1 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

“นิรัตน์” รองปลัดมหาดไทย รักษาการอธิบดี สถ. เผยเพิกถอนข้าราชการโกงสอบท้องถิ่น 3,868 ราย ปิดจ๊อบ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมดำเนินคดีตามหลัง จ่อเรียกผู้บริสุทธิ์ บรรจุใหม่ทดแทน ตุลาคมนี้ ด้านมท.4 ประกาศถอดถอน 100% แล้วโวลั่นยังไม่มีใครอุทธรณ์-ฟ้องร้อง ขณะที่นายกฯย้ำลาออกไม่มีผลใครทำผิด ก็หนีกฎหมายไม่ได้
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมถึง ความคืบหน้ากรณีถอนถอนรายชื่อทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
โดยนายนิรัตน์กล่าวว่าขณะนี้สถ.ได้ดำเนินการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันอย่างรอบคอบและโปร่งใส ล่าสุดได้มีมติให้เพิกถอนการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 3,868 ราย โดยให้มีผลพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
เพิกถอน 3,868 ราย
นายนิรัตน์ ยังกล่าวถึงตัวเลขผู้ที่ถูกเพิกถอนว่า จากรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนในบัญชีใหญ่ทั้งหมด 5,925 รายนั้น ทาง สถ. ได้จัดชุดทำงานลงพื้นที่สอบทานข้อมูลอย่างละเอียดโดยเทียบเคียงข้อมูลระหว่างเครื่องและคน พบว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้วจำนวน 3,868 ราย ซึ่งกลุ่มนี้คือผู้ที่ต้องถูกเพิกถอนการบรรจุ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 1,000 รายนั้น ยังเป็นเพียงผู้ที่รอการบรรจุ จึงไม่ต้องดำเนินการเพิกถอน เพียงแต่จะไม่มีการเรียกมารายงานตัวเพื่อบรรจุแต่อย่างใด ซึ่งในจำนวน 3,868 ราย ที่ถูกเพิกถอน พบว่ามีผู้ที่ชิงลาออกไปก่อนแล้ว 146 ราย ซึ่งการลาออกจะไม่ส่งผลให้พ้นจากความผิด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตก็จะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป
นายนิรัตน์ กล่าวว่าสำหรับการแจ้งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอน ทางกรม สถ. เลือกใช้วิธีส่งหนังสือแจ้งรายชื่อเฉพาะบุคคลไปยังคณะกรรมการข้าราชการส่วนจังหวัด (ก.จังหวัด) แต่ละแห่งโดยตรง เพื่อให้เห็นเฉพาะรายชื่อของจังหวัดตนเอง แทนการประกาศรายชื่อทั้งหมด 50,000 รายชื่อลงบนอินเทอร์เน็ต เพื่อความถูกต้องตามขั้นตอน พร้อมกันนี้ สถ. ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบสามารถเดินทางมาขอตรวจสอบคะแนนของตนเองได้ทั้งที่ส่วนกลางและที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน มีผู้เดินทางมาตรวจสอบคะแนนแล้วถึง 1,489 คน โดยทาง สถ. ได้นำหลักฐานผลคะแนนที่แท้จริงและคะแนนที่ถูกปลอมแปลงมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนยอมรับในหลักฐาน ไม่มีผู้ใดโวยวาย ร้องไห้ หรือดำเนินการฟ้องร้องแต่อย่างใด ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของกรมฯที่ต้องการแสดงความโปร่งใสให้สังคมได้รับทราบ
เรียกบรรจุใหม่ตุลาคม
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า ในระยะแรก สถ. จำต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่สอบผ่านตามเกณฑ์แต่ต้องเสียโอกาสและรอคอยการบรรจุ โดยหลังจากดำเนินการเพิกถอนกลุ่มผู้ทุจริตเรียบร้อยแล้ว สถ. มีกำหนดการที่จะเรียกผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองที่ถูกต้องตามลำดับคะแนน (จากบัญชีผู้สอบผ่านกว่า 48,000 – 50,000 คน) เข้ามาบรรจุทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ภายในช่วงเดือนตุลาคม 2569 นี้
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีของผู้ที่ตรวจสอบพบว่าคะแนนดีขึ้น แต่ได้รับการบรรจุไปแล้วนั้น จะยังคงยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม คือให้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดิมที่ได้รับการบรรจุไปก่อน เนื่องจากเมื่อปฏิบัติงานครบ 6 เดือนก็สามารถทำเรื่องขอย้ายได้ตามระเบียบปกติ ทั้งนี้สำหรับความคืบหน้าทางคดีอาญา กรม สถ. ได้รวบรวมข้อมูลและส่งมอบหลักฐานให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เช่น ป.ป.ช., ตำรวจ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ป.ป.ง.และป.ป.ท. เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป ทั้งนี้ กรมฯ ได้มีการรายงานความคืบหน้าของกระบวนการทั้งหมดให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทราบอย่างต่อเนื่องในทุกระยะ
มท.4ประกาศเพิกถอน100%
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการถอดถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น หลังจากที่วันนี้เป็นวันสุดท้าย ว่าวานนี้ 31สิงหาคม เป็นไปตามที่มติ ก.กลาง ระบุไว้ให้มีการถอดถอนให้แล้วเสร็จ ซึ่งตามรายงานที่รับทราบ ดำเนินการถอดถอนทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนที่มีคะแนนผิดปกติ 5,925 ราย และบรรจุไปแล้ว 3,864 ราย ซึ่ง ณ วันนี้ถอดถอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนที่เหลือคือยังไม่ได้มีการบรรจุฉะนั้นก็ไม่ต้องถอดถอน เพียงแต่ในรอบใหม่ก็จะไม่มีการเรียกบรรจุเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าถอดถอนทั้งหมด 100% แล้ว
โวลั่นไม่มีใครอุทธรณ์-ฟ้องร้อง
ขณะเดียวกัน รมช.มหาดไทย ระบุว่า ขณะนี้มีคนมาขอดูคะแนนจำนวนมากพอสมควรประมาณ 1,500 คน ซึ่งทั้งหมดเมื่อได้เห็นข้อมูลและหลักฐานก็ไม่ได้มีการโต้แย้งหรือร้องเรียน และในส่วนข้าราชการที่ถูกเพิกถอนก็ยังไม่ได้มีการร้องเรียนหรืออุทธรณ์เข้ามาอย่างไร
พร้อมย้ำอีกว่า ยังไม่มีได้รับรายงานว่ามีการไปร้องศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามปกติ
โยงถึงใครก็ไม่มีละเว้น
ฝ่ายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวว่าในเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น ถ้าความผิดถ้าเกิดขึ้นแล้วก็ถือเป็นไปตามนั้น
เมื่อถามถึงแนวคิดเรื่องการยุบคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) นายอนุทิน ถามกลับว่า ยุบได้หรือไม่ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.ท้องถิ่นหรือไม่ แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย จะถูกใจไม่ได้ ต้องถูกหลักเกณฑ์ ถูกกฎหมาย จะถูกใจอย่างเดียวนำมาทำงานไม่ได้
เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ของสภาผู้แทนราษฎร มีการเปิดเผยข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องทางคดี ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งได้ขอความร่วมมือไปทุกฝ่ายทั้งจากที่ดีเอสไอ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการติดตามเส้นทางการเงิน รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทุกอย่างครบถ้วน และตนอยากขอความกรุณา
ผู้สื่อข่าวอย่าถามย้ำในเรื่องเดิม เพราะถามกี่ครั้งก็ตอบเหมือนเดิม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย คนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือถูกพากพิงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น และไม่มีอิทธิพลใดๆที่จะทำให้การดำเนินคดีเปลี่ยนไปได้ตนขอให้คำยืนยัน