
เอกภพ ย้ำจุดยืน ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพื่อปฏิรูประบบให้มีประสิทธิภาพ-ยั่งยืน
วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.52 น.
“เอกภพ”ย้ำจุดยืนพรรคประชาชน หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพื่อปฏิรูประบบให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพิ่มสัดส่วนประชาชน-บุคลากรผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช.
26 กรกฎาคม 2569 นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงจุดยืนและนโยบายของพรรคประชาชนต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง” ภายหลังชมรมแพทย์ชนบทออกมาตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรค ว่า พรรคประชาชนสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 หรือกฎหมายบัตรทอง เพราะต้องการแก้ไขจุดอ่อนเพื่อทำให้ระบบมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่งบประมาณ คุณภาพบริการ และขวัญกำลังใจของคนทำงาน
โดยสาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมาย 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.ปรับโครงสร้างของบอร์ด หรือ “คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” โดยเพิ่มสัดส่วนประชาชนผู้ใช้สิทธิและบุคลากรผู้ให้บริการ เช่น แพทย์ พยาบาล และลดสัดส่วนผู้แทนจากราชการ เพื่อแก้ไขปัญหาบอร์ดนั่งยาวและนั่งวน จนส่งผลให้บอร์ดขาดมุมมองใหม่ๆ ในการตัดสินใจ 2.สนับสนุนประชาธิปไตย ให้ตัวแทนบางส่วนในบอร์ดมาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อส่งเสริมการรับผิดรับชอบในการตัดสินใจ 3.สนับสนุนการใช้ข้อมูลวิชาการที่มีคุณภาพเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกชุดสิทธิประโยชน์ และปรับอัตราที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จ่ายให้โรงพยาบาล ให้สะท้อนต้นทุนจริงตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
4.ผลักดันให้เกิดชุดสิทธิประโยชน์หลักที่เป็นมาตรฐานเดียวกันของทั้ง 3 กองทุน นั่นคือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ล้มปรากฏการณ์ “โรบินฮูด” หรือการที่โรงพยาบาลเอาเงินกองทุนอื่นมาชดเชยบัตรทอง 5.เพิ่มงบประมาณและดูแลบุคลากร เติมงบประมาณสำหรับการซื้อชุดสิทธิประโยชน์หลักให้เพียงพอต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากร จ่ายค่าตอบแทนคนทำงานอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทำงานได้ยาวๆ ลดภาวะสมองไหลหรือการลาออกจากระบบ 6.หาแหล่งเงินเพิ่มจากผู้ที่มีความสามารถในการจ่ายชุดสิทธิประโยชน์เสริม เช่น ผลักดันให้นายจ้างร่วมจ่ายเป็นสวัสดิการของลูกจ้าง เปิดช่องให้ประชาชนที่มีประกันสุขภาพเอกชนใช้ประกันของตัวเองจ่ายในส่วนนี้ได้ ส่วนผู้ที่ไม่มีนายจ้างและไม่มีประกันเอกชน เช่น แรงงานนอกระบบ เกษตรกร ให้รัฐร่วมจ่าย ประชาชนจะได้ไม่ต้องจ่ายเองทั้งหมด โดยหลักเกณฑ์ให้ขึ้นกับการตัดสินใจของบอร์ด และ 7.ยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิ ลงทุนกับการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิทั้งที่ชุมชนและที่ทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเสริมสุขภาพ การรักษาที่หน่วยปฐมภูมิ และส่งรักษาต่ออย่างแม่นยำ
นายเอกภพ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า แนวทางส่วนใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้อเสนอนโยบายในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพรรคประชาชน ยกเว้นในข้อที่ 2 ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตนและเพื่อน สส.กลุ่มหนึ่ง ได้เสนอเพิ่มเติมประกอบแนวทางที่เหลือ ส่วนกระบวนการในการปรับแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ ทางพรรคจะพิจารณาข้อเสนอต่างๆ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ของฝ่ายรัฐบาล ก่อนมีมติพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยพรรคยืนยันว่าจะ “ไม่เห็นด้วย” กับร่างกฎหมายที่ทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนลดลง หรือทำให้ประชาชนมีภาระในการเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพมากขึ้น และพรรคจะมุ่งผลักดันให้คณะกรรมการ สปสช. มีสัดส่วนของภาคประชาชนและผู้ให้บริการมากขึ้น ลดสัดส่วนของราชการลง ตามที่ได้กล่าวมา