ดร.มัลลิกา ร่วม Dinner Talk กับ นักเศรษฐศาสตร์เวิลด์แบงก์ และผู้นำธุรกิจ AI-นวัตกรรมนานาชาติ

ดร.มัลลิกา ร่วม Dinner Talk กับ นักเศรษฐศาสตร์เวิลด์แบงก์ และผู้นำธุรกิจ AI-นวัตกรรมนานาชาติ

ดร.มัลลิกา ร่วม Dinner Talk กับ นักเศรษฐศาสตร์เวิลด์แบงก์ และผู้นำธุรกิจ AI-นวัตกรรมนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

ดร.มัลลิกา ร่วม Dinner Talk กับ นักเศรษฐศาสตร์เวิลด์แบงก์ และผู้นำธุรกิจ AI- นวัตกรรมนานาชาติ ย้ำไทยมีศักยภาพดึงดูดการลงทุน หากยึดหลักนิติธรรม

23 กรกฎาคม 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมงาน Dinner Talk กับปริญญ์ พานิชภักดิ์ และนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโลก (World Bank) ตลอดจนผู้บริหาร นักลงทุน และนักธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมจากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศไทย รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและโอกาสการลงทุนในอนาคต

การเสวนาในครั้งนี้ได้มีการหารืออย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งในด้านกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ระบบส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนศักยภาพของกรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจด้าน AI เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรม

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ซักถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองไทยในปัจจุบัน ว่าส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติมากน้อยเพียงใด รวมถึงแนวทางและนโยบายด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการดำเนินธุรกิจของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างยิ่ง

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ในฐานะอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีโครงสร้างกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการแข่งขันสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ดร.มัลลิกาเห็นว่า อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หากทุกภาคส่วนดำเนินการภายใต้หลักนิติธรรมอย่างจริงจัง ประเทศไทยจะสามารถยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแข่งขันกับประเทศชั้นนำของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ดร.มัลลิกาได้แนะนำผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างชาติว่า การเข้ามาลงทุนในประเทศไทยควรดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ควรเลือกใช้วิธีการลัดหรือแนวทางที่อาจขัดต่อกฎหมาย แม้จะดูสะดวกรวดเร็วในระยะสั้น เพราะการลงทุนที่ยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใส ความถูกต้อง และหลักธรรมาภิบาล

ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน หากสามารถรักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยี และบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก อันจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว และประเทศไทยยังเป็นโอกาสของการลงทุนเสมอไม่ว่าจะจะเป็นยุคใด

– 006

Leave a comment