
3 ก.ค. 2569 13:27 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ออกหมายจับ-หมายแดงอินเตอร์โพล ล่าตัวมือระเบิดพัสดุในโมนาโก
ทางการโมนาโกออกหมายจับพร้อมประสานอินเตอร์โพลออก “หมายแดง” ล่าตัวผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดพัสดุที่อาคารที่พักอาศัยหรู ส่งผลให้มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ชาวอุยกูร์เชื้อสายยูเครน พร้อมหญิงคนสนิทและเด็กวัย 13 ปี บาดเจ็บสาหัสรวม 3 ราย
สำนักงานอัยการโมนาโกได้แถลงความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดพัสดุ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) โดยระบุว่าพนักงานสอบสวนสามารถระบุตัวตนของผู้ต้องสงสัยได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และศาลได้อนุมัติออกหมายจับอย่างเป็นทางการ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นชาวต่างชาติและได้หลบหนีออกไปจากโมนาโกแล้ว ทำให้ทางการเตรียมประสานงานเพื่อออก “หมายแดง” ของตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล เพื่อให้ตำรวจทั่วโลกช่วยแกะรอยและจับกุมตัวชั่วคราวไม่ว่าจะพบตัวที่ประเทศใดก็ตาม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณโถงทางเข้าของอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในโมนาโก ใกล้กับชายแดนประเทศฝรั่งเศส กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพบุคคลคนหนึ่งนำกล่องพัสดุมาวางทิ้งไว้ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงในจังหวะที่มีคนเดินเข้ามาในอาคาร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย หลังก่อเหตุผู้ต้องสงสัยซึ่งสวมหมวกสีดำได้วิ่งหลบหนีมุ่งหน้าไปยังเมืองโบโซเลย ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพรมแดนที่ไม่มีการตรวจเอกสารเข้าเมือง
แม้ในตอนแรกเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นผู้ชาย แต่สื่อท้องถิ่นของฝรั่งเศสรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า แท้จริงแล้วผู้ต้องสงสัยหลักเป็น “ผู้หญิง” ที่พยายามแต่งกายพรางตัวเพื่อปกปิดอัตลักษณ์ที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม นายสเตฟาน ตีโบต์ อัยการสูงสุดของโมนาโก ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในประเด็นเรื่องเพศของผู้ต้องสงสัย แต่ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วระหว่างตำรวจโมนาโกและฝรั่งเศสที่ทำให้สามารถระบุตัวตนคนร้ายได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ
แม้ทางการโมนาโกจะยังไม่ได้แถลงยืนยันรายชื่อผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ แต่สื่อท้องถิ่นระบุตรงกันว่า เป้าหมายของการลอบสังหารในครั้งนี้คือ นายวาดิม เยอร์โมลาเอฟ วัย 58 ปี มหาเศรษฐีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่ย้ายมาพำนักอยู่ในโมนาโก
นายเยอร์โมลาเอฟ ได้สละสัญชาติยูเครนไปเมื่อปี 2019 เพื่อถือสัญชาติไซปรัส เขาเคยได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ในปี 2020 ว่าเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในยูเครนอันดับที่ 39 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าเขามีผลประโยชน์ทางธุรกิจขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมไวน์และแอลกอฮอล์ในคาบสมุทรไครเมียซึ่งถูกรัสเซียผนวกดินแดน ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2023 เขาตกเป็นเป้าหมายถูกคว่ำบาตรโดยรัฐบาลยูเครน
แรงระเบิดส่งผลให้นายเยอร์โมลาเอฟ, หญิงคนสนิท และเด็กชายวัย 13 ปี ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที โดยในตอนแรกผู้ใหญ่ทั้ง 2 คนอยู่ในอาการโคม่า จนกระทั่งวันพุธที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า อาการของมหาเศรษฐีรายนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ดวงชะตาของหญิงอีกรายยังคงไม่คงที่และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 แห่งโมนาโก ทรงประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “อาชญากรรมที่น่ารังเกียจและโหดเหี้ยมที่สุด”
ทั้งนี้ โมนาโกขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนของมหาเศรษฐี แหล่งกาสิโนหรู และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก เหตุระเบิดกลางเมืองจึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่ โดยทางอัยการสูงสุดระบุว่า คดีนี้จะถูกสอบสวนในฐานความผิด “พยายามฆ่า” ไม่ใช่คดีก่อการร้าย และจะมีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันศุกร์นี้.