • สระผมและอาบน้ำทันที เพื่อล้างสารเคมีและเชื้อโรคออกให้หมด
  • เช็ดผมให้แห้งสนิท อย่าปล่อยให้ร่างกายชื้นและเย็นเป็นเวลานาน
  • ดื่มน้ำอุ่น เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายจากภายใน
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เพื่อชะล้างฝุ่น เชื้อโรคและมลพิษที่สูดหายใจเข้าไป
  • ทำร่างกายให้อบอุ่น โดยการใส่เสื้อผ้าหนา ๆ หรือห่มผ้า

อย่างไรก็ตาม หากตนเองหรือคนในครอบครัวมีอาการป่วย เช่น ไข้สูงไม่ลดลง หายใจเหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง หรือมีอาการซึมและขาดน้ำ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง แต่ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรง

สภากาชาดไทยชวนบริจาคโลหิตร่วมให้ชีวิตเพื่อชีวิต ถวายพระกุศล

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมบริจาคโลหิตในโครงการ “โลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ระหว่างวันที่ 12-30 มิถุนายน 2569 เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยประชาชนสามารถร่วมบริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศทุกแห่ง

ร่วม “ให้ชีวิตเพื่อชีวิต” ด้วยการบริจาคโลหิต ถวายพระกุศลด้วยหัวใจแห่งความภักดี

 

 

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a comment