27 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

อัดงบฯลงจว.ชายแดนใต้ ทุ่ม5.7หมื่นล. ครม.สัญจรจัดให้เต็มๆ 14.สส.ตบเท้ายื่น2กมธ.
แก้สถานการณ์ไม่สงบ
รัฐบาลจัดเต็ม ครม.สัญจรสงขลา พัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท “พิพัฒน์”พูดแล้วทำ ยันคุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ ขณะที่ 14 สส.ชายแดนใต้ ผนึกยื่น 2 กมธ.สภาฯเร่งติดตามเหตุความไม่สงบ จี้ตรวจสอบเคส“เฮลิคอปเตอร์”ยิงประชาชน ด้าน“กมธ.ความมั่นคงฯ”นัดประชุมพิเศษ27ส.ค.นี้ เรียก 6 หน่วยงานแจงสถานการณ์
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอโครงการจาก 5 จังหวัดภาคใต้ประกอบด้วย สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 199 โครงการรวมวงเงินเบื้องต้นกว่า 5.7 หมื่นล้านบาทโดยข้อเสนอทั้งหมดนี้จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.สัญจร จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 นี้
รัฐบาลเดินหน้าเพื่อภาคใต้
สำหรับข้อเสนอทั้งหมด แยกเป็นรายจังหวัด คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอ 5 โครงการเตรียมความพร้อมการประชุม ครม. วงเงินรวม 50 ล้านบาท ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม คมนาคม และการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 26โครงการวงเงินรวม 35,061.056 ล้านบาท ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทย คมนาคม พลังงาน สาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การคลัง เกษตรและสหกรณ์ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แรงงาน และสำนักงบประมาณ
ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการเชื่อมโยง 2 ทะเล ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวล่องเรือชมโลมาอิรวดี ว่าอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของโลมาอิรวดีในวงกว้างจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนความเหมาะสมและนำข้อสังเกตดังกล่าวไปศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง
ทุกจังหวัดผลักดันเร่งด่วน
นอกจากนี้ แขวงทางหลวงจังหวัดสงขลา ยังรายงานว่ามีโครงการเร่งด่วนทั้งสิ้น 133 โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จบางส่วน เหลืออีก 106 โครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีก 1,941 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เสนอโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจำนวน 17 โครงการ ครอบคลุมด้านการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจ คมนาคมและการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 11 โครงการ แต่ไม่ได้ระบุวงเงิน ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยนายพิพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตให้ขยายขอบเขตโครงการไปยังพื้นที่อำเภอมะนังและอำเภอทุ่งหว้า เพิ่มเติมด้วย
ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการจำนวน 10 โครงการ วงเงิน 338.145 ล้านบาท พร้อมเสนอโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณอีก 4 โครงการ วงเงินรวม4,308 ล้านบาท และมีข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชนที่ไม่ใช้งบประมาณอีก 1 โครงการรวมอยู่ด้วย
ปัตตานีช่วยอุปโภค-บริโภค
ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการจำนวน 6 โครงการ วงเงิน 50 ล้านบาท เน้นการติดตามและเฝ้าระวังภัยพิบัติเชิงรุก การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การบรรเทาความเดือดร้อนด้านอุปโภค-บริโภคการป้องกันน้ำท่วมขังในชุมชน และการพัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะบริเวณสระที่ 5, 6, 7 และ 8
นายพิพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการขุดลอกร่องน้ำปัตตานี วงเงิน 400 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หารือร่วมกับกรมเจ้าท่าเพื่อหาข้อสรุปโดยเร็ว พร้อมขอให้จังหวัดจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆเป็นภารกิจสำคัญลำดับแรกก่อนดำเนินการขั้นต่อไป
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการจำนวน 6 โครงการ วงเงิน 404.790 ล้านบาทและเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 8 โครงการ วงเงินสูงถึง 15,055.640 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่จังหวัดเสนอทั้งหมด
สำรองงบฉุกเฉินไว้เพียบ
อย่างไรก็ตาม นอกจากวาระข้อเสนอโครงการของ 5 จังหวัดแล้ว ที่ประชุมยังเห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของจังหวัดสงขลา ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเดิมมีจำนวน 9 โครงการ งบประมาณ 99,500,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันคงเหลือ 6 โครงการ วงเงินงบประมาณ 88,182,800 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงบประมาณดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เพิ่มขีดความสามารถเอกชน
รวมทั้งเห็นชอบการขอโครงการเพิ่มเติมจากเทศบาลนครหาดใหญ่ วงเงิน 25,900,000 ล้านบาท และเทศบาลเมืองควนลัง วงเงิน 21,133,800 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 47,033,800 ล้านบาท
นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบข้อเสนอโครงการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของภาคเอกชน จังหวัดสงขลา 2 โครงการได้แก่ โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันท่าเรือสงขลา และลดต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ส่งออก-นำเข้า และข้อเสนอแผนงานพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่แบบครบวงจร จังหวัดสงขลา ตามแนวทางการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA)
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ข้อเสนอทั้งหมดนั้น ยังเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้นและต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนที่จะหารือกันในสัปดาห์หน้า จากนั้นจึงเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.สัญจร จังหวัดสงขลา โดยนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณารายละเอียดแต่ละโครงการ ก่อนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามขั้นต่อไป
สส.ใต้ยื่นกมธ.แก้วิกฤต
บ่ายวันเดียวกันที่รัฐสภา 14 สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดยนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางรับมือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่
นายซาการียา ในฐานะตัวแทน สส.ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า จากสถานการณ์เมื่อวันที่22-24 ส.ค. เกิดเหตุความไม่สงบหลายรูปแบบและหลายพื้นที่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงจังหวัดสงขลา ทำให้ได้รับความเสียหายสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบในมิติความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การดำรงชีวิต และสาธารณูปโภคของประชาชนโดยตรง
สส.ชายแดนห่วงประชาชน
นายซาการียา กล่าวว่า ในนามสส. ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในพื้นที่และไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะการระเบิดเสาไฟฟ้า การทำลายทรัพย์สินทางราชการ การเผาทำลายอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง รวมถึงรถขยะ รถดับเพลิง และยานพาหนะที่จำเป็นในการใช้งาน ตลอดจนการระเบิดและเผาทำลายร้านสะดวกซื้อของเอกชน ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลในสถานการณ์ดังกล่าว
จากนั้นสส.ในพื้นที่ได้หารือและทำหนังสือถึงกมธ. 2 คณะ ได้แก่ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ และกมธ.การกระจายอำนาจฯ โดยขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงสถานการณ์และแนวทางป้องกัน รวมถึงขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านในตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และตรวจสอบสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการบริการประชาชน
นัดถกด่วน27ส.ค.
ด้านนายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวว่า ได้มารับหนังสือจากสส. ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้กมธ. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามและหาข้อมูล โดยวันที่ 27 ส.ค.ได้นัดประชุมพิเศษในเรื่องนี้ และเชิญ 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเข้าร่วม รวมถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9
นายมณเฑียร กล่าวว่า ในกมธ.ไม่มีพรรคการเมือง และจะร่วมมือกันทำงานเพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน โดยมีพรรคประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชนมาร่วมทำงาน พร้อมเชิญชวนให้ร่วมกันหาข้อมูล เพราะไม่มีใครรู้พื้นที่ได้ดีกว่าคนในพื้นที่ หลังจากได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.การกระจายอำนาจฯ กล่าวว่า จะรับเรื่องไปพร้อมกับกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เพื่อทำงานร่วมกัน มีข้อมูลและบูรณาการร่วมกัน โดยจะนำเรื่องของ สส.สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกพรรคการเมืองมาพิจารณาให้เร็วที่สุด เพื่อสอบข้อเท็จจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยจะเร่งนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมภายในเดือนนี้
ส่วนนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่ทราบกันดี และวันนี้เป็นที่น่ายินดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในเขตพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 13 เขตเลือกตั้ง พร้อม สส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คน ได้มายืนแถลงและแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไม่นิ่งดูดายและต้องการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี
คุมเข้มวันชาติมาเลเซีย
มีรายงานว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบก่อนถึงวันที่ 31สิงหาคม ซึ่งเป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย และตรงกับวันสถาปนากลุ่มเบอร์ซาตู หลังมีข้อมูลแจ้งเตือนด้านการข่าวให้เฝ้าระวังการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
5จังหวัดใต้, ครม.สัญจรสงขลา, คุมเข้มวันชาติมาเลเซีย, ทุ่มงบ5.7หมื่นล้าน