สุชาติ นำทีม ทส. หารือผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกยูเนสโก ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลอนุทิน เดินหน้าคุ้มครองมรดกโลก

สุชาติ นำทีม ทส. หารือผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกยูเนสโก ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลอนุทิน เดินหน้าคุ้มครองมรดกโลก

สุชาติ นำทีม ทส. หารือผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกยูเนสโก ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลอนุทิน เดินหน้าคุ้มครองมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.56 น.

“สุชาติ”นำทีม ทส. หารือผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกยูเนสโก ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลอนุทิน เดินหน้าคุ้มครองมรดกโลก ยกระดับบทบาทไทยบนเวทีนานาชาติ

26 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 นำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เข้าหารือกับ Mr. Lazare Eloundou Assomo ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก (World Heritage Centre) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ BEXCO นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การพัฒนา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมืออันดี โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกในระดับนานาชาติ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับศูนย์มรดกโลกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดย นายสุชาติได้กล่าวขอบคุณศูนย์มรดกโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของศูนย์มรดกโลก ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และการประสานความร่วมมือ ภายหลังการประกาศให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ส่งผลให้ประชาชนชาวไทยมีความยินดีกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลก จะเป็นประโยชน์ด้านความมั่นคงทางวัฒนธรรม ศาสนา และสามารถสร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ อีกทั้งมีส่วนส่งเสริมเรื่องการเพิ่มขึ้นของรายได้ประชาชน โดยแต่เดิมมีอาชีพหลักด้านการเกษตร จะสามารถมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ นายสุชาติได้กล่าวถึงการเสนอ “เชียงใหม่ : นครหลวงของล้านนา” เป็นแหล่งมรดกโลกในปีต่อไป โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อเสนอแนะขององค์การยูเนสโกอย่างเคร่งครัด สำหรับประเด็นแหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ นายสุชาติ ได้แจ้งต่อผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกว่า ได้ดำเนินการตามข้อแนะนำของศูนย์มรดกโลกแล้ว

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่ได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคีของศูนย์มรดกโลกหลายปี และมีความเข้าใจกระบวนการเสนอแหล่งมรดกโลกเป็นอย่างดี จึงขอให้ประเทศไทยถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องดังกล่าว ให้แก่ประเทศที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก ซึ่งนายสุชาติได้กล่าวตอบรับถึงความพร้อมของประเทศไทยในการสนับสนุนประเทศดังกล่าวในระยะถัดไป

การพบหารือในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการอนุรักษ์มรดกโลกในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับศูนย์มรดกโลก และเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือด้านการอนุรักษ์มรดกโลก เพื่อส่งต่อคุณค่าอันล้ำค่านี้ให้แก่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

Leave a comment