ล็อกเป้าถล่มซักฟอก หนู-ลูกเนวิน ฝ่ายค้านล่อของหนัก

3 กันยายน 2569 เวลา 06:17 น.

ล็อกเป้าถล่มซักฟอก หนู-ลูกเนวิน ฝ่ายค้านล่อของหนัก โรมแม่ทัพใหญ่คุมเกม ‘ภราดร’ลั่นไม่หวั่นไหว โค้งคำนับ4ครั้งเย้ยเท้ง พท.ออกตัวไม่ยุ่งฮั้วสว.

“ภราดร”ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยันรบ.พร้อมถูกตรวจสอบ มั่นใจชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา ย้ำ“ภท.”ไร้เอี่ยวคดีฮั้ว สว.กกต.มีมติอย่างไร พร้อมปฏิบัติตามกระบวนการ ยุติธรรม ด้าน“ไอติม”ฮึ่มล็อกเป้าซักฟอก “อนุทิน-ไชยชนก” เผยเริ่มคุยพรรคร่วมแล้ว แย้ม “โรม” หัวหอกจัดข้อมูลถล่ม ปัดตอบสอยนายกฯได้หรือไม่ ขณะที่ “จุลพันธ์” ยันวงดินเนอร์แกนนำรัฐบาล ไม่คุยปรับครม.แจงไม่ได้เตรียมรับศึกซักฟอก ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านถาม ชี้ฮั้วสว.ขึ้นอยู่กับหลักฐาน มั่นใจ “พท.” เสียงไม่แตก

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐบาลยินดีหากฝ่ายค้านเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะถือเป็นอำนาจโดยชอบของฝ่ายค้านและเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ ซักถาม หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามกระบวนการของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ขัดข้อง และยินดีให้ฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างเต็มที่ ส่วนกรอบเวลาการอภิปราย ขณะนี้ยังไม่ทราบความชัดเจนว่าจะเป็นช่วงใด แต่รัฐบาลยังยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และพร้อมตอบข้อซักถาม รวมถึงข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

‘ภราดร’โวรบ.ตอบได้ทุกประเด็น

เมื่อถามว่า จะมีการเตรียมตัวเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากอาจถูกฝ่ายค้านอภิปรายในประเด็นใด นายภราดรกล่าวว่า ต้องรอดูญัตติที่ฝ่ายค้านจะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อมีการยื่นญัตติแล้วจึงจะทราบว่า โจทย์หรือประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายคืออะไร แต่รัฐบาลมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็น และที่ผ่านมารัฐบาลเชื่อว่าไม่ได้ดำเนินการใดที่ผิดกฎหมาย หรือกระทำการที่เข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบ

นายภราดรกล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตที่ฝ่ายค้านอาจตั้งธงที่จะล้มรัฐบาลให้ได้นั้น เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับข้อมูลและหลักฐาน รวมถึงการชี้แจงของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย หากฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนและรัฐมนตรีไม่สามารถชี้แจงได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมือง โดยที่ผ่านมาการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง ทั้งสองฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย

ปมสว.‘หนู’ห้ามแล้วอย่ายุ่งผิดก.ม.

เมื่อถามถึง กรณีที่ฝ่ายค้านอาจเน้นอภิปรายพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะประเด็นคดีฮั้ว สว. นายภราดรกล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และหัวหน้าพรรคได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสมาชิกพรรคทุกคน ขอให้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย โดยพรรคได้ยืนยันเรื่องนี้เป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงที่มีการรณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง สว.และได้ออกหนังสือถึงสมาชิกทุกคน ห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด ส่วนหากฝ่ายค้านนำประเด็นคดีฮั้ว สว.มาเป็นหนึ่งในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะถือเป็นญัตติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ต้องรอดูว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในรูปแบบใด และมีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งรัฐบาลพร้อมตอบข้อกล่าวหาตามกระบวนการ

พร้อมทำตามคำวินิจฉัยของกกต.

เมื่อถามว่า วันที่ 14 ก.ย.นี้ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณีเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว. จำนวน 229 คน ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรคและรัฐมนตรีหลายคนอยู่ในรายชื่อ นายภราดรย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เคยเข้าไปแทรกแซง และจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หาก กกต.มีคำวินิจฉัยหรือมีแนวทางดำเนินการอย่างไร พรรคก็พร้อมปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม และไม่จำเป็นต้องไปต่อสู้กันนอกเหนือจากกระบวนการของศาล เพราะมั่นใจว่าสิ่งที่พรรคได้หารือและมีการออกเป็นหนังสือแจ้งสมาชิกนั้น มีความชัดเจนว่าพรรคและสมาชิกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คารวะ4ครั้ง‘เท้ง’คุยโค่นอนุทิน

เมื่อถามถึง กรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ระบุว่าตนเป็นคนเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีได้ก็เอาลงได้เหมือนกัน อยากจะฝากอะไรหรือไม่ นายภราดรโค้งคำนับ แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ ขอบคุณและขอบคุณ”

‘ไอติม’ล็อกเป้าซักฟอก‘หนู-ไชยชนก’

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีการนัดรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านวันที่ 1 ก.ย. ว่า เมื่อวานนี้มีการประชุมกันแล้ว โดยสมัยนี้มีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เพิ่มขึ้นคือ พรรคไทรวมพลัง โดยเรามีความเห็นตรงกัน ว่าเราจะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 คือการอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติ ในเชิงกรอบเวลา เราจะดำเนินการโดยเร็ว และได้มีการพูดคุยว่าจะครอบคลุมถึงใครบ้าง ซึ่งเป็นการบ้านที่แต่ละพรรค ไปรวบรวมมา แต่ 2 รายชื่อที่มีอยู่แน่นอน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ซึ่งตกลงกันเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานโดยหัวเรือหลักคือนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมทุกพรรค รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติ เพื่อเตรียมยื่นญัตติโดยเร็วและคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์

เตือนนายกฯอย่าเบี้ยวตอบคำถาม

เมื่อถามว่า จะมีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายเพื่อให้สะเทือนรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนไม่อยากคุยก่อนเกิด แต่คิดว่าเราทำงานเต็มที่ ให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอกที่ดีและขอฝากว่า เห็นนายกฯบอกว่าพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม หวังว่านายกฯ และพรรคภูมิใจไทย จะไม่พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาวินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่อง ฮั้วสว.และเรื่องโกงสอบท้องถิ่นได้ ไม่ใช้เทคนิคแบบนั้น

เย้ยรบ.นี้อยู่ไปทำประเทศเสียหาย

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าพรรคประชาชนทำให้นายอนุทิน เป็นนายกฯได้ก็สามารถทำให้เอาลงได้ จะทำได้เมื่อไหร่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เราทำเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เราประกาศชัดเจนว่า ยิ่งเราเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไป ก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติกับประชาชน ฉะนั้นย้ำว่า เราทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และหวังถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า หากเราทำหน้าที่ของเราได้ดีประชาชนเห็นพ้องกับเราว่า การมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาล น่าจะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน

ปัดล้มรบ.-เสนอความจริงให้สังคม

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราคงไปคาดเดามติของ สส.ไม่ได้ แต่เราเข้าใจเสียงในสภาดีว่า ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก แต่เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนคิดว่าไม่ใช่แค่การมานับคะแนนของการลงมติ แต่คือการนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากประชาชนเห็นตามหลักฐานที่เรามี เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือของประชาชน เขาก็ก็จะจะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล

เมื่อถามว่า ไม่สายเกินไปหรือที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งครั้งหน้านายพริษฐ์กล่าวว่า เราทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องบอกว่าปลายทาง เราต้องมองเป็นขั้น เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องวัดกันที่คะแนนลงมติ ซึ่งเมื่อเรายื่นญัตติเราก็อยากให้ สส.ส่วนใหญ่ ลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ย้ำว่าตนคงไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ ว่าจะมี สส.รัฐบาลกี่คนที่จะมาลงมติไม่ไว้วางใจ หากเราชนะมติได้ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น แต่หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นำไปสู่การลงมติที่เสียงข้างมากลงมติไม่ไว้วางใจ แล้วเราทำหน้าที่ของเราได้ดี เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือพี่น้องประชาชน ก็จะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนรัฐบาลมีมากขึ้นด้วย

‘จุลพันธ์’ยันดินเนอร์ไม่คุยปรับครม.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกฯจะเปิดบ้านพักนัดรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 6 ก.ย. เพื่อเลี้ยงอาหาร จะหารือเรื่องการปรับ ครม.หรือไม่ว่า ไม่มี เราเป็นรัฐบาลร่วมกัน รัฐบาลเดียวกันทำงานเพื่อประชาชน ส่วนเรื่องที่สื่อและสังคมเป็นห่วงเสถียรภาพภายในรัฐบาลนั้น ยืนยันไม่มี เพราะเราพูดคุยกันตลอด อย่างการประชุมครม.สัญจร ที่จ.สงขลา ก็ทำงานและประชุมร่วมกัน การทำงานของเราสอดประสานกัน ส่วนนัดกินข้าว เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้นั่งพูดคุยกันในบรรยากาศที่รีแล็กซ์ขึ้น ไม่ใช่การประชุมเพียงหน้างานเท่านั้น หรือรมช.บางคน อาจไม่มีโอกาสไปพูดคุยกับนายกฯ มากนัก จะได้ไปเล่าต่อหน้าว่า งานมีอะไรที่ติดขัดบ้าง หรือขับเคลื่อนอะไรอยู่ เพื่อให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น

เชิญฝ่ายสภาฯเพราะขับเคลื่อนก.ม.

เมื่อถามว่า สาเหตุที่เชิญฝ่ายสภาฯ ร่วมรับประทานอาหารด้วยเพื่อเตรียมรับศึกซักฟอกหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้เตรียม ตนก็ไม่ได้เตรียมอะไร ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านที่จะซักถามข้อสงสัย เรายินดีที่จะตอบอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ต้องเชิญฝ่ายสภาฯไปด้วยนั้น การทำงานในส่วนของรัฐบาล สภาฯต้องขับเคลื่อนเพราะกฎหมายต้องส่งเข้าสภาฯ

ฮั้วสว.พท.ไม่เกี่ยวทำเต็มที่ไปแล้ว

เมื่อถามว่า เรื่องฮั้ว สว.อาจเป็นหนึ่งในประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก จะวางบทบาทของพรรคเพื่อไทยอย่างไร ในฐานะที่เคยผลักดันและขับเคลื่อนเรื่องนี้สมัยเป็นแกนรัฐบาล แต่วันนี้เป็นร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีก็เป็นบทบาทหนึ่งในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และตนก็มีสถานะเป็นสส.ด้วย ซึ่ง สส.มีหน้าที่ตรวจสอบและกำกับการทำงานของรัฐ ดังนั้น การรับฟังข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วมาตัดสินใจว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร มีข้อมูลใหม่หรือไม่มี อะไรที่ฟังได้หรือฟังไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตย กรณีฮั้ว สว. พรรคเพื่อไทย เคยเป็นแกนนำรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ และเราเดินไปจนสุดทางแล้ว ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรอิสระ เราต้องเชื่อมั่นในกลไกการตรวจสอบ วันนี้ไม่ได้อยู่ในมือพรรคเพื่อไทย หรืออยู่ในมือของ สส.การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน

ไม่มีข้อมูลพิเศษ-ปล่อยไปตามขั้นตอน

เมื่อถามว่า การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยจะส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนหรือไม่ เนื่องจากถูกมองว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะมีข้อมูลเรื่องฮั้ว สว.ในระดับหนึ่ง นายจุลพันธ์ตอบกลับทันทีว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ พรรคเพื่อไทยดำเนินการตามหน้าที่รับผิดชอบ ขั้นตอนทั้งหมดมันผ่านไปแล้ว และข้อมูลทั้งหมดอยู่ในขบวนการของหน่วยงานที่ตรวจสอบทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรพิเศษเพิ่มเติม หรือมีข้อมูลลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย เพราะทุกอย่างส่งดำเนินการไปหมดแล้ว ต้องปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าต่อ

เมื่อถามว่าที่มีเสียงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยกมือไม่ไว้วางใจ หากรัฐบาลถูกซักฟอกเรื่องนี้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ใครเรียกร้องอะไรเราก็รับฟังทุกฝ่าย แต่ยังไม่มีคนมาพูดกับตนในประเด็นนี้

ลงมติเสียงไม่แตก-ขอเวลาทำงาน

ส่วนการลงมติของพรรคเพื่อไทย จะยึดมติพรรคหรือให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่กำหนด แต่คิดว่าไม่น่ามีอะไร เพราะในพรรคก็พูดคุยกันและอยู่ในหลักการของพรรค คงไม่มีเสียงแตก เราทำงานเป็นทีม อยู่ในเส้นเดียวกัน เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยเรื่องปรับรัฐมนตรีในส่วนของพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มี หากติดตามการทำงานรัฐมนตรีของพรรค ตนเชื่อมั่นว่าพยายามทำงานเต็มที่และสามารถส่งมอบนโยบายให้กับประชาชน มองว่ารัฐมนตรีของพรรคทำงานอยู่ในเกณฑ์บรรลุเป้าหมายขณะนี้ยังอยู่ในช่วงต้นเท่านั้นเป็นรัฐบาลมา 4 เดือนเท่านั้น ต้องให้เวลาพิสูจน์ตนเองและผลงานว่า จะแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประชาชนได้หรือไม่

ศาล รธน.รับคำร้องฟัน‘ก้องเกียรติ’

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ กกต. (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2561 มาตรา 54 เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ (ผู้ถูกร้อง) เนื่องจากผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแล้วปกปิดหรือไม่แจ้งข้อความจริงว่าผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (1) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 54 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (13) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54

ฝ่ายค้านล็อกเป้าซักฟอกพร้อมถูกตรวจสอบภราดรยันรัฐบาลไม่หวั่นไหวอนุทิน ไชยชนกโรมแม่ทัพนำถล่มไอติม พริษฐ

Leave a comment