เปิดเส้นทาง ‘หมอเอก’ โทรโข่งรัฐบาลอนุทิน จากหมอประจำทีมชาติ ก้าวสู่สนามการเมือง สลัด”ดงส้ม”สู่พรรคสีน้ำเงิน

1 กันยายน 2569 เวลา 11:28 น.

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือที่สื่อมวลชนและประชาชนคุ้นเคยกันในชื่อ “หมอเอก” ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย ณ ขณะนี้ ด้วยเส้นทางชีวิตที่หลากหลาย จากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว อดีตแพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย สู่การก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อยอดสู่ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้วถึงการปรับเปลี่ยนให้ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของภราดร(รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)แทน และให้ นพ.เอกภพ เป็น “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” คนใหม่ วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ พาไปทำความรู้จักกับประวัติและเส้นทางของเขาให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลส่วนตัวและการศึกษา

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2519 (ปัจจุบันอายุ 50 ปี) สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จบแพทย์เฉพาะทาง (เวชศาสตร์ครอบครัว)ในปี พ.ศ. 2544

และได้ปริญญาเอก วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (วว.) สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว แพทยสภา

เส้นทางสายวิชาชีพแพทย์และวงการกีฬา

ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง นพ.เอกภพ เริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นแพทย์ในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเริ่มนำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) มาใช้เป็นปีแรก จึงทำให้มีประสบการณ์บริหารจัดการระบบโรงพยาบาลและนโยบายสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้จักในวงการกีฬา จากการทำหน้าที่ดูแลความพร้อมทางร่างกายให้นักกีฬาในฐานะแพทย์ประจำสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และก้าวขึ้นเป็นแพทย์ประจำทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างศึกชิงแชมป์อาเซียน AFF Suzuki Cup 2018

ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ

เส้นทางการเมืองเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดเชียงราย เขต 1 ในนามพรรคอนาคตใหม่ ต่อมาเมื่อพรรคถูกยุบ จึงได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2564-2565 ได้มีการเปลี่ยนแปลงสู่สังกัดพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

ภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย นพ.เอกภพ ได้รับบทบาทสำคัญในการเป็นคณะทำงานด้านสาธารณสุข โดยเป็นกระบอกเสียงหลักในการอธิบายและผลักดันนโยบาย “ยกระดับระบบบัตรทองรักษาทุกที่” แม้ในการเลือกตั้งครั้งต่อมาจะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. แต่ก็ยังคงทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมักออกมาแสดงวิสัยทัศน์และตรวจสอบการทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อย่างตรงไปตรงมา

ก้าวสู่ทำเนียบรัฐบาลในฐานะโฆษกคนใหม่

ก่อนหน้านี้ นพ.เอกภพ ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานช่วยเหลือนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) ล่าสุดได้ปรับเปลี่ยนให้ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของภราดรแทน และสลับให้ นพ.เอกภพ เป็น “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” คนใหม่ เพื่อรับไม้ต่อในการปรับทัพทีมสื่อสารของรัฐบาลให้มีความคล่องตัว ชัดเจน และสามารถอธิบายนโยบายต่างๆ ให้เข้าถึงประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในด้านฐานะทางการเงิน จากการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินล่าสุด นพ.เอกภพ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นกว่า 13.79 ล้านบาท และได้แจ้งสถานะไว้อย่างชัดเจนว่าไม่มีหนี้สินแต่อย่างใด

รัฐบาลหมอเอกเอกภพ เพียรพิเศษ

Leave a comment