จ่อฟัน2ดีเอสไอ โยงโกงสอบท้องถิ่น เอี่ยวแก๊งนายกเฮง

3 กันยายน 2569 เวลา 06:05 น.

จ่อฟัน2ดีเอสไอ โยงโกงสอบท้องถิ่น เอี่ยวแก๊งนายกเฮง

รมว.ยุติธรรม เผยดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบวินัย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีเอี่ยวทุจริตโกงสอบท้องถิ่นร่วมแก๊งนายกเฮงศรีสะเกษ ขณะที่ “โรม” ตามยำรายวันแฉ ทำเป็นหลักฐานชัดโยงฝ่ายการเมือง–ขรก.ระดับสูง ยังอุบ เปิดชื่อ อ้างเดี๋ยวตื่นกันหมด อัดรัฐบาลปล่อยคนที่แฉการทุจริตโดนข่มขู่

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 2 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ“นายกเฮง”อดีตผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย หลังเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไปถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตามข่าวที่ได้รับการรายงานเบื้องต้นมีสองนาย ซึ่งในส่วนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินคดีในภาพรวมไปแล้ว ส่วนดีเอสไอนั้นทางอธิบดี จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องวินัยร้ายแรง

เมื่อถามว่า จะตรวจสอบเสร็จภายในกี่วัน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่ารายการตรวจสอบเบื้องต้น จะเป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งท่านก็ชี้แจง

เมื่อถามว่าในการสอบของดีเอสไอ จะขยายผลไปถึงคนอื่นหรือสอบเพียงแค่ 2 คนที่ถูกพาดพิง พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่าในส่วนของเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ดีเอสไอต้องเป็นเรื่องการสืบสวน แต่คดีหลัก ในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ได้ดำเนินการตั้งแต่ต้น ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว และส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ดำเนินคดีในส่วนนี้ไปแล้ว

โรมยำแก๊งอาชญากรรม

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การประชุมกรรมาธิการครั้งที่แล้วพบข้อมูลหลักฐาน การทุจริตสอบท้องถิ่น ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบคล้ายกับองค์กรอาชญากรรม ซึ่งการทำอย่างเป็นระบบไม่ได้มีการตัดตอนที่ข้าราชการแน่นอน แต่ที่ผ่านมารัฐบาล พยายามให้ข้อมูลว่าไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งที่หลักฐานและคำบอกเล่าจากพยานที่น่าเชื่อถือ ชี้ชัดว่ามีฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพราะฉะนั้นการตัดจบที่ข้าราชการไม่กี่คน ตนคิดว่าเรื่องนี้รับ ไม่ต่างอะไรจากการจำกัดความเสียหาย ให้ข้าราชการรับแทน และนักการเมืองลอยนวลพ้นผิด โดยขณะนี้เรามีข้อมูลที่สำคัญที่ต้องตรวจสอบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อนับดูแล้วน่าจะมีมากกว่าเดิม ดังนั้นจึงต้องเสาะแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเรื่องการสอบทุจริตท้องถิ่นจริงๆ แล้ว อาจจะอยู่ที่ฝ่ายการเมืองด้วยซ้ำ

ยังเผยข้อมูลไม่ได้

เมื่อถามว่า ข้อมูลในชั้นกรรมาธิการขณะนี้สามารถชี้ชัดไปถึงฝ่ายการเมืองได้แล้วหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีข้อมูลหลายอย่างแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากข้อมูลเป็นความลับ ซึ่งได้มาจากผู้มาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ แต่ ณ วันนี้ที่ตนเห็นข้อมูล มันชัดจริงๆ แต่อยากจะสื่อสารว่าการสอบท้องถิ่น โดยทั่วไปจะเป็นฝ่ายข้าราชการกับคู่สัญญาที่ต้องบริหารจัดการ แต่อยู่ๆ มีฝ่ายการเมืองเข้าไปพูดคุย นัดเจอ และเจรจากัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นและส่อไปในทางทุจริตอยู่แล้ว ทั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมืองเท่านั้นยังมีข้าราชการที่เป็นคนของนักการเมือง ซึ่งหากยึดถือข้อมูล ของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้สอบสวนเรื่องนี้ และมีการชี้มูลไปแล้ว พบว่าหลายคนถูกชี้มูล พร้อมทั้งส่งเรื่องให้กับนายกรัฐมนตรี ตนก็มีคำถามว่า นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้

ไม่คาดคิดมีบิ๊กมาเกี่ยวข้อง

ส่วนที่รัฐบาลออกมาบอกว่าไม่มีบิ๊กกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น นายรังสิมันต์ ย้อนกลับว่า บิ๊กแค่ไหน เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นมีผู้เกี่ยวข้องเยอะมาก และทำเป็นระบบ ตอนนี้เราอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลซึ่งบางรายชื่อก็เป็นคนที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะมาเกี่ยว เพราะไม่ได้อยู่ในกระทรวงที่ถูกจับตามองในการเป็นตัวเชื่อมและแนะนำ ซึ่งการจะทำให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)ไปรู้จักบิ๊กเนมการเมืองจะมีข้อต่อซึ่งข้อต่อนั้นก็จะอยู่ในฝ่ายการเมือง

เมื่อถามถึงกรณีที่มหาวิทยาลัยบูรพา ทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการฯ เพื่อขอความคุ้มครองในการเข้าให้ข้อมูลนั้น มีประเด็นอะไรที่สื่อถึงความไม่ปลอดภัยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ด้วยการเมืองวันนี้ เรามีเรื่องทุจริตเยอะ จึงขอถามว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือ การปราบทุจริต หรือปราบคนแฉทุจริต ซึ่งตนคิดว่า เราควรพูดคุยด้วยความเป็นมนุษย์ ตกลงประเทศนี้ เราจะอยู่กันแบบนี้ใช่หรือไม่ ซึ่งเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดคือ เรื่องทุจริต แต่คนกลับบอกว่า คนที่ออกมาแฉทุจริต ผิดมากที่สุด

เตือนอย่าข่มขู่พยาน

“ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย และเป็นคนหนึ่งที่จบด้านนิติศาสตร์ บางทีผมก็อยากเรียกร้องไปถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด บางส่วนเป็นรุ่นพี่ของผม บางส่วนถูกปลูกฝังในเรื่องของความยุติธรรม แต่กลับปล่อยให้มีการข่มขู่ พยานที่สำคัญที่สุด ข่มขู่คนที่รู้เรื่องทุจริตที่สุด ที่เขาออกมาแฉ แต่กลับปล่อยให้มีการข่มขู่แบบนี้ดำเนินอยู่ ดำรงในสังคม ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทำให้ทุกคนที่ให้ข้อมูล เขาไม่กล้าที่จะให้ข้อต่อ นั่นคือ จุดประสงค์ของเขาที่ข่มขู่ เพราะหากเขายังให้ข้อมูลอยู่ ก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีทางรู้เลยว่า องค์กรอาชญากรรมนี้ ถึงที่สุดแล้ว จะสามารถใช้อำนาจ ใช้เส้นสาย ในการรังแกคนทั่วๆ ไป ได้ขนาดไหน ผมอยากเรียกว่า นี่คือองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน ที่พวกเราคงต้องต่อสู้กับเรื่องนี้ต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า ทางคณะกรรมาธิการฯมีข้อมูล และหลักฐานชัดเจนหรือไม่ที่จะโยงไปถึงฝ่ายนักการเมือง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “มี แต่ขอไม่ยกตัวอย่างไม่เช่นนั้นก็ตื่นกันหมด”

แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเบื้องต้นชุดสืบสวนได้พูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ DSI ยศ พ.ต.ท. ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ซึ่งถูกนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” นำชื่อ-สกุลและตำแหน่งไปกล่าวอ้างกับนายพิบูลผ่านแชตไลน์แล้ว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกับนายกเฮงเป็นการส่วนตัว และไม่ทราบเรื่องการนำชื่อไปแอบอ้าง โดยยืนยันความบริสุทธิ์ 100% ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบท้องถิ่น และไม่เคยเดินทางเข้าไปในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พร้อมขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่ถูกนำชื่อไปกล่าวอ้าง

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ DSI อักษรย่อ “ว.”ซึ่งถูกนายกเฮงกล่าวถึงในแชตไลน์เช่นกัน ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นการแอบอ้างชื่อโดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่อง หรือมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับขบวนการโกงสอบท้องถิ่นจริงหรือไม่ โดยดีเอสไอ ระบุว่าต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานให้รอบด้านก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและสามารถชี้แจงต่อสังคมได้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจาก ดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนปากคำพยานในคดีดังกล่าว พบข้อมูลเกี่ยวกับนายประยูร เดชหาญ หรือ“นายกยูร” อดีตนายก อบต.ผือใหญ่ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ และนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ โดยข้อมูลจากการซักทอดระบุว่า ทั้งสองรายมีความใกล้ชิดและทำหน้าที่เสมือนมือขวาของนายกเฮง มีพฤติการณ์เข้าไป “เก็บกินค่าหัว” ก่อนส่งเงินและจัดทำยอดบัญชีรายงานต่อให้นายกเฮง ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยาน
หลักฐานของดีเอสไอ

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า หากผลการสืบสวนของ DSI พบว่ามีประเด็นใดเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาในสำนวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการดีเอสไอ จะต้องสรุปผลเรื่องสืบสวนของตนเองและส่งต่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป ตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

คดีโกงสอบนายกเฮงรมว.ยุติธรรมรุทธพล เนาวรัตน์เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ

Leave a comment