การเมืองเปลี่ยนไปแล้ว! ธิษะณา ชี้มาตรฐานตรวจสอบต้องคงเดิม ตั้งคำถามพรรคประชาชน กับผลโหวตนายกฯ-คดีสำคัญ

13 กันยายน 2569 เวลา 13:19 น.

13 กันยายน 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้สถานะทางการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว

พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน และหน้าที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของฝ่ายค้านก็คือการตรวจสอบรัฐบาล

เพราะฉะนั้น เมื่อคุณภูมิธรรมพูดถึงเรื่องเขากระโดงและเรื่องฮั้ว สว. ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องตรวจสอบ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ชี้โพรงให้กระรอก” ให้ฝ่ายค้านเสียด้วยซ้ำว่า มีเรื่องใดบ้างที่ควรตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังและติดตามไม่ให้เงียบหายไป

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากพรรคเพื่อไทยเคยยืนยันว่าทั้งสองกรณีเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง การที่วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ควรทำให้มาตรฐานนั้นเปลี่ยนไป

การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหมายถึงการร่วมใช้อำนาจบริหารและร่วมรับผิดชอบต่อรัฐบาล ไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกับฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลโดยตรง

ดังนั้น พรรคประชาชนซึ่งวันนี้เป็นฝ่ายค้าน ก็มีทั้งอำนาจและหน้าที่ทางการเมืองที่จะตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ให้ถึงที่สุด

และคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ในวันที่พรรคประชาชนตัดสินใจโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่กรณีเขากระโดงและฮั้ว สว. เป็นประเด็นที่สังคมรับรู้อยู่แล้ว พรรคได้ประเมินผลที่จะตามมาต่อกระบวนการตรวจสอบเหล่านี้ไว้อย่างไร

เพราะหากวันนี้จะตั้งคำถามว่าเหตุใดสองคดีจึงไม่คืบหน้า ก็ต้องย้อนกลับไปถามด้วยว่า ใครเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้นายอนุทินขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ต้น

นี่ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนจะทำให้ข้อกล่าวหาใดถูกหรือผิด และไม่ได้ทำให้ใครพ้นจากความรับผิดชอบ

แต่การเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจด้วย

ถ้าพรรคประชาชนยอมรับแล้วว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่ต้องรับผิดชอบ วันนี้การตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจังก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบนั้น

ส่วนพรรคเพื่อไทย หากยังยืนยันว่าทั้งกรณีเขากระโดงและฮั้ว สว. เป็นเรื่องร้ายแรง ก็ต้องยืนยันหลักการเดิมว่า กระบวนการตรวจสอบต้องเดินหน้าต่อไปอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และไม่มีการแทรกแซง ไม่ว่าจะอยู่ร่วมรัฐบาลกับใครก็ตาม

ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะกล่าวหาว่ามี “ดีล” เพื่อแลกกับการทำให้คดีใดคดีหนึ่งเงียบ หากไม่มีหลักฐานรองรับ

แต่ประชาชนมีสิทธิถามว่า การตัดสินใจทางการเมืองในวันนั้นสร้างโครงสร้างอำนาจแบบใดขึ้นมา และโครงสร้างอำนาจนั้นมีผลต่อความคืบหน้าของสองกรณีนี้หรือไม่

ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ก็ตรวจสอบไปให้สุด

พรรคร่วมรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการใช้อำนาจรัฐ ก็ต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบทำงานได้อย่างเต็มที่เป็นอิสระเต็มที่

สุดท้ายแล้ว ไม่มีพรรคไหนควรได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบ และไม่มีการตัดสินใจทางการเมืองใดควรได้รับการยกเว้นจากความรับผิดชอบเช่นกัน

Leave a comment