
2 ก.ย. 2569 11:04 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อิหร่านเอาคืนสหรัฐฯ ถล่มฐานทัพ-พันธมิตรทั่วตะวันออกกลาง หลังระเบิดตกใส่งานแต่งดับ 4 ศพ
อิหร่านเดินหน้าโจมตีผลประโยชน์และฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน อิรัก และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงเผย สะเก็ดระเบิดสหรัฐฯ ตกใส่งานแต่งงานในอิหร่าน ดับ 4 เจ็บครึ่งร้อย ขณะที่ “ทรัมป์” เตือนหากตอบโต้เจอสวนกลับหนักกว่าเดิม
กองทัพอิหร่านเปิดฉากปฏิบัติการตอบโต้ทางหารด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายที่เป็นฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมถึงชาติพันธมิตรทั่วภูมิภาคตลอดช่วงวันพุธที่ผ่านมา เพื่อแก้แค้นเหตุโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างอิงสื่อท้องถิ่นและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย.) ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือนทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยเฉพาะในเมืองซีริก หรือ คูเฮสตัก ซึ่งมีสะเก็ดระเบิดตกใส่บ้านหลังหนึ่งที่กำลังจัดงานแต่งงาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย รวมถึงเด็ก 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานเสียงระเบิดในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น เกาะเกชม์, เมืองท่าบันดาร์อับบาส และสนามบินในจังหวัดเคอร์มาน
โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC และกองบัญชาการกลางคาทาม-อัล อันบิยา ออกแถลงการณ์เตือนอย่างดุดันว่า สหรัฐฯ จะต้อง “เสียใจ” ต่อการกระทำดังกล่าว และการลงโทษอย่างหนักกำลังรอผู้รุกรานอยู่ พร้อมขู่ว่าประเทศใดก็ตามที่ให้ความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรงและกว้างขวางยิ่งขึ้น
รายงานระบุว่า การตอบโต้ของอิหร่านกระจายตัวในหลายจุดสำคัญของตะวันออกกลาง โดยที่จอร์แดน อิหร่านยิงขีปนาวุธมุ่งเป้าฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในเมืองอากาบา โดยกองทัพจอร์แดนยืนยันว่าสามารถสกัดขีปนาวุธไว้ได้ 10-13 ลูก และมีบางส่วนตกในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ส่วนที่อิรัก กองทัพ IRGC อ้างว่าได้ส่งขีปนาวุธและโดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคเคอร์ดิสถาน ทำลายศูนย์ซ่อมบำรุง คลังสินค้า และอุปกรณ์ทางการทหาร ขณะที่ในบาห์เรนและคูเวต มีรายงานเสียงไซเรนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังก้องในบาห์เรน โดยอิหร่านอ้างว่าส่งโดรนโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ขณะที่กองทัพคูเวตระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังเร่งรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านเช่นกัน
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ชี้แจงว่า ปฏิบัติการทางอากาศระลอกใหม่เป็นไปเพื่อตอบโต้การที่กองทัพอิหร่านพยายามวางทุ่นระเบิดและโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ โดย นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษก CENTCOM ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการสังหารพลเรือน โดยยืนยันว่า “กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยเล็งเป้าหมายไปที่พลเรือน ซึ่งต่างจากกองทัพ IRGC ของอิหร่าน”
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล ว่า หากอิหร่านคิดจะตอบโต้ สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะโจมตีกลับในระดับที่ “หนักหน่วงและสูงกว่าเดิม” พร้อมระบุว่าเขาไม่ได้พยายามดึงอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา และตั้งคำถามว่าเมื่อใดประชาชนชาวอิหร่านจะลุกขึ้นสู้อีกด้วย
การปะทะระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากความตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสองฝ่ายสิ้นสุดลง ส่งผลให้ศึกที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือนกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง ทั้งปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ 1 ใน 5 ของโลก การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบของเอกชน และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจระลอกใหม่จากวอชิงตัน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเสถียรภาพและเศรษฐกิจโลกในขณะนี้.