
ทำความรู้จัก ‘ยิ่งชีพ iLaw’ ตัวตึงปมแฉฮั้ว สว.
วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.
จากกรณีที่ ‘เป๋า iLaw’ หรือ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานสำคัญที่อ้างว่าแกนนำพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี และ สส. ฝ่ายรัฐบาล มีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการฮั้วเลือก สว. ส่งผลให้ชื่อของเขากลับมาเป็นที่จับตาของสังคมอีกครั้ง วันนี้ ‘แนวหน้าออนไลน์’ จะพาไปทำความรู้จักเส้นทางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ประวัติและการศึกษา
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ปัจจุบันอายุประมาณ 40 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนมุ่งหน้าสู่เส้นทางกฎหมายโดยคว้าปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังสอบผ่านเนติบัณฑิตไทยและได้รับใบอนุญาตว่าความตามกฎหมายอย่างครบถ้วน
เส้นทางสู่การเป็น นักกฎหมาย
แม้จะมีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่วิชาชีพผู้พิพากษา อัยการ หรือทนายความในสำนักงานกฎหมายเอกชนชั้นนำ แต่ยิ่งชีพกลับเลือกเดินบนเส้นทางภาคประชาสังคม โดยในปี 2552 เขาได้เข้าร่วมโครงการอาสาสมัครนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) และเริ่มทำงานกับโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในฐานะเจ้าหน้าที่ ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์และเติบโตขึ้นเป็นผู้จัดการโครงการ จนก้าวสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารในปัจจุบัน
.jpg)
บทบาทและผลงานที่โดดเด่น
ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ยิ่งชีพมุ่งเน้นการทำงานในประเด็นสิทธิมนุษยชน การปฏิรูปกฎหมาย และการผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ได้แก่
- การรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นผู้นำรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2563
- การตรวจสอบอำนาจรัฐ จัดทำรายงานและฐานข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตลอดจนกฎหมายพิเศษต่างๆ
- การติดตามการเลือกตั้ง มีบทบาทสำคัญในการติดตามและตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในช่วงปี 2567-2569 พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่นำไปสู่การตั้งคำถามในวงกว้าง

จุดยืนทางการเมืองและข้อวิจารณ์
ยิ่งชีพมักย้ำเสมอว่าตนเองทำงานในฐานะ “นักกฎหมายภาคประชาชน” โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ด้วยบทบาทที่จับตาการทำงานของรัฐอย่างเข้มข้น ทำให้มีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายที่มองว่า iLaw และตัวเขามีจุดยืนทางการเมืองที่เอนเอียง ซึ่งยิ่งชีพได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่า การดำเนินงานทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักสิทธิเสรีภาพและหลักนิติรัฐ โดยไม่ได้สังกัดหรือรับใช้พรรคการเมืองใด
เจาะลึกแหล่งทุนและเครือข่ายของ iLaw
ประเด็นด้านเงินทุนของ iLaw มักถูกหยิบยกมาเป็นข้อถกเถียงทางการเมืองอยู่เสมอ จากข้อมูลสาธารณะที่ iLaw เปิดเผยระบุว่า ในช่วงปี 2557-2565 องค์กรได้รับเงินสนับสนุนหลักจากองค์กรไม่แสวงกำไรระหว่างประเทศ อาทิ
- Open Society Foundations (OSF) สนับสนุนด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
- National Endowment for Democracy (NED) องค์กรสนับสนุนภาคประชาสังคมจากสหรัฐฯ
- Fund for Global Human Rights (FGHR) และ American Jewish World Service (AJWS)
นอกจากนี้ ยังมีทุนสนับสนุนเฉพาะกิจสำหรับบางโครงการ เช่น จากมูลนิธิ Heinrich Böll, สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์, Forum Asia และ Access Now รวมไปถึงการเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป ซึ่งในช่วงปี 2566-2576 เงินบริจาคส่วนหนึ่งถูกนำไปชำระหนี้การซื้อและก่อสร้างอาคารสำนักงานเพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะ
ต่อข้อวิจารณ์เรื่องอิทธิพลของแหล่งทุนต่างชาติ iLaw ได้ชี้แจงว่าการรับทุนเป็นกระบวนการปกติขององค์กรไม่แสวงกำไร (NGO) ข้อมูลผู้สนับสนุนทั้งหมดถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใสบนเว็บไซต์ และยืนยันว่าผู้ให้ทุนไม่มีอำนาจในการแทรกแซงหรือกำหนดทิศทางการทำงานขององค์กรแต่อย่างใด