20 รัฐฟ้องทรัมป์ ปมลดทอนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

20 รัฐฟ้องทรัมป์ ปมลดทอนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

10 ก.ย. 2569 10:14 น.

20 รัฐฟ้องทรัมป์ ปมลดทอนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

อัยการสูงสุดจาก 20 พร้อมกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ กล่าวหาลดทอนมาตรการคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ขัดต่อกฎหมายสหรัฐฯ

วันที่ 9 กันยายน 2569 อัยการสูงสุดจาก 20 รัฐของสหรัฐฯ ที่นำโดยพรรคเดโมแครต พร้อมกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยื่นฟ้องรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2 คดี โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกำลังลดทอนมาตรการคุ้มครองสัตว์และพืชใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งอาจเปิดทางให้บริษัทต่างๆ เข้าไปพัฒนาพื้นที่เปราะบางที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น โดยการฟ้องร้องมีขึ้นไม่ถึง 2 เดือน หลังจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศกฎระเบียบฉบับใหม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต่างๆ สามารถเข้าไปพัฒนาพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ได้มากขึ้น

นายนิค บราวน์ อัยการสูงสุดรัฐวอชิงตัน กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามบ่อนทำลายกฎหมาย เจตนารมณ์ของสภาคองเกรส และความต้องการของประชาชนที่ส่วนใหญ่สนับสนุนมาตรการคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ พร้อมวิจารณ์ว่า แทนที่จะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลกลับมุ่งแสวงหาประโยชน์จากผืนดินและแหล่งน้ำ

รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในคดีที่ยื่นฟ้อง โต้แย้งว่ารัฐบาลได้ตีความคำว่า “อันตราย” (harm) ในกฎหมายว่าด้วยสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ปี 2516 แคบลงอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยกฎหมายฉบับสำคัญนี้มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสัตว์และพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

โดยที่ผ่านมา คำว่า “อันตราย” ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ถูกตีความให้ครอบคลุมถึงภัยคุกคามต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชเหล่านั้นด้วย แต่รัฐที่ยื่นฟ้องระบุว่า กฎใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และอาจเปิดทางให้มีการทำเหมืองหรือขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ถิ่นอาศัยที่มีความอ่อนไหวได้ ตราบใดที่กิจกรรมนั้นไม่ได้มุ่งกระทำต่อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง “โดยตรงและโดยเจตนา” ซึ่งกลุ่มสิ่งแวดล้อมหลายกลุ่มได้ยื่นฟ้องคัดค้านการเปลี่ยนแปลงกฎนี้เช่นกัน

ส่วนคดีที่สองซึ่งยื่นฟ้องในวันที่ 9 กันยายน มุ่งคัดค้านกฎใหม่ 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งยกเลิกมาตรการคุ้มครองในวงกว้างสำหรับสัตว์และพืชที่เพิ่งถูกจัดให้เป็นชนิดพันธุ์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคาม เว้นแต่สำนักงานบริการปลาและสัตว์ป่าสหรัฐฯ จะออกกฎเฉพาะสำหรับแต่ละชนิดพันธุ์.

ที่มา Aljazeera

Leave a comment