
มติ กมธ.ที่ดินฯ ลุยไล่บี้เอาผิดคดีรุกป่าภูเก็ต ลั่นต้องรื้อจริง-เพิกถอนโฉนดมิชอบ ทวงคืนอุทยานสิรินาถ
วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.
มติ”กมธ.ที่ดินฯ” เดินหน้าไล่บี้เอาผิด”คดีรุกป่าภูเก็ต” คู่ขนานนโยบาย”ภูเก็ตโมเดล” ลั่นต้อง”รื้อจริง-เพิกถอนโฉนดมิชอบ” ทวงคืน”อุทยานสิรินาถ”
26 กรกฎาคม 2569 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า มติที่ประชุม กมธ.ฯ ได้เห็นชอบรายงานผลการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาที่ดินและสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต เพื่อเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดี เพิกถอนเอกสารสิทธิ และบังคับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่ของรัฐอย่างจริงจัง ซึ่งมติสอดรับกับกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งเปิดปฏิบัติการ “ภูเก็ตโมเดล” บังคับคดีตามคำพิพากษาศาล รื้อถอนโรงแรมและวิลล่าหรูที่รุกล้ำอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่ากว่า 25 ไร่ กลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน

น.ส.กุลวลี กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่และประชุมร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมที่ดิน และหน่วยงานใน จ.ภูเก็ต พบว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ มีคดีสำคัญอย่างน้อย 9 คดี ทั้งกรณีโรงแรม รีสอร์ท บริษัท และบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่อุทยาน บางคดีศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดและผู้บุกรุกออกจากพื้นที่แล้ว ขณะที่บางคดียังอยู่ระหว่างเพิกถอนเอกสารสิทธิ บังคับรื้อถอน หรือพิสูจน์ความชอบด้วยกฎหมายของโฉนดที่ดิน กมธ.ฯ จึงมีข้อเสนอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่ปล่อยให้กระบวนการล่าช้าจนผู้ประกอบการยังสามารถใช้พื้นที่และประกอบกิจการต่อไปได้
นอกจากนี้ กมธ.ฯ ยังเสนอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมตรวจสอบแนวเขตและระยะร่นของสิ่งปลูกสร้าง พร้อมให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ยื่นรังวัดแนวเขตต่อกรมที่ดินได้เอง โดยไม่ต้องรอให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อปิดช่องว่างที่ทำให้การบังคับคดีติดขัด

น.ส.กุลวลี กล่าวอีกว่า สำหรับบริเวณหาดนุ้ย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด กรรมาธิการฯ เห็นว่าต้องแยกการตรวจสอบออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน คือ การดำเนินคดีกับผู้บุกรุกและสิ่งปลูกสร้างที่ผิดกฎหมาย กับการพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่นำหลักฐานมายืนยันว่าอยู่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2493 ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินและก่อนประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงมีมติให้กรมป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต กรมที่ดิน และ ส.ป.ก. เร่งจัดทำรายงานข้อเท็จจริง แนวเขต และสถานะของที่ดินทั้ง 7 แปลงเสนอกรรมาธิการฯ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดกับผู้บุกรุก แต่ไม่กระทบประชาชนที่อาจมีสิทธิโดยชอบ

“คำพิพากษาศาลต้องได้รับการปฏิบัติ ผู้บุกรุกไม่ว่าจะเป็นบุคคล บริษัท โรงแรม หรือรีสอร์ทรายใหญ่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกัน ประชาชนที่อยู่มาก่อนและมีหลักฐานก็ต้องได้รับความเป็นธรรม เราต้องทวงคืนพื้นที่ของรัฐโดยไม่สร้างความอยุติธรรมครั้งใหม่ ซึ่งนายสุชาติเคยประกาศเดินหน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อุทยานสิรินาถ หาดนุ้ย และหาดฟรีด้อม หลังคำอุทธรณ์บางส่วนถูกยก ยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้บุกรุกโดยไม่มีข้อยกเว้น” ประธาน กมธ.การที่ดินฯ กล่าว