เรื่องนี้มีประวัติ : วังภาษีเจริญ วังของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา หรือสมเด็จอินทรฯ คือผู้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าเพียงพระองค์เดียวในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงมีพระนามเดิมว่าประไพ สุจริตกุล ประสูติเมื่อ 10 มิถุนายน 2445 สิ้นพระชนม์ 30 พฤศจิกายน 2518 ทรงเป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) 

สมเด็จอินทรฯ ทรงเข้ารับราชการฝ่ายใน ในรัชสมัยของรัชกาลที่ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระอินทราณี ครั้งมีทรงพระครรภ์ ก็ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ตำแหน่งพระมเหสี ซึ่งต่อมาทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี แต่ในภายหลังทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตแล้ว พระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงย้ายไปประทับ ณ พระตำหนักสวนนกไม้ พระราชวังดุสิต ครั้นต่อมาทรงย้ายไปประทับ ณ วังภาษีเจริญ หรือวังประตูน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นพระนิวาสน์เดิมของพระองค์ โดยบริเวณที่ทรงให้สร้างวังคือพื้นที่บ้านเดิมของพระบิดาของพระองค์ แล้วเสด็จประทับ ณ วังภาษีเจริญจนถึงพระวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ โดยเมื่อทรงพระประชวรก็ทรงเข้ารับการถวายการรักษา ณ โรงพยาบาลศิริราช สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2518 สิริพระชันษา 73 ปี

พระราชประวัติเพิ่มเติมของพระองค์ พระอัยกา (ปู่) ของพระองค์คือพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) พระอนุชาในสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงสามพระองค์ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระอัยยิกา (ยาย) ฝ่ายพระชนนีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 

อีกทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกา (ย่า) ฝ่ายพระชนกในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ รวมถึงทรงเป็นพระปัยยิกา (ทวด) ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

ขอย้อนกลับไปกล่าวถึงพระราชประวัติของสมเด็จอินทรฯ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงมีพระวรกายบอบบาง มีพระอุปนิสัยร่าเริง ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนราชินี จนทรงจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ ทรงโปรดการกีฬา แต่ทรงสอบได้คะแนนดีในด้านวิชาการ ทรงพระปรีชาด้านการขับร้อง ทรงเป็นต้นเสียงร่วมกับพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) ผู้เป็นพี่สาว และทรงแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนนางลอย และยังทรงรับบท อินทิรา ดุลยวัจน์ นางเอกในพระราชนิพนธ์ละครพูดในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เสือเฒ่า 

เมื่อกล่าวถึงวังภาษีเจริญ ก็ต้องบอกว่าในปัจจุบันไม่มีวังนี้ปรากฏอีกต่อไปแล้ว เพราะถูกรื้อลงจนหมดสิ้น หลังจากสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ โดยปัจจุบันพื้นที่ของวังภาษีเจริญได้แปรสภาพเป็นอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของผู้คนทั่วไปในบริเวณประตูน้ำภาษีเจริญ ใกล้กับวัดนวลนรดิศ ซึ่งน่าเสียดายมากที่ไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่มีหลักฐานระบุว่าวังนี้สร้างในช่วงปี 2475 โดยเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี วังเดิมสร้างด้วยไม้สัก ผู้คนในยุคนั้นซึ่งคุ้นเคยกับวังแห่งนี้บอกเล่าว่า สมัยเมื่อสมเด็จอินทรฯ ยังประทับอยู่ จะมีห่านฝูงใหญ่ ดังนั้นเมื่อเวลาผู้คนเข้าออกจากวัง ก็จะได้ยินเสียงห่านดังระงม

วังภาษีเจริญมีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมระหว่างเรือนไทยประยุกต์กับสถาปัตยกรรมยุโรปยุคโคโลเนียล ซึ่งเป็นแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5-6 โดยวังแห่งนี้มีจุดเด่นที่หอคอยทรงแปดเหลี่ยม ตั้งตระหง่านกลางตัววัง ส่วนตัววังเป็นโครงสร้างไม้ มีบานหน้าต่างจำนวนมากทั้งบานทึบและบานเกล็ด ซึ่งช่วยในการระบายอากาศและทำให้ลมพัดผ่านได้อย่างดี และทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงตัววังได้สะดวก ส่วนหลังคามุงด้วยกระเบื้องเรียบทรงแปดเหลี่ยม วังนี้เน้นการสร้างบรรยากาศแบบเรือนสำหรับพักผ่อนของเจ้านายฝ่ายใน นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้ชั้นล่างที่มีระเบียงรอบ โดยมีบานหน้าต่างแบบบานเกล็ดทำด้วยไม้รอบอาคาร ส่วนตัวเรือนยกใต้ถุนสูง โดยมีเสาปูนทรงกลมรองรับ ทำให้ได้รับลมจากคลองภาษีเจริญได้ตลอดเวลา ตามแบบฉบับของเรือนริมน้ำ และต่อมาได้ต่อเติมวังด้วยปีกอาคารที่ทำด้วยซีเมนต์ เรียกอาคารปูนสามชั้น สร้างเมื่อสมเด็จอินทรฯ เสด็จมาประทับ จุดเด่นคือทำหน้าต่างทรงสูงแบบตะวันตก และมีกันสาดไม้อยู่เหนือหน้าต่าง หลังคาแบบปั้นหยา มี ที่หน้าจั่วแบบโคโลเนียล เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไทยกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ส่วนจุดเด่นอีกอย่างของวังนี้คืองานเหล็กฉลุ และบัวปูนปั้นที่แสนประณีต ที่แสดงถึงความอ่อนช้อยละเอียดอ่อนแต่หรูหรา โดยเฉพาะช่องลมเหนือหน้าต่างที่ทำเป็นลวดลายเลขาคณิต ซึ่งเป็นงานช่างที่ได้รับอิทธิพลสไตล์วิกตอเรียนโคโลเนียล ที่ปัจจุบันหาชมได้ยากมาก 

แผนผังของวังเป็นรูปตัวแอล โดยด้านหน้าเป็นเรือนไม้ และหอแปดเหลี่ยม ด้านหลังเป็นอาคารสามชั้นทำด้วยซิเมนต์ รอบวังเป็นสวน มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นตามแบบฉบับเรือนริมคลอง แต่ชะตากรรมของวังแห่งนี้ก็ประสบกับวันเวลาสุดท้าย เมื่อสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ วังถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนทรุดโทรมมาก แล้วต่อมาพิ้นที่ของวังแห่งนี้ก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านเรือนและทาวน์เฮาส์ริมคลอง แต่ชาวบ้านยังคงเรียกขานบริเวณนี้ว่าวังภาษีเจริญ หรือวังประตู้น้ำภาษีเจริญ 

(ขอบคุณภาพประกอบคอลัมน์จากเว็บไซต์ และเฟซบุ๊คต่าง ๆ อาทิ เรื่องเล่าสยามแต่ปางก่อน และเว็บไซต์ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ)  

เฉลิมชัย ยอดมาลัย 

วังภาษีเจริญเรื่องนี้มีประวัติ

Leave a comment