
อนุทิน โชว์หวานควง พิพัฒน์-นาที สยบรอยร้าว บอกสื่อนี่ 2 น. 1 พ. ยันครม.ทำงานร่วมกันราบรื่น
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.56 น.
“อนุทิน” โชว์หวาน ควง “พิพัฒน์-นาที” สยบร้าว “2น1พ” บอกสื่อ “นี่น.นาทีกับน.หนู ไง และ 1พ“ พร้อมรับฟังเสียงวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ ยันไม่กระทบการทำงาน
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อมาถึงนายอนุทิน ได้เจอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ ภรรยานายพิพัฒน์ นายกฯจึงกล่าวทักทายพร้อมกล่าวแซวว่า “2น1พ”
จากนั้นเวลา 08.05 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาที และนางทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่งนายอนุทินได้หยิบพระที่เหน็บในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ดู ก่อนที่นายอนุทินได้เดินจูงแขนนางนาที พร้อมหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่น.นาทีกับน.หนู ไง และ 1พ“
จากนั้นเวลา 08.10น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิพัฒน์และยังเดินจูงแขนนางนาที เช่นนี้เป็นการสยบข่าวความแตกแยกใช่หรือไม่ ว่า “วันนี้วันพระครับ” เมื่อถามว่าการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เดี๋ยวหาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เอาเป็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนตั้งใจทำงานผลักดันงานต่างๆให้กับประเทศ เมื่อถามว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะกระทบการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยเลยครับ แต่ละท่านก็ทำงาน เดี๋ยวตนก็จะประชุมกับ นายสุชาติ ชุมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการไปยึดคืนที่ดินของหลวงที่อุทธยานแห่งชาติ ที่ถูกบุกรุก และจะเชิญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯมาคุยด้วย อย่าให้คนมาตีความกฎหมายต้องใช้เวลา เพราะสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือพอจะเข้าไปยึดที่ดินจะบอกว่าต้องให้ศาลพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน ต้องใช้เวลา 20 ปี คนที่ทำผิดก็ถอนทุนไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เราใช้หลักว่าถ้ามีความมั่นใจว่าเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาบุกรุก ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิอะไรทั้งสิ้น ขับไล่ออกไปก่อนก็ทำได้เป็นอย่างดีในหลายจังหวัด และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็ทำงานด้านการต่างประเทศ จนสร้างความมั่นใจให้นานาประเทศทั้งในด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า ถ้าสังเกตหลังกลับจากประเทศจีนสถานทูตจีนประจำประเทศไทยก็ออกมาย้ำเนื้อหาสาระที่ได้พูดคุยกัน ตอกย้ำว่าความร่วมมือต่างๆจะต้องดำเนินต่อไป นายพิพัฒน์ ท่านก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องด้านการคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของประเทศ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยเหลืองานตนในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลหลายกระทรวง
”ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์หวังดีกับประเทศหวังดีกับรัฐบาล หวังดีกับประชาชน พวกเราทุกคนไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว ยังนำมาปฏิบัติด้วย และพร้อมบอกว่าสิ่งที่เราได้แก้ไขได้รับฟังมาจากผู้ให้คำแนะนำต่างๆ ทำประเทศไปในทางสร้างสรรค์แบบนี้ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไรก็ใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน อย่าไปใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าไปใช้บทวิเคราะห์ของตัวเองหรือตามสื่อต่างๆเข้ามาตัดสินว่านี้คือสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่หรอกครับ รัฐบาลตอนนี้กำลังเดินหน้าไปพัฒนาทุกมิติได้ด้วยความก้าวหน้าและมีผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน“ นายอนุทินกล่าว