1 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

นายกฯ ลงพื้นที่สงขลา ติดตามความคืบหน้าจัดการน้ำ เผยอนุมัติงบเต็มที่ฟื้นฟูระบบบริหารน้ำ 5 จว.เสียหายจากอุทกภัย เตรียมชงครม.สัญจร อนุมัติทำประกันอุทกภัยให้ชาวสงขลาทุกครัวเรือน กอดคอเคลียร์ใจ“นายกแป้น”ลั่น“การเมืองช่างมารดา ชาวบ้านต้องมาก่อน” ก่อนประชุมเวิร์กช็อป ระดมความเห็นพัฒนา 5 จว.ภาคใต้ ย้ำแก้ปัญหาปชช.ให้ตรงจุด ขณะที่ กลุ่ม 5 จังหวัดชายแดนใต้งัด 96 โครงการ จ่อชง ครม.สัญจรสงขลา หวังดึงเม็ดเงินอัดฉีดเข้าพื้นที่รวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท จับตาไฮไลต์เมกะโปรเจกต์ “ปัตตานี-ยะลา” กวาดงบโครงสร้างพื้นฐานทะลุ 1.1 หมื่นล้าน ดันถนนประตูสู่แดนใต้และขยายรันเวย์เบตง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานราชการในพื้นที่ ของกลุ่ม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เตรียมเสนอแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 96 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณเบื้องต้นรวมกว่า 13,089 ล้านบาทโดยข้อเสนอโครงการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ได้รวบรวมปัญหาและความต้องการจากทุกมิติ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
โครงการเร่งด่วน1.5พันล้าน
โดยแบ่งการเสนอโครงการออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและมีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที จำนวน 41 โครงการ วงเงินรวม 1,598 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัด ซึ่งมีโครงการสำคัญ เช่น จังหวัดสงขลา นำเสนอโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก บริเวณหลังวัดคลองแห อำเภอหาดใหญ่, โครงการก่อสร้างระบบป้องกันตลิ่งริมคลองบางดาน อำเภอเมือง, โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านอาหาร “SADAO FOOD ECONOMY” และโครงการวัฒนธรรมสร้างสรรค์มรดกภูมิปัญญาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาสู่มรดกโลก
ขณะที่ จังหวัดสตูล เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างหอประชุมนานาชาติจังหวัดสตูล, โครงการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือบ้านท่าทะเล ตำบลเกาะสาหร่าย, โครงการปรับปรุงสภาพสนามกีฬารัชกิจประการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ด้าน จังหวัดปัตตานี มุ่งเน้นโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำปัตตานีและจุดจอดพักเรือ, โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการจัดการน้ำ และโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่
ส่วน จังหวัดยะลา เสนอโครงการปรับปรุงสนามกีฬาจารูพัฒนา เทศบาลนครยะลา, โครงการขุดลอกบึงแบเมาะ และโครงการปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนสิโรรส (ตลาดเก่า) และ จังหวัดนราธิวาส ผลักดันโครงการยกระดับโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินเชื่อมโยงสนามบินนราธิวาส, โครงการก่อสร้างแก้มลิงรองรับการระบายน้ำเมืองนราธิวาส, โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวหาดนราทัศน์ และโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่บริเวณเรือนจำเก่า ตำบลบางนาควร
เมกะโปรเจกต์1.1หมื่นล้าน
สำหรับ ส่วนที่ 2 เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน จำนวน 55 โครงการ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่โครงการยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและยะลา ซึ่งมีวงเงินนำเสนอรวมสูงถึง 11,491 ล้านบาท ได้แก่ จังหวัดปัตตานี เสนอโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนประตูสู่จังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 5,290 ล้านบาท, โครงการสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำเพื่อรองรับเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน วงเงิน 993 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9 ณ สวนป่าในเมือง วงเงิน 900 ล้านบาท ส่วนทางด้าน จังหวัดยะลา เตรียมเสนอโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเบตง ขยายทางวิ่งจาก 1,800 เมตร เป็น 2,500 เมตร วงเงิน 2,140 ล้านบาท, โครงการพัฒนาศักยภาพด่านพรมแดนเบตง วงเงิน 800 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างหอชมเมืองยะลา “Yala City Tower” วงเงิน 788 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาครบวงจรภายในโครงการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 วงเงิน 580 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.สัญจร รัฐบาลจะรับทราบข้อเสนอแผนงานทั้งหมด โดยที่ประชุมจะนำโครงการต่างๆ มาพิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญ อย่างละเอียด โดยประเมินจากความพร้อมและความจำเป็นเร่งด่วนของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก เพื่อนำไปสู่การพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาความเดือดร้อน และกระตุ้นเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในกลุ่ม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
เตรียมพิจารณาแผนพัฒนาจว.ใต้
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ว่า มีหลายเรื่องที่จะพิจารณา ขอให้รอฟังการแถลงรายละเอียด เนื่องจากได้มีการเตรียมเรื่องต่าง ๆ ไว้แล้ว โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ลงพื้นที่มาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลได้นำนโยบายไปหารือร่วมกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
นายกฯกล่าวอีกว่า ซึ่งขณะนี้ได้สรุปแนวทางที่จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบในหลักการ เพื่อพัฒนาพื้นที่สงขลา จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง ให้มีความพร้อมและสมบูรณ์ในการรองรับการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การคมนาคมขนส่ง การขนส่งสินค้า และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ตลอดจนการดูแลเรื่องการคืนเงินและการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด และบรรจุอยู่ในแผนการดำเนินงาน ทั้งนี้ จะมีการแถลงรายละเอียดของแนวทางดังกล่าวในวันที่ 1 ก.ย. ภายหลัง ครม.มีมติเห็นชอบ
นายกฯนำครม.เดินทางถึงสงขลา
เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทิน พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
เวลา11.30 น. นายกฯ พร้อมคณะเดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้า ทะเบียน QC1005 กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นรถทดลอง หรือTest Drive มาลงพื้นที่ในจุดแรกติดตามการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) (บริเวณด้านหลังโรงแรมอัลฟาฮัจย์) ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และมีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ สส.ในพื้นที่มารอต้อนรับ
ฟังบรรยายรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่
ทันทีที่นายกฯมาถึงได้รับฟังบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมรับมือ และป้องกันน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่ จากนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน โดยนายกฯได้สอบถามเรื่องงบประมาณในแผนแผนพัฒนาแหล่งน้ำ และแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งได้รับรายงานว่าอยู่ในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งได้งบไปหมดแล้ว โดยอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า มีความพร้อมแล้วสำหรับโครงสร้างรองรับน้ำหลาก เชื่อว่าจะแล้วเสร็จตามเป้าหมาย
จากนั้นนายกฯได้ตรวจดูความคืบหน้าการเร่งดำเนินการขุดลอกตะกอนดินบริเวณหน้าประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ พร้อมจัดเก็บวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมของระบบบริหารจัดการน้ำ สร้างความมั่นใจในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายพิพัฒน์ นายสุริยะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และอธิบดีกรมชลประทาน ได้ไปดูบริเวณประตูระบายน้ำ โดยนายกฯจับแขนนายพิพัฒน์ และชี้ว่า นี่คือจุดกระโดด หากแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่สำเร็จ ลงเลยเดี๋ยวจะเชือด ขณะที่ นายพิพัฒน์ บอกว่า ไม่ๆ พร้อมจับแขนนายสุริยะ นายสุริยะ จึงบอกว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น พร้อมกับหัวเราะ
แจงเหตุเลือกสัญจรสงขลาที่แรก
นายกฯ กล่าวว่า ในระหว่างที่ตนเป็นนายกฯเราได้เลือกจังหวัดสงขลา ที่อำเภอหาดใหญ่เป็นที่ประชุมครม. นอกสถานที่เป็นครั้งแรก ขอให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลา ชาวหาดใหญ่ได้เข้าใจว่าเราให้ความสำคัญ เพราะเราต้องการให้จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัยจากอุทกภัยภัยต่างๆ จากธรรมชาติตลอดจนมีความปลอดภัยในทุกด้าน มีความสะดวกในการทำมาหากินของประชาชน ซึ่งเป็นเมืองที่มีทั้งการท่องเที่ยวทางเศรษฐกิจ ทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและเป็นเมืองที่จ่ายความเจริญไปยังจังหวัดอื่นๆอีกมากมาย
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรื่องแรกที่อยากมาดูด้วยตัวเองคือเรื่องน้ำ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าเรามีระบบบริหารจัดการที่มั่นคงแข็งแรงเพียงพอ วันนี้ในภาพรวมรัฐบาลกำลังติดตามเรื่องน้ำโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ เรามาดูทุกอย่างด้วยตาตัวเอง รัฐมนตรีทุกท่านที่มาในวันนี้จะได้เห็นสภาพความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรีหลายท่านเพื่อติดตามการซ่อมแซมและการเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว พวกเราทุกคนลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและเห็นความทุกข์ยากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวสงขลาและทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสตูล จังหวัดพัทลุง ตลอดจน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เราคิดว่าถ้าเราจำกัดบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้ จะช่วยบรรเทาอุทกภัยในจังหวัดอื่นๆ จะคลี่คลายลงและเราสามารถดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนได้ด้วยประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้น
ต้องร่วมกันทำงานแก้ปัญหาน้ำท่วม
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณอย่างเต็มที่ให้เพียงพอแก่การสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ฟื้นฟูระบบชลประทาน ระบบบริหารจัดการน้ำใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว วันนี้ครม.ทุกคนจึงมาดูว่างานที่ได้สั่งการไปมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เรายึดว่าเราต้องเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมที่สุด ถอดบทเรียนทุกบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา จุดไหนที่เป็นคอขวดจุดไหนเป็นที่ระบายน้ำได้ช้า จุดไหนต้องเพิ่มประสิทธิภาพก็ต้องเพิ่ม และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลโดยตรงต่อการระบายน้ำ ดังนั้นขอให้ทุกหน่วยงาน ข้าราชการต้องรีบจัดการให้ เส้นทางระบายน้ำให้ความพร้อมใช้งาน เราอย่าไปโยนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเดียว หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัด อำเภอ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ต้องร่วมกันทำงาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกอันตรายที่มันเกิดขึ้นอย่างปีที่แล้วมันจะไม่เกิดขึ้นอีกในปีนี้
ขอให้มั่นใจรัฐบาลทำงานเต็มที่
“ขอให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวของอำเภอหาดใหญ่ได้มั่นใจว่าวันนี้รัฐบาลมุ่งหาทางแก้ปัญหาที่ตรงหน้าและผลักดันศักยภาพของสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ให้เดินหน้าไปการลงทุน การท่องเที่ยวมการสร้างโอกาสของประชาชนมการจ้างงานมสร้างรายได้ ให้กับคืนสภาพสู่คนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุดมเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของทุกท่านจะต้องมีการแก้ปัญหาและแก้ไขให้ตรงจุด ทำให้สงขลาซึ่งเป็นทั้งเมืองเก่าเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมและเป็นเมืองที่มีชุมชนเป็นที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเรายังต้องให้สิ่งเหล่านี้อยู่กับสงขลาตลอดไปในบริบทที่ดียิ่งขึ้น มีการพัฒนามีการยกระดับและมีการเพิ่มการอำนวยความสะดวกในทุกด้านให้กับความพี่น้องให้จงได้” นายกฯ กล่าว
ประกันอุทกภัยทุกหลังคาเรือน
นายกฯ กล่าวด้วยว่า การประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ มีเรื่องที่จะอนุมัติคือจะนำเสนอในเรื่องของการทำประกันอุทกภัยให้กับพี่น้องในทุกหลังคาเรือน ถ้าเกิดเหตุตอนนี้จะไม่ต้องกังวลในเรื่องของจะต้องไปพิสูจน์ว่าอยู่ที่ไหน อยู่อย่างไรอยู่ถูกหรืออยู่ผิด เป็นผู้เช่าหรือเป็นเจ้าของบ้าน ถ้าพี่น้องอยู่ที่นี่ ลงทะเบียนที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไหนรัฐบาลจะให้การดูแลคุ้มครองคุณภาพชีวิต เบื้องต้นในรายละเอียดจะออกมาเป็นขั้นตอน การกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ของผู้ที่จะได้รับเบี้ยประกันในส่วนนี้
ในการประชุมครม.สัญจร หากมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์สิ่งที่เป็นอุทกภัยภัยธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้น เราทำทุกอย่าง พี่น้องประชาชนบอกรัฐบาลช้า เราก็ไปหาวิธีการในการที่จะเร่งให้ความสะดวกสบายที่จะทำให้เกิดการเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุดให้เกิดขึ้น เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง และไม่ได้เพิกเฉยรัฐบาลทำทุกนาทีในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ให้กับพี่น้องชาวสงขลาและอีก 4 จังหวัดในภาคใต้ และเราก็จะทำเช่นนี้ให้กับทุกจังหวัด ทุกเขตเพื่อให้มั่นใจว่าในที่สุดแล้วเราจะบริหารสถานการณ์และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบรัฐบาล วันนี้ไม่ใช่ข้อสั่งการของใครคนใดคนหนึ่งนี่คือข้อสั่งการของรัฐบาลที่ท่านต้องให้ความร่วมมือในส่วนที่ปฏิบัติเราก็ปฏิบัติให้ แต่ในส่วนที่ต้องให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกท่านก็ต้องดำเนินการเพื่อพี่น้องประชาชน
ชู TH-AI Passport โครงการดี
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เปิดใช้โครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการวันแรก นายไชยชนกวางโครงสร้างพื้นฐานไว้ เราใช้ไม่เป็น แต่ลูกหลานของเราจะมาสอนให้เราได้ใช้ประโยชน์ยืนยันโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี พวกเรามาด้วยความตั้งใจ ทั้งนี้ ระหว่างแนะนำตัวผู้ว่าฯ สงขลา นายกรัฐมนตรี ได้บอกกับประชาชนว่า ตนได้ชี้จุดกระโดดน้ำให้กับผู้ว่าฯดูแล้ว ถ้าปีนี้มีปัญหาอีก เราจะมาดูเขาอยู่ตรงนี้ พร้อมชี้ไปที่ประตูระบายน้ำ และถามว่า “จะลงไปเองหรือจะใช้เชือกห้อย มีอยู่แค่นั้น” ซึ่งตนคิดว่า เขาไม่ให้เกิดปัญหาแน่นอน และเขาก็มาบอกตนว่า ได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม แม้จะชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน
โอบไหล่‘นายกฯแป้น’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายนายกฯได้กล่าวบนเวทีช่วงหนึ่ง โดยแนะนำนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือ นายกฯแป้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้โอบไหล่ และตบไหล่ พร้อมระบุว่า มีคนบอกว่าเขาชอบนินทาตน จริงที่ไหนกอดกันอย่างนี้ “ถ้าเหงื่อไม่ออกหอมแก้มแล้ว” จริงๆ ตอนที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ คนแรกที่ตนเจอ คือเขา ตนก็เลยยัง งง ว่าทำไมมีคนชอบนินทา เขาให้ตนฟัง ว่านายกฯแป้นไม่ค่อยทำงาน แต่ไม่เป็นไร ตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ตนกับนายกฯแป้นมีความใกล้ชิด สนิทสนมกันมากขึ้น เรามาจากไหนต่างกันอย่างไรไม่เคยรู้จักมาก่อน พอเจอปัญหาพี่น้องประชาชนเราแยกไม่ออก ดังนั้นวันนี้เชื่อว่านายกฯแป้นน่าจะทำงานกับตนได้ ก่อนที่จะยื่นไมค์ไปถามว่าจะทำงานกับตนหรือไม่ ซึ่งนายกฯแป้นตอบว่า “ได้ครับ ทำครับ”
จากนั้นนายกฯ พูดว่า “วันนี้แป้นกับหนูอยู่ด้วยกันแล้วครับ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนหาดใหญ่ ไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้าหลบไปที่บ้าน ผมก็จะตามที่บ้านแล้วขับรถพาออกมาเอง” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายกฯ พบปะประชาชนชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีอาการเสียงแหบและมีอาการไอเป็นระยะ
ลั่น‘ชาวบ้านต้องมาก่อน’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอนุทิน ลงพื้นที่ติดตามการจัดการในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานั้น มีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้เดินเข้ามายกมือไหว้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะถามถึงสถานการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งนายณรงค์พร ตอบกลับว่า “ก็ดีครับ”
นายกรัฐมนตรี กล่าวกับนายณรงค์พร ว่า “เอาจริงนะ ไม่ใช่ออกไปนินทาอีกนะ มีอะไรต้องทำงานด้วยกัน เข้าใจไหม การเมืองช่างมารดา ชาวบ้านของเราต้องมาก่อน เราพวกเดียวกันอยู่แล้ว“
นายกรัฐมนตรี ยังถามนายณรงค์พรว่า”เป็นนายอำเภอเก่าไม่ใช่หรือ“ ซึ่งนายณรงค์พรพยักหน้าก่อนตอบว่า ”ครับผม“ และนายกรัฐมนตรียังกล่าวกับนายณรงค์พรอีกว่า “เดี๋ยวเราต้องไปด้วยกันนะ ห้ามหายนะ”ก่อนที่นายณรงค์พรจะยกมือไหว้รับทราบ และร่วมกันไปพบปะประชาชน
จ่อปรับแผนคุมพื้นที่ชายแดนใต้
เวลา 12.20 น. ที่ประตูระบายน้ำหน้าควน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน ก่อนถึงการประชุมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีการพูดคุยถึงเงื่อนไขในการพูดคุยสันติสุขด้วยหรือไม่ว่า ต้องขอไปฟังดูก่อนเพราะเขาทำการบ้านกันมาหลายวันแล้ว และวันนี้ต้องไปฟังเขาดู ขอให้ใจเย็นๆ ยอมรับว่ามีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด ว่าจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ ใน การดำเนินการ เมื่อวานก็มีการพูดคุยกันและจะพยายามปรับวิธีการในการดำเนินการ เพื่อควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ในมากยิ่งขึ้น และยืนยันว่าการข่าวไม่ได้ช้า แต่จะต้องวิเคราะห์การปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆให้มากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการให้สัมภาษณ์ของพลเอกชัยพฤกษ์ บริเวณด้านข้างมีการสัมภาษณ์นายอนุทิน ระหว่างนั้นนายกฯได้หันมาแซวพลเอกชัยพฤกษ์ว่า “เนี่ยดู คงใส่ชุดนี้ได้อีกไม่กี่วัน”
ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ จะมีการเสนอชื่อของพลเอกชัยพฤกษ์เพื่อข้ามห้วยมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.
ระทึก!หม้อน้ำรถฟอร์จูนเนอร์ระเบิด
เวลา 13.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณตรงข้ามอาคารคณะครุศาสตร์ และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ที่มีนายอนุทิน เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
โดยก่อนที่นายกฯจะเดินทางมาถึงได้ มีเสียงระเบิดดังมาจากรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามหอประชุม และมีกลุ่มควันขึ้นมาจำนวนมากที่บริเวณห้องเครื่อง จากนั้นได้มีทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ทันที ตำรวจชี้แจงเบื้องต้นว่า อาจจะเกิดจากหม้อน้ำระเบิด เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวขับมาไกลท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด
ระดมความเห็นพัฒนา 5 จว.ภาคใต้
เวลา 15.15 น.ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา นายอนุทิน เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ โดยกล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ครั้งแรก ซึ่งสิ่งสำคัญคือการทำงานจะต้องแก้ปัญหาของประชาชนและสอดคล้องกับศักยภาพ รวมถึงความต้องการของแต่ละพื้นที่ ดังนั้นจึงขอให้การนำเสนอและการหารือในวันนี้มุ่งเน้นเฉพาะจุดลงไปโดยตรงถึงปัญหาที่ชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริงและพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายครอบคลุมทั้งมาตรการระยะเร่งด่วนและรากฐานการพัฒนาในระยะยาว ขอให้รองนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาข้อเสนอจากพื้นที่อย่างรอบด้าน เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้ขอให้ดำเนินการเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกันลดข้อจำกัด และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนให้ชัดเจน เพื่อให้ข้อเสนอในพื้นที่นำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลกับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้จากการหารือในช่วงบ่ายวันนี้รัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณา และดำเนินการในการประชุม ครม.สัญจรในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ที่จังหวัดสงขลาเพื่อนำปัญหาและความต้องการในพื้นที่เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลและผลักดันสิ่งที่มีความพร้อมให้เดินหน้าต่อไปได้