27 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

ล่ามือปล่อยสำนวนฮั้วสว. อนุทินจวกยับ เจตนาจ้องทำลายรัฐบาล ดีเอสไอโต้ลั่นฟ้องปิดปาก
ดีเอสไอนั่งไม่ติดโต้ฟ้องปิดปากคนปล่อยสำนวนคดีฮั้วสว.ลุยตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ภายในสาวหามือดี ขณะที่ปลัดยุติธรรมระบุเพื่อรักษาสิทธิ์องค์กร ใครเอี่ยวเอาผิดว่าไปตามกฎหมาย ส่วน “อนุทิน” อัดซ้ำคนปล่อยเอกสารหลุดเจตนาไม่ดีกับรัฐบาล คาดหาตัวไม่ยาก พร้อมดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ด้าน“ศุภชัย” จี้กกต.ตั้งคณะไต่สวนชุดที่ 26 ข้องใจสำนวนหลุดถึง“พริษฐ์”ได้อย่างไร “เท้ง”จับตาสังเวยแค่บางคน ตัดตอนพรรคการเมือง-รมต.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายของดีเอสไอเข้าร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนตำรวจ กองบังคับการปราบปราม ตามฐานความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยความลับภายในเอกสารราชการประมวลกฎหมายอาญามาตรา 322 มาตรา 323 และมาตรา 164 พร้อมแจ้งรายละเอียดพฤติการณ์ของกลุ่มคณะบุคคลที่มีการนำเอาเนื้อหาข้อมูลเอกสารภายในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ เกี่ยวกับคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว.และฮั้วสว.นำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ
DSIปัดปิดปากกลุ่มปล่อยหลักฐานฮั้วสว.
โดยกล่าวว่า ล่าสุด ตนได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้วเพื่อดูต้นตอที่มาการหลุดของเอกสารข้อมูลหลักฐานทางคดีว่าไปสู่สาธารณะได้อย่างไร รวมถึงกรณีที่พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความเกี่ยวข้องกับกองคดีการฟอกเงินทางอาญาเช่นเดียวกัน ซึ่งการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็เพื่อเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆ
พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปากแต่อย่างใด เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา เนื่องจากพยานเอกสารมันหลุดออกไปเช่นนั้นก็ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ปลัดยธ.ย้ำDSIรายงานผลสอบข้อมูลรั่ว
ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง เวลา 09.09 น. ได้ทำพิธีสักการะพระพุทธภูมิพลาภิบาลทศพลญาณมุนี พระประจำ กระทรวงยุติธรรม ณ บริเวณหอพระด้านหน้าอาคารกระทรวงยุติธรรม
โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุที่ข้อมูลและพยานหลักฐานสำคัญในสำนวนคดีฮั้ว สว.หลุดสู่สาธารณะจนกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมว่าภายในวันศุกร์ที่28 ส.ค. ทางดีเอสไอจะต้องมีการรายงานข้อมูลขึ้นมาให้ตนรับทราบ แต่ในส่วนกระบวนการก็เป็นไปตามข่าวสารที่ปรากฏ ซึ่งดีเอสไอได้ไปดำเนินการ
แจ้งความเรียบร้อยแล้ว
ลั่นใครมีเอี่ยวเอาผิดตามกฎหมาย
“ไม่ว่าใครเป็นคนนำเอกสารออกไป หรือใครเป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนกรณีว่าหากมีตรวจสอบแล้ว พบว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในสังกัดดีเอสไอ หรือคนในรัฐบางชุดที่แล้วเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ผมยังไม่สามารถไปตอบได้มากขนาดนั้น เนื่องจากมันอยู่ที่กระบวนการตรวจสอบทางคดีอาญาของตำรวจกองบังคับการปราบปราม”ปลัดกระทรวงยุติธรรม ย้ำ
เมื่อถามว่าข้อมูลส่วนบุคคลและหลักฐานในคดีที่หลุดออกไปสู่สาธารณะเช่นนี้ ซึ่งถูกใช้ในการพาดพิงถึงบุคคลที่สาม จะกระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรดีเอสไอหรือไม่นั้น ปลัดกระทรวงยุติธรรมแจงว่า เราไม่มีใครทราบข้อเท็จจริงว่าเนื้อหาส่วนนั้นจริงทั้งหมดหรือเท็จทั้งหมด หรือมีการปรุงแต่งหรือไม่ อย่างไร เพราะที่ทุกคนเห็น มันก็เป็นแค่เอกสาร เพียงแผ่นด้านหน้า ซึ่งตนคิดว่าคนที่จะยืนยันได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงอย่างไร ก็ต้องเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเอง
ย้ำDSIแจ้งความเพื่อรักษาสิทธิ์องค์กร
ทั้งนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมยังปิดท้ายว่าส่วนกรณีที่ดีเอสไอไปแจ้งความดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข้อมูลภายในสำนวน จะไม่เป็นการฟ้องปิดปาก(SLAPP)หรือดิสเครดิตใช่หรือไม่ เพราะก็ถือเป็นการตรวจสอบสาธารณะนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าสำนวนในคดี แม้จะบางส่วนหรือแค่แผ่นเดียว มันเป็นเอกสารที่จะต้องถูกเปิดเผยในชั้นศาล ฉะนั้น การที่ดีเอสไอรักษาสิทธิ์ของตัวเอง แล้วไปทำให้เกิดความเชื่อมั่น หรือทำให้สังคมได้ตรวจสาธารณะด้วย รวมไปถึงการดำเนินคดีก็เป็นหน้าที่ของดีเอสไออยู่แล้ว ต่อให้ไม่ใช่ดีเอสไอแต่เป็นหน่วยงานอื่นที่ถูกนำเอาเอกสารชั้นความลับหลุดออกไป เขาก็ต้องดำเนินการเหมือนกัน ตนจึงอยากขอความเป็นธรรมให้หน่วยงานดีเอสไอด้วย
นายกฯซัดคนปล่อยสำนวนคดีฮั้วสว.
ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยอมรับว่าสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ในคดีฮั้ว สว.หลุด ว่า มันมีกฎหมายอยู่แล้วว่าใครเอาเอกสารทางราชการออกมา ก็มีการระบุความผิดไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับตน อยู่ที่หน่วยงานจะดำเนินการตามกฏหมายอย่างไร
เมื่อถามว่าข้อมูลดังกล่าวหลุดมาจากรัฐมนตรีคนก่อนใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าตนจะไปรู้ได้อย่างไรซึ่งกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องทำเพราะถ้าเขาไม่ทำ เขาจะโดนกล่าวหาว่า ทำเอกสารรั่วออกไป ตรงนี้ก็ดีอย่าง เพราะเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้วทุกคนก็จะได้มีช่องที่จะบอกได้ว่าเอกสาร มันรั่วออกไปได้อย่างไร
จวกยับเจตนาไม่ดีกับรัฐบาล
“มันไม่ควรนะมันเป็นเอกสารทางราชการ ใครเอาออกไป มันหาไม่ยากหรอก เราก็จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง”นายกฯกล่าว และเมื่อถามว่ามองเจตนาของคนปล่อยข้อมูลนี้อย่างไร เป็นการหวังทำลายรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า“ไม่ใช่เจตนาดีแน่นอน ไม่เห็นต้องถามเลย”
ขอบคุณฝ่ายค้านจัดงานรร.พูลแมน
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมจัดเสวนาเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว.ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2568ว่า“ก็ดีสิ”ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกจัดกิจกรรมที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ถือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“โอ๊ย…ขอบคุณที่ไปอุดหนุน”พร้อมหัวเราะและระบุว่า ถือเป็นการไปอุดหนุนกิจการของเพื่อน ก่อนถามกลับว่า“พูลแมนที่เป็นของเจ้าของคิง เพาเวอร์ ใช่หรือไม่ เราสนิทกันดี ขอบคุณที่ไปอุดหนุน”เมื่อถามย้ำว่าการตั้งใจเลือกโรงแรมดังกล่าวมีนัยสำคัญอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า“ไม่ทราบ ไม่เกี่ยวอะไรกับผม”
ศุภชัยข้องใจสำนวนถึง‘พริษฐ์’ได้ไง
ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีความคืบหน้าการเผยแพร่เอกสารสำนวนการสอบสวนคดีฮั้วเลือกสว.ที่หลุดรอดออกมาสู่สาธารณะว่า เป็นประเด็นต่อเนื่องจากวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งตนได้เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกลุ่มของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และสื่อออนไลน์ นำสำนวนการสอบสวนซึ่งเป็นเอกสารลับของทางราชการออกมาเผยแพร่ล่าสุดทราบว่า ทาง DSI ได้ดำเนินการร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อให้สอบสวนกรณีเอกสารสำนวนชุดที่ 26 หลุดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายศุภชัยกล่าวอีกว่า จากการติดตามข่าววันนี้พบว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนได้นำเอกสารรายงานการสอบสวนสำนวนการไต่สวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสมัคร สว.มาแสดงต่อสาธารณะซึ่งเอกสารดังกล่าวมีการระบุรายชื่อลำดับและกลุ่มอย่างชัดเจน จากการตรวจสอบพบว่าเอกสารฉบับนี้เคยอยู่ในความครอบครองของ นายเอกรินทร์ ดอนดง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งขึ้นโดยในขณะนั้นนายเอกรินทร์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษของคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหนึ่งในสามเจ้าหน้าที่จาก DSI ที่เข้าไปเป็นกรรมการในชุดดังกล่าว
จี้กกต.ตั้งกก.สอบ‘คณะไต่สวนชุดที่ 26’
นายศุภชัยกล่าวอีกว่า“จากการที่ปรากฏชื่อนายเอกรินทร์ในเอกสารที่หลุดไปอยู่ในมือนายพริษฐ์ได้อย่างไร จึงขอเรียกร้องให้กกต.เร่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคณะกรรมการชุดที่ 26 ว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือตั้งใจให้เอกสารราชการหลุดรอดไปถึงบุคคลภายนอกหรือไม่ หากพบว่าเป็นความผิดทางอาญาขอให้กกต.ดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนทันที
พร้อมยังขอตั้งคำถามถึงร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต.ในฐานะประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดดังกล่าวว่าเหตุใดจึงไม่ดูแลเอกสารสำคัญให้ดีจนหลุดไปอยู่ในมือบุคคลภายนอกที่นำมาเผยแพร่ในลักษณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งผู้ที่นำเอกสารมาเปิดเผยอาจถูกดำเนินคดีในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนได้
ท้าโชว์ผลสอบชุด 36 เทียบเคียง
นายศุภชัยกล่าวว่า เหตุใดจึงมีการหยิบยกเฉพาะข้อมูลจากคณะกรรมการชุดที่ 26 มานำเสนอ แต่กลับไม่นำผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการชุดที่ 36 มาเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็น ซึ่งทั้งสองชุดมีมติที่แตกต่างกัน การเลือกหยิบเฉพาะส่วนที่ถูกใจมาโน้มน้าวประชาชนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ยืนยันว่าการตั้งคณะกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมานั้นเป็นขั้นตอนปกติของ กกต. ตามกฎหมาย ไม่ใช่คณะพิเศษที่ตั้งขึ้นเพื่อหักล้างผลการสอบสวนเดิมแต่อย่างใด
นายศุภชัยกล่าวถึงกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า ไม่ควรผูกขาดความรักชาติหรืออ้างความชอบธรรมเพียงฝ่ายเดียว เสรีภาพควรมีขอบเขตและไม่ควรละเมิดหรือใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น พร้อมทั้งท้าให้นำข้อมูลชุดที่ 36 มาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา และทิ้งท้ายด้วยการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางการเมืองหรือการเสวนาเกี่ยวกับกรณีฮั้วสว.ในสถานที่ต่างๆ ว่าควรแจ้งให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อความโปร่งใสต่อสังคม
‘พิพัฒน์’เชื่อ‘ลูกชาย’ไม่เกี่ยวฮั้วสว.
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฮั้วสว.ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลใกล้ชิดนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย บุตรชายนายพิพัฒน์ โทรศัพท์ไปหาผู้สมัครสว.รายหนึ่งว่า ต้องถามนายชลัฐ ตนจะตอบแทนได้อย่างไร ที่ผ่านมาเรื่องฮั้วสว.ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งและไม่ได้ซักถามนายชลัฐก่อนถามกลับว่า ใครตอบได้บ้างว่า เป็น สว.คนไหน
นายพิพัฒน์เชื่อมั่นว่านายชลัฐไม่น่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นสส.บัญชีรายชื่อโดยเฉพาะเป็นเรื่องของสว.เราไม่เกี่ยวข้อง เพราะคนที่เป็นสส.มีสังกัดพรรคการเมือง ไม่ควรไปเกี่ยวข้อง และไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเรื่องของสว.ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย ส่วนใครจะว่าอย่างไร ต้องกลับไปถามบุคคลที่ออกมาให้ข้อมูลและคนที่พูดมีอะไรในใจและเจตนาอย่างไร เชื่อว่านายชลัฐไม่รู้จักบุคคลเหล่านั้น หากอยากได้ข้อมูลที่แท้จริงก็ต้องไปถามนายชลัฐโดยตรง ขอย้ำว่าในข้อเท็จจริงสว.กับพรรคการเมืองไม่เกี่ยวข้อง
ขู่ฟ้องกลับหากกล่าวหาไร้หลักฐาน
เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นเรื่องฮั้วสว.พร้อมที่จะตอบหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องฮั้วสว.นายกฯตอบไปแล้วพวกเราที่เป็นลูกพรรคต้องเดินตามที่นายกฯให้สัมภาษณ์ เราเป็นนักการเมือง และสมาชิกพรรคการเมือง ขอย้ำไปยุ่งไม่ได้ นี่คือข้อเท็จจริงที่อยากจะสื่อสาร ส่วนใครจะโยงอย่างไร ตนพร้อมที่จะตอบในสภาฯช่วงที่มีการอภิปราย ที่สำคัญ มีหลักฐานหรือไม่ หากกล่าวหาลอยๆ คงต้องไปเจอกันในอีกเวทีและตนไม่เคยกังวล
เมื่อถามว่าหมายความว่าหากไม่มีหลักฐานมาเปิดเผยเตรียมจะฟ้องกลับใช่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าเมื่อก้าวก่ายสิทธิ์ของเราหรือใส่ร้ายเรา ก็ต้องป้องกันตัวเอง และรักษาสิทธิ์ของเรา ไม่ใช่นึกจะพูดก็พูด ข้อมูลเรื่องนี้เป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ขอยืนยันว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เราสังกัดพรรคการเมืองไม่สามารถไปก้าวก่ายกับการเลือกสว.ได้
‘เท้ง’ซัดDSIฟ้องปิดปากคนเปิดข้อมูล
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ระบุว่าจะมีการฟ้องร้องผู้นำเอกสารผลการสอบสวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ออกมาเปิดเผยถือเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ว่าสังคมอยากรับรู้ความจริง ไม่ว่าแหล่งข้อมูลนั้นจะได้มาจากที่ใด หากเป็นความจริง สังคมก็ควรได้รับรู้อย่างตรงกัน หากมองกลับกัน การแสดงความเห็นแบบนี้ รัฐบาลอาจอ้างเรื่องชั้นความลับ หรืออำนาจทางกฎหมาย เพื่อพยายามปิดปากคนที่ตีแผ่ความจริงหรือไม่ ดังนั้น หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้เองก็ไม่ควรแสดงความเห็นแบบนี้ ทำให้พวกเราไม่กล้าส่งเสียงเรียกร้อง
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ทั้งที่ใกล้ถึงเวลาต้องสรุปว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันที่ 28 ส.ค.นี้ก็น่าจะทราบว่ามติของกกต.จะเป็นอย่างไร
เตือนกกต.ต้องส่งศาล-ขู่ดำเนินคดี
เมื่อถามว่ามีสัญญาณว่าจะมีการสังเวย สว.บางคน แต่ไม่ไปถึงระดับตัวการใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตอนนี้ก็ให้กำลังใจกกต.อย่างเต็มที่ เพราะหลักฐานที่เปิดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรเชื่อได้ว่ามีการโกงเลือก สว.เกิดขึ้นจริง และกฎหมายก็ให้อำนาจ กกต.ว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อก็ต้องส่งเรื่องให้ศาลกกต.ไม่ได้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิดจนสิ้นข้อสงสัย ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้กกต.ทำหน้าที่ตามกฎหมาย หากกกต.ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง คนได้รับผลกระทบที่ตามมาอาจจะเป็นกกต.เอง และเราก็จับตาดูเรื่องนี้อยู่ หากเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบก็คงมีคนเตรียมยื่นเรื่องดำเนินคดีกับกกต.แต่ย้ำว่า รอดูความชัดเจนในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
ดีเอสไอ, นายกฯจวกจ้องทำลายรัฐบาล, ล่ามือปล่อนสำนวนฮั้วสว., อนุทิน, โต้ลั่นฟ้องปิดปาก