
เรืองไกร จดข้อมูล ภ.ง.ด.90 ร้อง ป.ป.ช. ตรวจ ‘เท้ง-ไหม-ภาวุธ-มาร์ค’ ยื่นบัญชีถูกต้องหรือไม่
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.
“เรืองไกร’ ร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สิน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, ศิริกัญญา ตันสกุล และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” 4 นักการเมืองดัง หลังพบข้อสังเกตจากแบบ ภ.ง.ด.90 ชี้พบข้อมูลภาษี-หนี้สิน-สิทธิขอคืนภาษี และรายจ่ายอาจยื่นไม่ครบตามกฎหมาย
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 หรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎา คม ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ พบแฟ้มเอกสารจำนวนมาก และได้เลือกตรวจสอบเอกสารของบุคคลทั้ง 4 ราย โดยพบข้อสังเกตจากแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ประจำปีภาษี 2568 ซึ่งมีทั้งกรณีการขอผ่อนชำระภาษี การขอคืนภาษี และข้อมูลรายได้ที่อาจไม่สอดคล้องกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเอกสาร จึงจดรายละเอียดกลับมาตรวจสอบ
สำหรับกรณีของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนนั้น นายเรืองไกร ระบุว่า จากแบบ ภ.ง.ด.90 พบว่ามีภาษีที่ต้องชำระ 235,219 บาท โดยชำระงวดแรก 78,407 บาท ทำให้มีหนี้จากการผ่อนชำระภาษี 156,812 บาท ซึ่งเห็นว่าควรแสดงเป็นหนี้สิน ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 แต่ไม่พบการแจ้งไว้ในรายการหนี้สินอื่น นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเลขเงินได้พึงประเมินที่แสดงในบัญชีรายจ่ายไม่ตรงกับข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90
ส่วนกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนพบว่ามีการใช้สิทธิขอคืนภาษีตามประมวลรัษฎา กร มาตรา 27 ตรี เป็นเงิน 48,500.46 บาท ซึ่งนายเรืองไกรเห็นว่าควรแสดงเป็นรายการสิทธิหรือสัมปทาน ณ วันที่เข้ารับตำแหน่ง แต่ไม่พบการแจ้งไว้ในบัญชีดังกล่าว อีกทั้งตัวเลขเงินได้พึงประเมินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ยังไม่ตรงกับแบบ ภ.ง.ด.90
สำหรับกรณีคู่สมรสของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พบว่ามีการใช้สิทธิขอคืนภาษีตามมาตรา 27 ตรี จำนวน 76,110.55 บาท ซึ่งเห็นว่าควรแสดงไว้ในรายการสิทธิหรือสัมปทาน แต่ไม่ปรากฏในบัญชีที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ขณะที่เงินได้พึงประเมินของนายภาวุธที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ก็ไม่ตรงกับข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90 เช่นกัน
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์นั้น นายเรืองไกร ระบุว่า จากแบบ ภ.ง.ด.90 พบการชำระภาษีเพิ่มเติมจำนวน 715,465.94 บาท ซึ่งเห็นว่าควรแสดงไว้ในบัญชีรายจ่าย แต่บัญชีที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ระบุเพียงค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลโดยประมาณ 600,000 บาท อย่างไรก็ตาม การยื่นแบบเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นภายหลังวันที่เข้ารับตำแหน่ง จึงเห็นว่าควรตรวจสอบว่าเงินภาษีที่ชำระเพิ่มเติมดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือหนี้สินรายการใด และเหตุใดจึงไม่ปรากฏในการยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ ตัวเลขเงินได้พึงประเมินของนายอภิสิทธิ์ตรงกับข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90
นายเรืองไกรกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และกรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ซึ่ง ป.ป.ช. เปิดเผยแล้วกว่า 600 ราย พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน รายได้ รายจ่าย และเงินได้พึงประเมินจำนวนมาก จึงได้รวบรวมข้อมูลไว้ในโปรแกรม Excel เพื่อเปรียบเทียบกับบัญชีของผู้ดำรงตำแหน่งอีกประมาณ 400 รายที่ยังไม่ได้เปิดเผยบนเว็บไซต์ ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่แจ้งเพียงว่ายังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล แต่ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้
นายเรืองไกรกล่าวทิ้งท้ายว่า มีบัญชีทรัพย์สินของ สส. ที่จะต้องตรวจสอบรวมประมาณ 1,000 ราย แบ่งเป็นผู้พ้นจากตำแหน่งหลังการยุบสภาประมาณ 500 ราย และผู้ได้รับเลือกตั้งอีกประมาณ 500 ราย โดยจะทยอยรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบต่อไป และหากพบพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว