อิสราเอลเฉลิมฉลองครบรอบ 72 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิสราเอล ณ จังหวัดอุดรธานี

อิสราเอลเฉลิมฉลองครบรอบ 72 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิสราเอล ณ จังหวัดอุดรธานี

3 ก.ค. 2569 13:07 น.

อิสราเอลเฉลิมฉลองครบรอบ 72 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิสราเอล ณ จังหวัดอุดรธานี

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยและคณะ เดินทางเยือนอุดรธานี ร่วมพิธีเปิดสนามเด็กเล่น ณ โรงเรียนบ้านทุ่งทอง เพื่อกระชับมิตรภาพและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน 72 ปี

เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยและคณะจากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล เดินทางเยือนจังหวัดอุดรธานีเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อกระชับมิตรภาพและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

กิจกรรมสำคัญของการเยือนในครั้งนี้คือพิธีเปิดสนามเด็กเล่น ณ โรงเรียนบ้านทุ่งทอง ซึ่งติดตั้งเครื่องเล่นสนามชุดใหม่ที่บริจาคโดยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ทั้งยังมีการมอบโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนักเรียน รวมทั้งเครื่องทำน้ำดื่มสะอาด เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมของโรงเรียน 

ปัจจุบันโรงเรียนบ้านทุ่งทองมีนักเรียนจำนวน 124 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีนางดุจดาว ขนุนทอง เป็นผู้อำนวยการ

พิธีเปิดสนามเด็กเล่นได้รับเกียรติจากนายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายธีระยุทธ อุ่นวิเศษผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 4 คณะครู นักเรียน และสมาชิกชุมชนเข้าร่วมงาน 

ในระหว่างพิธีเปิดเอกอัครราชทูตอิสราเอลกล่าวว่า “เด็กๆ คืออนาคตของชาติ ดิฉันหวังว่าสนามเด็กเล่นและอุปกรณ์การศึกษาที่มอบให้ในวันนี้ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สนุกสนาน และสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ เล่น และเติบโตอย่างมีคุณภาพ เราปรารถนาให้เด็กๆ มีโอกาสเรียนรู้อย่างเต็มที่ เล่นอย่างมีความสุข และกล้าที่จะฝันอย่างไร้ขีดจำกัด”

ในการเยือนในครั้งนี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลและคณะได้เข้าเยี่ยมคารวะนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีและผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือที่จะมีขึ้นระหว่างอิสราเอลและจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะด้านแรงงาน เกษตรกรรม การศึกษา และด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

จากนั้นยังได้พบกับครอบครัวของนายชัยรัตน์ สานุสันต์ แรงงานเกษตรกรรมที่ทำงานอยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอลใกล้พื้นที่ฉนวนกาซาประมาณ 2 ปี ก่อนจะถูกกลุ่มก่อการร้ายฮามาสสังหารในการบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อภรรยาของนายชัยรัตน์และครอบครัว 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การจากไปของนายชัยรัตน์ ภรรยาของเขาได้รับเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือรายเดือนจากรัฐบาลอิสราเอลมาโดยตลอด ในอัตราเดียวกับที่มอบให้ครอบครัวชาวอิสราเอลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เอกอัครราชทูตอิสราเอลกล่าวต่อครอบครัวผู้สูญเสียว่า “เรายังคงระลึกถึงคุณชัยรัตน์และเหยื่อทุกคนที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม อิสราเอลจะยืนเคียงข้างเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัว โดยหวังว่าพวกท่านจะเข้มแข็งและสบายใจที่ทราบว่าท่านไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้อยู่แต่เพียงลำพัง”

การมาเยือนจังหวัดอุดรธานีของเอกอัครราชทูตอิสราเอลและคณะในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความใกล้ชิดระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนาน บนพื้นฐานของมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชน และความร่วมมือที่ดำเนินพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่าเจ็ดสิบปี อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อประเทศทั้งสอง.

ที่มา: สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

Leave a comment