สัมพันธ์แน่น ไทยผนึก‘นิวซีแลนด์’ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

22 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

นายกฯ อนุทิน จับมือ นายกฯ คริสโตเฟอร์ ลักซอน ประกาศศักดาฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ ยกระดับไทย–นิวซีแลนด์สู่“หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” อย่างเป็นทางการ กางแผนยุทธศาสตร์ร่วมดันมูลค่าการค้าสองฝ่ายจากปัจจุบัน 1.05 แสนล้านบาทให้พุ่งขึ้น 3 เท่า สู่ระดับ 2.46 แสนล้านบาท ภายในปี 2588 พร้อมปิดดีลความร่วมมือรอบด้าน ทั้งปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด ดันไทยเข้า OECD และเตรียมฟื้นเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์ ในเดือนมีนาคม 2570 เชื่อมสองประเทศบูมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ที่ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ ถึงความสำเร็จในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า3เท่า

นายคริสโตเฟอร์  ลักซอน ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าการพบปะหารือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในวาระครบรอบ 70 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต โดยนิวซีแลนด์มองว่าประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของอาเซียน ซึ่งเป็นประตูเชื่อมโยงไปสู่ตลาดผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคน ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท) โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าให้เป็น 3 เท่าภายในปี 2588 ควบคู่ไปกับการยกระดับข้อตกลงการค้าเสรีนิวซีแลนด์-ไทยให้ทันสมัย

นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมประกาศมอบเงินสนับสนุน 5 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 105 ล้านบาท) แก่สถาบันความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค อีกทั้งยังมีการลงนามข้อตกลงเชิงพาณิชย์ฉบับใหม่ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการผลิตขั้นสูงรวมถึงเทคโนโลยีอวกาศอีกด้วย

ยกระดับสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์

ขณะที่ นายอนุทิน กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ พร้อมระบุว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยตนและนายกรัฐมนตรีลักซอนได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น

ร่วมมือสู้อาชญากรรมข้ามชาติ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action 2026–2030) ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ได้แก่ ประการแรก ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ขยายการค้าและการลงทุน

ประการที่สอง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย–นิวซีแลนด์ (Thailand–New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และได้พบหารือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี

ประการที่สาม ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประการที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนนำ รวมถึงเอเปค และเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อพัฒนาการในภูมิภาคและระหว่างประเทศ และยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานและระบบพหุภาคี ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีลักซอน รัฐบาล และประชาชนชาวนิวซีแลนด์ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและไมตรีจิตที่มอบให้นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยตลอดการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการครั้งนี้

ลงนามหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯทั้งสองร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ (1) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ และ (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์ (3) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน (4) ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่าด้วยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีความใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค

ฟื้นเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

พาชมเครื่องบินบริษัท NZAero

ต่อมา เวลา 15.00 น. ที่โรงจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยาน Ardmore นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมเครื่องบินของบริษัท NZAero ด้วยตนเองโดยมีนายสตีเฟน เบอร์โรว์ ผู้บริหารบริษัท NZAero ได้ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท พร้อมนำนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการจัดแสดงเครื่องบิน และการสาธิตเครื่องบินเล็ก CT-4 อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยี่ยมชม NZAero ครั้งนี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์และความร่วมมืออันยาวนานระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยประเทศไทยมีความผูกพันกับเครื่องบินของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำมาใช้ในภารกิจฝนหลวง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนการใช้เป็นเครื่องบินฝึกบินในประเทศไทย รวมถึงการฝึกบินของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

 ‘อนุทิน’ชี้สะท้อนมิตรภาพ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ตนเองเคยใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวในการฝึกบินเช่นกัน โดยเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะและมาตรฐานความปลอดภัยสูง จึงรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมชมเครื่องบินรุ่นที่มีความผูกพันกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ที่ได้ร่วมเดินทางมาเยี่ยมชมเครื่องบินด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความใกล้ชิดและมิตรภาพระหว่างผู้นำและประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมเชื่อมั่นว่าการเยี่ยมชมครั้งนี้จะช่วยต่อยอดไปสู่การขยายความร่วมมือระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการบิน ให้มีความใกล้ชิดและเกิดผลเป็นรูปธรรมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการบินของทั้งสองประเทศในอนาคต

ต่อยอดให้เป็นประโยชน์กับคนไทย

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Top Flying Limited กับบริษัท NZAero ด้วย

ทั้งนี้ การเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแสวงหาองค์ความรู้และโอกาสจากความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนไทย ทั้งการพัฒนาทักษะ สร้างโอกาสในอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทยให้เติบโตและแข่งขันได้มากขึ้นในอนาคต

นายกฯไทยนิวซีแลนด์

Leave a comment