‘อนุทิน’แจงไปนอก ล้มหม่ำข้าว ไม่มีคิวพรรคร่วม

6 กันยายน 2569 เวลา 06:11 น.

‘อนุทิน’แจงไปนอก ล้มหม่ำข้าว ไม่มีคิวพรรคร่วม ลั่นรบ.ไม่เเกี่ยวฮั้วสว. พท.หวั่นมือที่3เสี้ยม ห่วงก.ย.การเมืองร้อน

เพื่อไทย ห่วงกันยายนการเมืองร้อนฉ่า ทั้งมีมือที่ 3 คอยสุมไฟ ขยายความขัดแย้งขณะที่นายกฯอนุทิน แจงเลิกหม่ำข้าว พรรคร่วมรัฐบาล เพราะติดภารกิจไปต่างประเทศ ย้ำอีกหนรัฐบาลไม่เกี่ยว ฮั้วสว.ไม่กังวลฝ่ายค้าน ใช้เวทีงบฯปี’70 อุ่นเครื่องซักฟอกถล่มรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 5 กันยายน 2569 ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลื่อนเชิญคณะรัฐมนตรี(ครม.)และพรรคร่วมรัฐบาลมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านพักส่วนตัวในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ จะเป็นการขยับวันเข้าไปใกล้ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ว่า ตนต้องไปร่วมถวายความเคารพพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคต โดยไปในนามรัฐบาลไทยเลยมีความจำเป็นต้องเลื่อนไปก่อน เพราะจะต้องออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 7กันยายนนี้

หนูไร้กำหนดทานข้าวพรรคร่วมฯ

เมื่อถามว่าจะขยับไปช่วงสัปดาห์หน้าหรือไม่นายกฯกล่าวว่ายังไม่ได้กำหนด เมื่อถามต่อว่าดูสถานการณ์ตอนนี้ อาจจะยังไม่จำเป็นต้องกินข้าวเพื่อกระชับมิตรหรือไม่นายกฯกล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน การนัดรับประทานอาหาร พรรคร่วมรัฐบาลที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี(ครม.)บอกว่าตั้งแต่เข้ามา 6 เดือนแล้ว ยังไม่เคยได้ทานข้าวในบรรยากาศที่สามารถพูดคุยอะไรกันได้แบบสบายๆ ก็เลยจะนัดในวันที่ 6 ก.ย.นี้แต่มีภารกิจที่สำคัญยิ่งเลยต้องเลื่อนไปก่อนเท่านั้นเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ในวันที่ 7-9 สิงหาคม นี้ว่า สส.หลายคนเป็นกรรมาธิการ(กมธ.)อยู่แล้วก็พร้อมชี้แจง เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นเรื่องระหว่าง กมธ.กับสภาผู้แทนราษฎร ส่วนภาคราชการก็ให้ข้อมูลสนับสนุน ซึ่งต้องชี้แจงให้กระจ่างใครสงวนญัตติไว้ก็เอามาพูดในที่ประชุม เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้โอกาสนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจไปด้วย นายกฯกล่าวว่าสส.มีเอกสิทธิ์อยู่แล้ว จะพูด หรืออภิปรายอะไรก็อยู่ที่หัวข้อและการกำกับดูแลของประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่า การประชุมสภาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า พรรคภูมิใจไทย พยายามดึงเกมไม่ให้อภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เพราะกลัวพาดพิงคดีฮั้ว สว. นายกฯกล่าวว่าไม่มี พรรคภูมิใจไทย ทำงานบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ฝ่ายบริหารก็ทำงานอย่างเต็มที่ ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เหมือนกัน

ลั่นรบ.ไม่เคยเกี่ยวข้องคดีฮั้วสว.

เมื่อถามว่ามีความพยายามโยงคดีฮั้วสว.กับพรรคภูมิใจไทยมีหน่วยงานไหนมาสอบถามหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่มีไม่ทราบ รัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วสว.ไม่มีส่วนไหนที่รัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลนี้เข้าปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ส่วนรัฐบาลอนุทิน 1 ก็ปฏิบัติหน้าที่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 แต่มีการเลือกสว.เมื่อปี 2567 ดังนั้น รัฐบาลของตนทั้งสองชุด มาหลังการเลือก สว.ประมาณ 1 ปี 3 เดือน ยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการปั่นกระแสของฝ่ายค้านหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนทำหน้าที่ตัวเอง มีอะไรเราก็รับฟัง เราก็ชี้แจง จะไปห้ามคนกล่าวหาไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาลก็ต้องชี้แจง ถ้าชี้แจงตรงไหนไม่ได้ก็เสร็จ แค่นั้นเอง

ไม่ติดภารกิจนั่งอยู่ตลอด

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเรียกร้องให้เข้าสภาฯมาชี้แจงด้วยตัวเอง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็เข้าสภาอยู่เนืองๆ มีหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องบริหารราชการแผ่นดินด้วย แต่วันที่ 7-9 กันยายนนี้ ตนอยู่ที่สภาไม่ได้เพราะได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายความเคารพพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ กว่าจะกลับวันที่ 11 กันยายน เรื่องหน้าที่นิติบัญญัติ ถ้าตนไม่ติดภารกิจบริหารราชการแผ่นดิน ก็ไปจ่อมอยู่ที่สภาตลอดเวลา ตนทำงานอยู่ที่สภาได้เพราะมีห้องทำงานของนายกฯ แต่ส่วนใหญ่จะมีภารกิจที่อยู่ต่างจังหวัดบ้าง อยู่ต่างประเทศบ้าง

ชี้ 6 เดือนถึงเวลาพีอาร์ผลงาน

นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรายการคุยกับครม.อนุทินในวันเดียวกันนี้ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ประเดิมเป็นเทปแรกในการสื่อสารกับประชาชนว่า ยังไม่ได้ติดตามเลยก็ดีครับ เราเข้ามาทำงานเกือบจะครึ่งปี แล้วก็น่าจะถึงเวลาที่ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย ทางกรมประชาสัมพันธ์ก็มีดำริให้คณะคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ต้องการจะถ่ายทอดหรือแจ้งประชาชนในเรื่องต่างๆ กรมประชาสัมพันธ์ก็จัดช่วงเวลาให้

เมื่อถามว่านายกฯจะร่วมด้วยหรือไม่ นายอนุทินตอบสั้นๆว่า“ถ้าโอกาสอำนวย”

เมื่อถามต่อถึงกรณีน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า เพราะรัฐบาลกระแสตกจึงต้องมีการจัดรายการนายกฯ หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ซัด‘ฝ่ายค้าน’งอแงเหมือนเด็ก

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)ระบุว่าที่รัฐบาลจัดรายการคณะรัฐมนตรี(ครม.)พบประชาชนนั้น เพราะอยู่ในช่วงที่คะแนนนิยมตกต่ำว่ายิ่งนานวันพรรคประชาชนก็ยิ่งทำตัวงอแงเหมือนเด็กขึ้นทุกวัน เมื่อก่อนรัฐบาลไม่ได้จัดรายการอะไรก็บอกว่ารัฐบาลไม่เคยสื่อสารอะไรกับประชาชนพอรัฐบาลจะจัดรายการคณะรัฐมนตรีพบประชาชนเพื่อสื่อสารกับคนไทยทุกคน อย่างที่ฝ่ายค้านต้องการก็กลับบอกว่า เพราะคะแนนนิยมตกต่ำ ทั้งๆ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้นทำงานเป็นหลักจึงไม่เคยมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องว่าคะแนนนิยมจะตกต่ำเพราะถูกฝ่ายค้านเสียดสี สาดโคลนหรือไม่ เพียงแต่ในระยะหลังฝ่ายค้านเริ่มเลอะเทอะให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนไม่ครบถ้วนรัฐบาลจึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบเพื่อคลายความกังวล รัฐบาลไม่นิยมแถลงพร่ำเพรื่อ พูดไปเรื่อยรายวัน เพียงเพราะหวังชิงพื้นที่สื่ออย่างที่พรรคประชาชนชอบทำเพราะประชาชนไม่ได้อะไรเลยนอกจากเสียเวลาเปล่า

ป้องนายกฯไม่เคยหนีกระทู้สภา

นายธนกรยืนยันว่านายกฯให้ความสำคัญกับการทำงานของสภา สนับสนุนการติดตาม ตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ในสภา แต่เนื่องจากติดภารกิจสำคัญ มอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นผู้ชี้แจงแทนเพราะเป็นคนที่ทราบรายละเอียดในเรื่องนั้นๆ และสามารถให้ข้อมูลได้ชัดเจนและครบถ้วนกว่าที่ผ่านมาเชื่อว่าประชาชน ก็คงได้เห็นแล้วว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านนั้น เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือเป็นการทำตามหน้าที่ในรัฐสภาจริงหรือไม่ หรือ แค่ต้องการใช้เวทีสภา ไปกดดันหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือไม่ เพียงเพื่อหวังเพิ่มคะแนนนิยมให้ตัวเอง

เตือนกันยาฯการเมืองร้อน

ขณะที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไท กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในเดือนกันยายน ว่า ได้รับข้อมูลจากมวลชนหลายกลุ่ม เริ่มมีความเคลื่อนไหวมีความเป็นไปได้จะมีกิจกรรมหรือการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายน ขณะที่บางกลุ่มได้ประกาศทิศทางความเคลื่อนไหวต่อสาธารณะแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาไม่ได้มีเพียงการชุมนุม แต่เป็นช่วงที่หลายแรงกดดันกำลังมาบรรจบกัน ทั้งการตรวจสอบทางการเมือง คดีและกระบวนการทางกฎหมายที่สังคมจับตา ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ภาระหนี้ของประชาชน ถ้าปล่อยให้สะสมโดยไม่มีคำตอบก็อาจกลายเป็นเชื้อไฟทางการเมืองได้

พร้อมย้ำว่า รัฐบาล ฝ่ายการเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องไม่ประมาทตื่นตระหนก รัฐบาล ต้องไม่มองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู ประเทศผ่านบทเรียนความขัดแย้งทางการเมืองบนท้องถนนมาแล้วหลายครั้ง สุดท้ายตกอยู่กับประชาชน เศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของประเทศ แม้การใช้สิทธิชุมนุมตราบใดที่ไม่ก่อความเดือดร้อน วุ่นวาย สร้างความเสียหายถือเป็นสิทธิ รัฐบาลต้องฟัง ผู้จัดชุมนุมอย่าปล่อยให้มีความรุนแรงในพื้นที่ ไม่สร้างเงื่อนไขไปสู่การเผชิญหน้า

หวั่นมือที่3เติมเชื้อไฟขยายขัดแย้ง

นายพร้อมพงศ์มองอีกว่าข้อเรียกร้องคนนำไปสู่การชุมนุม ที่มีคนบางกลุ่ม บางชาติแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเทศไทย ปัญหาทุนเทา อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินีผู้มีอิทธิพล สร้างความเสียหายให้ประเทศและทางเศรษฐกิจ รัฐบาลตรวจสอบตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นสงครามกล่าวหาทางการเมือง ทุนเทา ต้องจัดการด้วยกฎหมาย กฎหมายต้องไม่มีสี ความยุติธรรมต้องเท่าเทียม และต้องไม่มีสองมาตรฐาน

“ทุกการชุมนุมสิ่งที่น่าหวั่นใจ คือ เหตุแทรกซ้อน เมื่อมวลชนจำนวนมากรวมตัวท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่สูง ย่อมมีความเสี่ยงที่บุคคล หรือกลุ่มที่ไม่หวังดีอาจฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ ทำให้การชุมนุมโดยสงบบานปลายได้ ขอย้ำว่า ไม่ได้กล่าวหาว่ามีกลุ่มใดเตรียมก่อเหตุแต่บทเรียนในอดีตชัดเจน เราต้องป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ปล่อยให้มีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง ขยายความขัดแย้ง ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามหาผู้รับผิดชอบ”

ชงดับ4เรื่องก่อนการเมืองร้อน

นายพร้อมพงศ์ ขอเสนอ 4 เรื่องเร่งด่วน ก่อนการเมืองร้อนกว่านี้ 1. รัฐบาลต้องฟัง ก่อนปัญหาลงถนนเรื่องใดตอบได้ต้องรีบตอบ เรื่องใดมีข้อสงสัยต้องเร่งตรวจสอบ อย่าปล่อยให้ความไม่พอใจสะสมจนประชาชนรู้สึก ไม่มีช่องทางอื่นในการส่งเสียง 2. เรื่องที่สังคมสงสัย ต้องตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียว ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักการเมือง กลุ่มทุน หรือบุคคลใด ผิดต้องดำเนินคดี ไม่มีหลักฐานก็ต้องให้ความเป็นธรรม 3.ป้องกันเหตุแทรกซ้อน เจ้าหน้าที่และผู้จัดการชุมนุมต้องมีช่องทางประสานงานชัดเจน เจ้าหน้าที่ใช้ความอดกลั้นและบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสมได้สัดส่วน ผู้จัดชุมนุมต้องป้องกันไม่ให้พวกจ้องสร้างสถานการณ์มาปะปนกับประชาชนที่ใช้สิทธิโดยสงบ 4. รัฐบาลเร่งสร้างผลงาน ลดเชื้อไฟจากปัญหาปากท้องค่าครองชีพ ค่าพลังงานที่สูงฯ เป็นเรื่องที่ประชาชนสัมผัสทุกวัน หากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจมาชนกับความไม่พอใจทางการเมือง ความตึงเครียดยิ่งขยายตัวลุกลามได้

“ม็อบอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นบนถนน แต่ต้นเหตุของความไม่พอใจอยู่ที่การบริหารจัดการของรัฐบาล ปัจจัยสำคัญคือ การกินดี อยู่ดีของประชาชนและเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องดับไฟ2 กองพร้อมกัน คือ ไฟความเดือดร้อนจากความเป็นอยู่ของประชาชน กับไฟความขัดแย้งทางการเมือง ด้วยผลงาน ความโปร่งใส การใช้กฎหมายที่เท่าเทียมหวังว่า เดือนกันยายนควรเป็นเดือนที่ทุกฝ่ายร่วมดับไฟ ร่วมกันแก้ไขพร้อมกับเสนอทางออกให้กับประเทศ”นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายกอนุทินยันรัฐบาลไม่เกี่ยวฮั้วสว.แจงไปนอกเลื่อนทานข้าวพรรคร่วมใข้เวทีงบ70อุ่นเครื่องถล่มรัฐบาลไม่กังวลฝ่ายค้าน

Leave a comment