
LIFE & HEALTH : เตรียมพร้อมก่อนบริจาคโลหิต…หนึ่งการให้ ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยได้หลายชีวิต
วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
การบริจาคโลหิตเป็นการให้ที่มีคุณค่า เพราะโลหิตมีความสำคัญทางการแพทย์ที่ยังไม่สามารถผลิตทดแทนได้ และมีความจำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยในหลากหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุ ผู้เข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคเลือด โรคมะเร็ง หรือผู้ที่มีภาวะเสียเลือดรุนแรง ดังนั้น โลหิตทุกยูนิตที่ได้รับจากผู้บริจาคจึงเปรียบเสมือนโอกาสในการต่อชีวิตและสร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วย การเตรียมความพร้อมก่อนบริจาคอย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยให้ผู้บริจาคมีความปลอดภัย ยังช่วยให้โลหิตที่ได้รับมีคุณภาพและสามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.jpg)
ข้อมูลจาก รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระบุว่า ในภาวะปกติ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีโลหิตบริจาคมากกว่า 200,000 ยูนิตต่อเดือน เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีโลหิตสำรองคงคลังอย่างน้อย 3,000 ยูนิตต่อวัน เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุหมู่ ภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในหลายช่วงเวลาของปี โดยเฉพาะวันหยุดยาวหรือเทศกาล จำนวนผู้บริจาคโลหิตมักลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วย
ความสำคัญการเตรียมพร้อมก่อนบริจาคโลหิต
การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิตมีความสำคัญทั้งต่อผู้บริจาคและผู้รับโลหิต ผู้บริจาคที่มีสุขภาพแข็งแรงและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้องจะสามารถบริจาคโลหิตได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นลม อีกทั้งยังช่วยให้โลหิตที่ได้รับมีคุณภาพและสามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.jpg)
การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย แนะนำให้ผู้ที่ต้องการบริจาคโลหิตปฏิบัติดังนี้
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนวันบริจาค เพื่อให้ร่างกายสดชื่นและพร้อมสำหรับการบริจาค
รับประทานอาหารก่อนบริจาค ควรรับประทานอาหารมื้อหลักตามปกติ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาหารกะทิ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของไขมันสูง อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนบริจาค เพราะไขมันในเลือดอาจส่งผลต่อคุณภาพของโลหิต
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ก่อนบริจาค เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี ลดโอกาสเกิดอาการวิงเวียนหลังบริจาค
มีสุขภาพแข็งแรง หากมีอาการไข้ ไม่สบาย หรือกำลังรับประทานยาบางชนิด ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลผู้คัดกรองทุกครั้ง เพื่อประเมินความเหมาะสมในการบริจาค
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนบริจาคโลหิต 24 ชั่วโมง และงดการสูบบุหรี่ 1 ชั่วโมง ก่อนการบริจาค เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพและการไหลเวียนของเลือด
แต่งกายสุภาพและสวมเสื้อที่สามารถพับแขนขึ้นได้สะดวก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจาะเลือด
การปฏิบัติตนหลังบริจาคโลหิต
หลังบริจาคโลหิต ผู้บริจาคนอนพักที่เตียงอย่างน้อย 5 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติจึงลุกจากเตียง และนั่งพักอีก 10 -15 นาที พร้อมดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ และรับประทานอาหารว่างเพื่อทดแทนพลังงาน หากรู้สึกเวียนศีรษะควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
.jpg)
นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือใช้แขนข้างที่บริจาคอย่างหนักเป็นเวลา 24 ชั่วโมง รวมถึงงดการออกกำลังกายหนัก การทำงานบนที่สูง หรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกไม่หยุด หน้ามืด หรือเป็นลม ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่หรือไปพบแพทย์ทันที
ที่สำคัญ ผู้บริจาคโลหิตต้องรับประทานธาตุเหล็ก Ferrous Fumarate 200 mg ที่ได้รับ เพื่อชดเชยธาตุเหล็กที่เสียไปกับการบริจาคโลหิต ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะเลือดจางและสามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน โดยรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งหลังอาหาร หรืออาจรับประทานพร้อมอาหาร ไม่ควรรับประทานพร้อมนม ชา กาแฟ เพราะจะลดประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็ก
ประโยชน์การบริจาคโลหิต
การบริจาคโลหิตมีประโยชน์หลายด้าน ทั้งช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยที่ต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน ช่วยให้มีปริมาณโลหิตสำรองเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ อีกทั้งผู้บริจาคยังได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น การวัดความดันโลหิต การตรวจระดับฮีโมโกลบิน และการคัดกรองโรคติดเชื้อบางชนิดตามมาตรฐานของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคมและส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี
.jpg)
องค์กรเอกชนร่วมบริจาคโลหิต
ล่าสุด บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด นำโดย ดร.ศศมน มันทะเล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และสุรชัย ขจรกิจสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด นำทีมพนักงานร่วมกิจกรรม “เอนี่เพย์ รวมพลังบริจาคโลหิต” รับวันแม่แห่งชาติ 2569 เพื่อร่วมส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ บรรเทาวิกฤติขาดแคลนโลหิตสำรอง พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกการเป็น “ผู้ให้” และส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมี ปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และ ภก.ดร.นรินทร์ กิจเกรียงไกรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
ร่วมบริจาคโลหิตได้ทั่วประเทศ
การบริจาคโลหิตเป็นการเสียสละที่มีคุณค่าและสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้หลายชีวิต การเตรียมตัวก่อนบริจาคอย่างถูกต้อง เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง จะช่วยให้การบริจาคเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้โลหิตที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ การปฏิบัติตามคำแนะนำหลังบริจาคยังช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้น ทุกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมควรร่วมเป็น ผู้บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อร่วมกันสร้างคลังโลหิตที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ
.jpg)
สามารถร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต, โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ https://thaibloodcentre.redcross.or.th/