อนุทิน นำทัพ สวมเสื้อผ้าทอลายราชวัตร ถก ครม.สัญจร ยันไม่นิ่งนอนใจแก้ปัญหาให้เกิดสันติสุข

1 กันยายน 2569 เวลา 11:27 น.

เริ่มแล้ว! ครม.สัญจร สงขลา อนุทิน นำทัพ สวมเสื้อผ้าทอลายราชวัตร ยันไม่นิ่งนอนใจแก้ปัญหาให้เกิดสันติสุข วางมาตรการควิกวิน-ระยะยาว เผย ชงวาระสำคัญก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง-ชงหลักการเบี้ยประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ หวังรองรับความเสี่ยงล่วงหน้า เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นครม.- ขณะจนท.อีโอดีคุมเข้มพื้นที่ ตรวจรถทุกคันเข้าศูนย์ประชุมฯ

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้ามาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน

โดยนายกฯและครม.สวมชุดผ้าทอลายราชวัตรสีฟ้าแกมเทา ซึ่งเป็นผ้าทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็กๆ ที่คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่

ก่อนการประชุมนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการหน่วยงานในพื้นที่ ช่วงหนึ่งที่เยี่ยมชมบูธ เสน่ห์ไทยเสน่ห์สงขลา ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมีมาสคอตอุลตร้าแมนมาโปรโมทการท่องเที่ยวโดยนายกฯได้เข้าไปถ่ายรูปและทำท่าปล่อยพลังกับอุลตร้าแมน ซึ่งเป็นท่าเดียวกับท่าพลัสของพรรคภูมิใจไทย และททท.ยังได้มอบภาพถ่าย รูปนายกฯถ่ายคู่กับน้องเนเน่ รอยัล ให้นายกฯด้วย ก่อนที่นายกฯจะพบปะกับนักศึกษาที่มาต้อนรับและร่วมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับครม. ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และผู้แทนภาครัฐ

จากนั้นนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุมครม.ที่จังหวัดสงขลา เป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการเตรียมงานที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครอบคลุมในทุกประเด็นและสามารถทำให้รัฐมนตรีทุกท่านสามารถลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่ในจังหวัดสงขลาพร้อมรับทราบถึงปัญหาของพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความมั่นคง เรื่องการท่องเที่ยวเรื่องของคุณภาพชีวิตและที่สำคัญที่สุดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและการป้องกันภัยจากธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งการประชุมครม.สัญจรในวันนี้ถือเป็นการประชุมครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาล เดิมรัฐบาลตั้งใจจะมาประชุมที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาเพื่อมาติดตามการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาครม. ได้แยกกันไปลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและการรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ซึ่งเราได้ข้อมูลมามากพอสมควรที่จะทำให้เราเกิดมโนภาพที่เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจทำให้จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ สิ่งที่เราได้ติดตามโครงการสำคัญหลายๆโครงการที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ทำไปเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยจากธรรมชาติทั้งหลายให้คลี่คลายลงและถ้าเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป โดยต้องมีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว การฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่างๆ

นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและพยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลาและจะมีการนำผลการสรุปจากการประชุมเวิร์คช็อปมาให้ครม.ได้พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีแบบควิกวินและข้อเสนอในระยะยาวที่จำเป็นต้องวางแผนอย่างต่อเนื่องสำหรับการประชุมครม.ในวันเดียวกันนี้มีวาระสำคัญหลายเรื่องทั้งที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่และเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว เรื่องแรกคือโครงการรถไฟทางคู่ระยะ 2 ทางพื้นที่ภาคใต้ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดชุมพร ไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาที่อำเภอหาดใหญ่ และไปจบที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งและโลจิสติกส์เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติมมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ที่ทางรัฐบาลต้องการให้การคมนาคมขนส่งมีการเชื่อมต่อได้ในทุกเส้นทาง ทุกภาค และทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นายกฯ กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จะร่วมกับกระทรวงการคลังเสนอหลักการของโครงการประกันภัยพิบัติทั่วหน้าแนวคิดนี้คือรัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยสำหรับภัย 3 ประเภททได้แก่อุทกภัย วาตภัยและแผ่นดินไหวให้กับพี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ย้ำว่าให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคทั้งประเทศ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ระบบนี้จะช่วยให้เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้วประชาชนสามารถได้รับเงินสินไหมทดแทนได้เร็วกว่าและมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะสามารถบริหารความเสี่ยงและงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“เรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากรูปแบบเดิมที่รัฐรอให้เกิดภัยก่อนแล้วค่อนจ่ายเงินเยียวยามาเป็นการเตรียมการรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าซึ่งเราจะได้หารือกันในรายละเอียด วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้นำปัญหาในพื้นที่มาเชื่อมกับการตัดสินใจของครม.โดยตรงและจะทำให้การประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นการนำการตัดสินใจของรัฐบาลที่รับฟังความเห็นข้อเสนอแนะและปัญหาจากพี่น้องประชาชน โดยตรงลงมาแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาในพื้นที่”นายกฯ กล่าว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ครม.เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เมนูอาหารว่าง (หรอยหนัด) ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด ขณะเมนูอาหารเช้า (หรอยแรงใต้แรงอก) ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปลาท๋องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา ส่วนเมนูอาหารกลางวัน (หรอยจังฮู้) ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท และมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในการประชุมครม.สัญจร เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) ตรวจรถยนต์เข้มงวดทุกคันที่ผ่านเข้ามาภายใน อีกทั้งยังมีจุดตรวจกระเป๋าและสัมภาระของผู้ที่จะเดินทางเข้าศูนย์ประชุมฯด้วย พร้อมกำชับให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาภายในพื้นที่ต้องติดบัตรแสดงตนของแต่ละหน่วยงานด้วย

ครม.สัญจรนายกฯสงขลาแนวหน้าออนไลน์

Leave a comment