
1 ก.ย. 2569 11:13 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ปิดฉากคดี 30 ปี ศาลตัดสินจำคุกอดีตหัวหน้าแก๊ง บงการสังหาร “ทูพัค ชาเคอร์” แร็ปเปอร์ดัง
คณะลูกขุนรัฐเนวาดามีคำตัดสินให้ ดูเอน “เคฟฟี ดี” เดวิส อดีตหัวหน้าแก๊งข้างถนน มีความผิดฐานฆาตกรรม “ทูพัค ชาเคอร์” แร็ปเปอร์ชื่อดัง จากเหตุยิงถล่มรถในเมืองลาสเวกัสเมื่อปี 1996 นับเป็นการตัดสินลงโทษครั้งแรกในคดีฆาตกรรมที่เป็นปริศนามานานเกือบ 30 ปี
คณะลูกขุนในคลาร์กเคาน์ตี รัฐเนวาดา สหรัฐฯ มีคำตัดสินให้ ดูเอน “เคฟฟี ดี” เดวิส อดีตหัวหน้าแก๊ง South Side Compton Crips วัย 63 ปี มีความผิดในข้อหา ฆาตกรรมโดยใช้อาวุธร้ายแรง จากการวางแผนสังหาร “ทูพัค ชาเคอร์” ศิลปินฮิปฮอปชื่อดัง ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในเมืองลาสเวกัส เมื่อวันที่ 7 กันยายน 1996
คณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณาคดีเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนมีคำตัดสิน หลังการพิจารณาคดีนาน 11 วัน ถือเป็นการปิดฉากคดีฆาตกรรมที่ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้และสร้างความสนใจให้กับวงการฮิปฮอปทั่วโลกมานานเกือบ 30 ปี
เดวิสปรากฏตัวในศาลด้วยชุดสูทสีดำ และมีสีหน้าเรียบเฉยขณะอ่านคำตัดสิน ก่อนแจ้งต่อผู้พิพากษาว่า เขาจะยื่นอุทธรณ์คดี ขณะที่สมาชิกครอบครัวของทูพัคจับมือกัน บางคนสวมกอดกันและร้องไห้ หลังทราบผลการตัดสิน
ทูพัคถูกยิงเสียชีวิตขณะมีอายุเพียง 25 ปี และกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรืองสูงสุดของอาชีพ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศิลปินแร็ปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ และมียอดขายผลงานมากกว่า 75 ล้านชุดทั่วโลก
อัยการระบุว่า แม้เดวิสจะไม่ได้เป็นผู้ยิงทูพัค แต่เขาเป็นผู้วางแผนและสั่งการสังหาร รวมถึงจัดหาอาวุธปืน ที่หลานชายของเขา ออร์แลนโด แอนเดอร์สัน ใช้ในการก่อเหตุ อัยการกล่าวว่า เหตุสังหารเกิดขึ้นเพื่อแก้แค้น หลังจากแอนเดอร์สันมีเรื่องทะเลาะวิวาทและถูกทูพัคกับสมาชิกทีมทำร้ายในลาสเวกัส เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุยิง
อัยการจากสำนักงานอัยการเขตคลาร์กเคาน์ตี กล่าวว่า ตามกฎเรื่องศักดิ์ศรีและการตอบโต้ของแก๊งข้างถนน เดวิสไม่สามารถปล่อยให้การทำร้ายหลานชายของเขาผ่านไปโดยไม่ตอบโต้ได้ อัยการกล่าวต่อคณะลูกขุนว่า เดวิสจึงจัดหาอาวุธ รวบรวมสมาชิกกลุ่ม และออกตามหาทูพัค ก่อนเหตุยิงจะเกิดขึ้น
ตำรวจสงสัยเดวิสมานานหลายปี แต่ไม่สามารถตั้งข้อหาได้ เนื่องจากขาดหลักฐานเพียงพอ จนกระทั่งเดวิสเริ่มเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อ สารคดี พอดแคสต์ และหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ “Compton Street Legend” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2019
หลักฐานสำคัญของฝ่ายโจทก์ยังรวมถึง เทปบันทึกเสียงจากการพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างลับ ๆ ในปี 2008 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของแร็ปเปอร์ชื่อดังอีกคนอย่าง Notorious B.I.G. หรือคริสโตเฟอร์ วอลเลซ
ในคำให้การดังกล่าว เดวิสยอมรับว่าอยู่ในรถยนต์คาดิลแลกสีขาวที่ใช้ในการติดตามทูพัคในคืนเกิดเหตุ และเล่าว่าเขาส่งปืนไปให้คนที่นั่งเบาะหลัง ก่อนที่หนึ่งในชายที่อยู่ด้านหลังรถจะเปิดฉากยิงใส่รถของทูพัคและ มาริออน “ซูจ” ไนท์ ผู้บริหารค่าย Death Row Records
ตำรวจระบุว่า เดวิสและชายอีก 3 คน รวมถึงแอนเดอร์สัน ออกตามหาทูพัคและไนท์หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาท โดยผู้ต้องสงสัยอีก 3 คนที่อยู่ในรถคันดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว และตำรวจไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการว่าใครเป็นผู้ลั่นไก
อย่างไรก็ตาม กฎหมายของรัฐเนวาดาเปิดทางให้เดวิสถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมได้ แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้เหนี่ยวไกปืนเอง หากพิสูจน์ได้ว่าเขามีส่วนร่วมในการวางแผนหรือสั่งการก่อเหตุ
ด้านไมเคิล ซานฟต์ ทนายความของเดวิส พยายามโน้มน้าวคณะลูกขุนว่าเรื่องราวที่ลูกความของเขาเปิดเผยต่อสาธารณะไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันด้วยหลักฐานอื่นได้ และไม่ควรนำมาใช้เป็นคำรับสารภาพ ซานฟต์กล่าวว่า เดวิสแต่งเรื่องและพูดเกินจริงเพื่อสร้างชื่อเสียงและขายหนังสือ รวมถึงทำเงินจากการให้สัมภาษณ์
ฝ่ายจำเลยยังกล่าวหาว่าคดีนี้ได้รับผลกระทบจากการทุจริตของตำรวจ การบริหารจัดการคดีที่ผิดพลาด และเอกสารหลักฐานบางส่วนที่สูญหาย ซานฟต์ยังชี้ไปที่หนังสือ Compton Street Legend โดยอ้างว่าเนื้อหาเป็นเรื่องแต่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำสารภาพ แต่ฝ่ายอัยการโต้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดวิสเป็นผู้บอกเล่าเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขามีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของทูพัค ทั้งผ่านสารคดี หนังสือ พอดแคสต์ และการให้ปากคำกับตำรวจ
ก่อนหน้านี้ การฆาตกรรมทูพัคกลายเป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่โด่งดังที่สุดของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีผู้ใดถูกตัดสินว่ามีความผิดตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี และก่อให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจ
การเสียชีวิตของทูพัคเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างวงการแร็ปฝั่งตะวันออกและ ตะวันออก รวมถึงความขัดแย้งระหว่างแก๊ง Bloods และ Crips ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมฮิปฮอปในยุคนั้น
ทูพัคมีความเกี่ยวข้องกับค่าย Death Row Records และฝ่ายที่เชื่อมโยงกับแก๊ง Mob Piru ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับ South Side Compton Crips ที่เดวิสเคยเป็นผู้นำ
หลังอ่านคำตัดสิน ครอบครัวของทูพัคแสดงอาการสะเทือนใจอย่างเห็นได้ชัด โดยน้องสาวของเขาสวมกอดอัยการ ขณะที่ผู้คนในห้องพิจารณาคดีหลายคนร้องไห้ ด้านนอกศาล แฟนเพลงของทูพัคที่เฝ้าติดตามคดีมายาวนานต่างร้องไห้และส่งเสียงแสดงความยินดีต่อคำตัดสิน
ผู้พิพากษาศาลแขวงคลาร์กเคาน์ตี กำหนดให้เดวิสเข้ารับฟังการพิพากษาโทษในวันที่ 13 ตุลาคม โดยเขาอาจได้รับโทษสูงสุดถึง จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวโดยทัณฑ์บน
ก่อนออกจากศาล เดวิสยังขอรับทรัพย์สินส่วนตัวของเขาคืน รวมถึงโทรศัพท์มือถือ และย้ำต่อผู้พิพากษาว่า “ผมต้องการอุทธรณ์คดีนี้” ซึ่งผู้พิพากษาชี้แจงว่าเขาสามารถดำเนินการได้หลังมีการพิพากษาโทษแล้ว.