นายกฯ ลั่น ต้องหายใจด้วยจมูกตัวเอง ขอวางใจอุตสาหกรรมป้องกันปท. ศัตรูต้องยำเกรง

7 กันยายน 2569 เวลา 12:29 น.

‘นายกฯ’ปลุก วปอ. หลายปท.สร้างอาวุธเอง ไม่อยากเลือกข้าง ต้องหายใจด้วยจมูกตัวเอง ขอวางใจอุตสาหกรรมป้องกันปท. ศัตรูต้องยำเกรง ลั่นปัญหาชายแดนเตรียมพร้อมเสมอ ทุกรอยเท้าที่ย่ำ จะไม่เป๋ บอกดูคนต้องดูที่รอยเท้า พร้อมสู้กลับ หากโดนเปิดก่อน

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยนายกฯ กล่าวว่า ในอดีตที่เราพูดถึงความมั่นคงเราจะพูดถึงการจัดหาหรือซื้ออาวุธอะไรให้ประเทศมีความพร้อม วันนี้หลายประเทศผลิตอาวุธได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าวันไหนเขาจะอยู่ข้างไหนหรือเขาจะเลือกว่าจะให้อาวุธนี้กับใคร เราไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้จมูกของใคร​ แต่เราต้องหายใจด้วยตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้นักศึกษาวปอ.​หลายคน ที่อยู่ในแวดวงความมั่นคง คงจะได้เห็นว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีการพัฒนาไปมากพอสมควร แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ คือการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของรัฐบาลไทย ซึ่งรมว.กลาโหมได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับตน ว่าอุตสาหกรรมป้องกันในประเทศ ถือว่าสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระดับหนึ่ง และจะเป็นสิ่งที่ ทำให้ได้รับความยำเกรง จากผู้ที่คิดจะมาต่อกรกับเราได้ในระดับที่เรียกว่าวางใจได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ตนได้รับการป้อนมา เนื่องจากรัฐบาลที่ตนเข้ามาในช่วงที่ทุกท่านก็คงทราบว่า มีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ค่อนข้างรุนแรง แต่สิ่งที่ทำให้เรามีความมั่นใจมาตลอดเวลา ก็คือความพรั่งพร้อม ของกองทัพ ตนต้องเปลี่ยนบริบทความคิด ว่า ทุกวันนี้จะไปรบกับใคร​ ต้องพึ่งพาระบบเศรษฐกิจ เพราะเรามีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและจะเกิดสงครามน้อยมาก การที่จะต้องทุ่มเทงบประมาณมหาศาลไปเพื่อการเตรียมความพร้อมของยุทโธปกรณ์ต่างๆ​ ไม่น่าสำคัญเท่ากับการที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเรามีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน ซึ่งเคยคิดอย่างนั้น และ​ ณ ตอนนั้นก็ยังคิดว่าถูกต้อง

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่การันตีชัยชนะของเราคือความพรั่งพร้อมของกองทัพ ซึ่งนี่ต้องยอมรับจริงๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้แม้แต่ความตั้งสงบต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ​ กลับขึ้นมา ที่จะต้องมาเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ในการป้องกันประเทศ ซึ่งตนและผู้นำเหล่าทัพก็ได้หารือกันตลอด และเห็นพร้องต้องการว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น​ นอกจากที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศให้รู้สึกปลอดภัย นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด​ แต่ต้องทำให้เขาเห็นว่าอย่าทำอีก​ ถ้าเขาทำอีก​ เราก็ต้องตอบสนอง และเขาตัดสินใจผิดที่จะมาวุ่นวาย​ หรือรุกรานประเทศไทย ทั้งนี้ ตนขอให้ความมั่นใจ กับนักศึกษาวปอ.​68 สิ่งรัฐบาลได้ร่วมกันปกป้องประเทศมาโดยตลอด​ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ ทั้งสิ้น แล้วเราก็ยังคงต้องเตรียมความพร้อมเช่นนี้ ตราบใดที่ความสัมพันธ์ทางการทูตยังไม่ถูกสถาปนากลับมาอีกครั้ง และความพร้อมเหล่านี้มีอยู่แล้วเรียบร้อยแล้ว และทุกคนก็สามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ วางแผนทุกอย่าง ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ​ ประเทศไทยของเราทุกวันนี้พร้อมที่จะเดินหน้า ด้วยพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งและมั่นคง รอยเท้าที่ประทับไปแต่ละรอย จะไม่เป๋ หรือความมั่นใจทุกการกระทำที่ย่ำไปจะต้องย่ำด้วยความมั่นคง ดูคนต้องดูที่รอยเท้าว่าเขาเดินอย่างไร

“ตั้งแต่ผมได้เข้ามาบริหารประเทศในรัฐบาลอนุทิน 1 ตั้งแต่เดือนก.ย. และขาดตอนเดือนธ.ค. สิ่งที่การันตีชัยชนะของเราคือ ความพร้อมของกองทัพ ต้องยอมรับจริงๆเพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทำให้คำว่า แม้หวังตั้งสงบ ต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ ที่ต้องกลับมาที่นโยบายหลักของรัฐบาลอีกครั้ง ในเรื่องการป้องกันประเทศ ซึ่งตนและผู้นำเหล่าทัพได้หารือกันตลอดเวลา และมีความเห็นตรงกันว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศให้รู้สึกปลอดภัย”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดตรงตะเข็บชายแดน อาจจะมีความรู้สึกมากกว่าเรา เพราะท่านไม่รู้ว่าวันไหนจะมีเสียงระเบิดตกใส่ มีหลายครั้งตกกลางหลังคาบ้าน ซึ่งอาวุธที่เขาถล่มเข้ามามีความรุนแรง มีกำลังมีพลัง และมีน้ำหนักมาก ด้วยความเร็วและทิศทางที่กำกับไม่ได้ และไม่ได้ตกในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ เขามีอยู่ 10,000 ลูกใช้ไป 7,000ลูกเข้ามาในประเทศไทย ถ้าจะบอกว่าไม่เป็นไร บอกว่ารับได้ เราก็ไม่ใช่คนไทย สิ่งที่เราถูกกระทำมาแล้วมีคำตอบเดียว คือ ต้องสู้กลับไม่มีทางเลือกอื่น และต้องให้เห็นว่าอย่าทำอีก นี่เป็นเรื่องสำคัญหากทำอีก เราก็พร้อมที่จะตอบสนองให้รู้ว่าเขาตัดสินใจผิดที่คิดจะมาวุ่นวายมารุกรานประเทศไทย

”ความพร้อมหลังจากนี้มีอยู่แล้วเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราทุกคนสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ วางแผนทุกๆอย่างในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งฝั่งภาคเอกชนก็ดำเนินการวางแผนในการขยายกิจการธุรกิจของท่าน ท่านเปรียบเสมือนบ้าน หากบ้านเมืองอยู่ในสภาวะปกติ ท่านที่อยู่ในแวดวงราชการท่านก็วางแผนพัฒนาระบบการทำงาน สามารถวางแผนได้โดยตั้งสมมุติฐานว่ามีความเป็นปกติ เพราะไม่มีศัตรูของประเทศจากที่ไหนก็ตามที่จะเข้ามาทำร้าย หรือเข้ามาทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายจากการคุกคาม ทำร้ายลูกหลานของพวกเขาได้ นี่คือสิ่งที่อยากเน้นย้ำให้ทุกคนได้เกิดความมั่นใจว่าประเทศไทยของเราทุกวันนี้พร้อมที่จะเดินหน้ารีซิเลียนไทยแลนด์ด้วยกำลังขับเคลื่อนที่มั่นคง แข็งแกร่ง รอยร้าวแต่รอยจะสามารถย้ำไปด้วยความมั่นคง ดูคนดูที่รอยร้าวได้ว่าเค้าเดินอย่างไร“นายกฯ กล่าว

วปอ.68อนุทิน ชาญวีรกูล

Leave a comment