สนธิ ลั่นกลองรบ 10 ก.ย. นี้ บุกสถานทูตยิว จับตา กกต. ปมฮั้ว สว. หากมีตัดตอน ยกระดับชุมนุม

7 กันยายน 2569 เวลา 12:24 น.

สนธิ

วันที่ 7 ก.ย.69 เวลา 10.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงทิศทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยประกาศเตรียมเดินหน้ารวบรวมพลังประชาชนและยกระดับการเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมจับตาการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

ทั้งนี้ นายสนธิ ยังได้ระบุเพิ่มเติมถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันว่า ประเทศไทยในเวลานี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองมีลักษณะเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ตนมองว่ามีความฉลาดและเจ้าเล่ห์ แอบอ้างเรื่องการปกป้องสถาบันฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส่งตัวเองเข้าสู่อำนาจการบริหาร ซึ่งตัวเขากับนายอนุทินมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้นายอนุทินจะเคยกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องทวงคืนประเทศไทยเพราะแผ่นดินนี้เป็นของทุกคน แต่ภาคประชาชนที่ตนกำลังนำเคลื่อนไหว คือกลุ่มคนที่มุ่งหวังอยากเห็นรัฐบาลที่มีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และพร้อมจะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งถือเป็นศักดิ์ศรีของประเทศที่ไม่อาจหาได้จากรัฐบาลชุดนี้

สนธิ

นอกจากนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าใช้อำนาจรัฐในการปิดบังข้อมูลหลายด้าน ทั้งกรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง และประเด็นเรื่องอธิปไตยของชาติ ซึ่งหากในอดีตไม่มี พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ขณะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ออกมาทวงคืนพื้นที่โดยยึดแนวเขตตามแผนที่ 1:50,000 ไทยคงต้องเสียเปรียบไปแล้ว ทว่าพรรคภูมิใจไทยกลับมีท่าทีบิดพลิ้ว ไม่ยอมรับข้อเสนอให้ยกเลิก MOU43 และไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ว่าทำไมยังคงยึดถือแนวแผนที่ 1:200,000 อยู่อีก

นายสนธิ กล่าวต่อว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากเหตุการณ์ทางการเมืองเฉพาะหน้า แต่ต้องการให้สังคมย้อนกลับไปดูต้นเหตุของปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน เพราะมองว่าการเมืองไทยมีการเปลี่ยนขั้วและเปลี่ยนรัฐบาล แต่เครือข่ายอำนาจและผลประโยชน์ยังคงเชื่อมโยงกันอยู่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเคยออกมาต่อสู้กับรัฐบาลและระบอบทักษิณ เพราะไม่เห็นด้วยกับการทุจริต การใช้อำนาจ และการทำลายหลักนิติรัฐและนิติธรรม แต่ในปัจจุบันกลับมองเห็นปัญหาในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับรัฐบาลและกลุ่มอำนาจทางการเมืองชุดปัจจุบัน จึงเห็นว่าประชาชนไม่ควรเลือกปฏิบัติในการตรวจสอบนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด

สนธิ

นายสนธิ กล่าว “ถ้าสิ่งที่เราต่อต้านในอดีตคือการฉ้อราษฎร์บังหลวง การทำลายหลักนิติรัฐและนิติธรรม วันนี้ถ้ามันเกิดขึ้นกับฝ่ายที่เราเคยสนับสนุน เราก็ต้องกล้าตรวจสอบเหมือนกัน”

นายสนธิ ยังกล่าว ถึงกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ซึ่งมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้ว สว.ว่า ต้องจับตาการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่ กกต.อาจจะมีมติ 5 ต่อ 2 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หากกระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปในลักษณะที่มีการตัดตอนบุคคลบางกลุ่ม หรือดำเนินคดีเฉพาะผู้ที่อยู่ระดับล่าง โดยไม่สาวไปถึงผู้ที่มีอำนาจหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็อาจทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการยุติธรรมและความเป็นอิสระขององค์กรที่เกี่ยวข้อง

สนธิ

“วันที่ 14 กันยายนนี้ต้องจับตา ถ้า กกต.มีการตัดตอนตามที่ผมคาดการณ์ไว้ รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องกังวล เพราะจะมีเรื่องเกิดขึ้นตลอดเวลา และประชาชนจะได้เห็นว่าเครือข่ายอำนาจที่กำลังบริหารประเทศอยู่นั้นเป็นอย่างไร” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ ยังกล่าวถึงตัวเลขงบประมาณประมาณ 1,621 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้านเทคโนโลยีและ AI โดยตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ หากเป็นเพียงการเช่าระบบหรือเทคโนโลยีจากภายนอกมาใช้งาน และเมื่อหมดสัญญาจะต้องใช้งบประมาณเช่าต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมเสนอว่ารัฐควรนำงบประมาณดังกล่าวมาพัฒนาบุคลากรและสร้างเทคโนโลยี AI ของประเทศไทยเอง

สนธิ

ด้วยเหตุที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนหมดความเชื่อถือในตัวรัฐบาลและศูนย์ดำรงธรรม นายสนธิ จึงประกาศเตรียมปักหมุดเริ่มต้นเคลื่อนพล โดยจะเริ่มจากการประท้วงกลุ่มชาวยิว และต่อต้านกลุ่มทุนจีนเทาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากนั้นจะออกเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของคนไทยกลับคืนมา โดยย้ำว่าในวัย 79 ปี หากต้องเสียชีวิตระหว่างการสู้ครั้งนี้ก็พร้อมยอมรับโดยไม่หวาดกลัว และไม่สนใจคำด้อยค่าว่าเป็นเพียง “ม็อบน้ำหมาก” เพราะหากมีความศรัทธาและความเชื่อมั่น ก็ไม่มีสิ่งใดต้องเกรงกลัว ย้อนไปเมื่อ 21 ปีก่อนเคยมีคนถามว่าจะมีมวลชนมาร่วมด้วยหรือไม่ ตนก็ตอบไปว่าต่อให้เหลือตัวคนเดียวก็จะต่อสู้

สำหรับปฏิทินการเคลื่อนไหว นัดหมายแรกจะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. โดยจะนำมวลชนเดินทางไปยื่นหนังสือ ณ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ถนนสุขุมวิท พร้อมอ่านแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาเข้มข้น หลังจากนั้นจะทำการสื่อสารไปยังประชาชนทุกภาคส่วนเพื่อสอบถามจุดยืนว่าเห็นด้วยกับการสู้ครั้งนี้หรือไม่ โดยเป้าหมายหลักไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ต้องการสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข จนกว่าจะยอมหยุดพฤติกรรมเรื่อยเปื่อยและหันมาตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างเด็ดขาด

สนธิ

“ผมต้องการวัดให้เห็นว่า ประชาชนไม่พอใจกับการทำงานของรัฐบาลมากแค่ไหน ไม่ใช่เวทีของการชกต่อย แต่เป็นเวทีที่ประชาชนจะบอกว่าต้องการเห็นรัฐบาลมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ มีความกล้าหาญ และยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ ยังกล่าวถึงการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยยกประเด็นราคาพลังงาน ปัญหาการกักตุนน้ำมัน การเยียวยาประชาชนจากปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการทุจริตในระบบราชการ รวมถึงปัญหาการถือครองที่ดินและการเข้ามาประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โดยมองว่าปัญหาเหล่านี้สะท้อนความล้มเหลวของรัฐในการดูแลผลประโยชน์ของประชาชนไทย นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาอธิปไตยและพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชื่นชมบทบาทของฝ่ายทหารที่ออกมาปกป้องพื้นที่ของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องอธิปไตย และไม่ดำเนินนโยบายที่อาจทำให้ผลประโยชน์ของประเทศเสียหาย

สนธิ

นายสนธิ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว โดยจะเดินหน้าสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และหากสถานการณ์ทางการเมืองไม่เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ ก็พร้อมพิจารณายกระดับการเคลื่อนไหวให้มีพลังมากขึ้น ทั้งนี้ นายสนธิระบุว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การสร้างความขัดแย้งระหว่างประชาชน แต่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางประเทศ และต้องการให้รัฐบาลตระหนักว่าประชาชนสามารถตรวจสอบและกดดันผู้มีอำนาจได้

“ผมต้องการเอาประเทศไทยของเราคืนมา ประเทศไทยต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของกลุ่มทุน กลุ่มบ้านใหญ่ หรือเครือข่ายอำนาจใด ๆ และหากประชาชนเห็นด้วยกับอุดมการณ์และสิ่งที่ตนทำก็ขอให้ออกมาแสดงพลังกันให้มากขึ้น ผมขอท้านายอนุทินให้ไลฟ์สดทุกวัน ถ้าแน่จริง และผมก็จะไลฟ์ชนกับนายอนุทินทุกวัน คนหนึ่งไลฟ์สดโกหก อีกคนเข้าไปจับผิด”

สนธิ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ

การเมืองสถานทูตยิวสนธิ ลิ้มทองกุลเอาประเทศไทยของเราคืนมา

Leave a comment