สยบข่าวลืองบช่วยกัมพูชา 31 ล้าน! “หมอเอก” ชี้ตัวเลขจริง 18.2 ล้าน เป็นภาระผูกพันตามสัญญาเงินกู้ ยันไทยได้ประโยชน์

13 กันยายน 2569 เวลา 13:12 น.

จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่ามีการพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อให้ความช่วยเหลือกัมพูชาเป็นวงเงินสูงถึง 31 ล้านบาทนั้น ล่าสุด นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ หรือ “หมอเอก” ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนดังกล่าว พร้อมกางข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

นพ.เอกภพ ระบุว่า ข้อมูลที่มีการแชร์กันว่าไทยอนุมัติเงินช่วยเหลือ 31 ล้านบาทนั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง” โดยได้ลำดับข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงใน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. รู้จัก NEDA และเงื่อนไขการกู้ยืมที่ไทยได้ประโยชน์

หน่วยงานที่รับผิดชอบงบประมาณส่วนนี้คือ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA ซึ่งมีหน้าที่จัดหาเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่เชื่อมโยงและเป็นประโยชน์ต่อไทย โดยมีข้อกำหนดชัดเจนว่า

  • โครงการต้องใช้ผู้ดำเนินการและวัสดุอุปกรณ์จากประเทศไทย
  • หากเป็นโครงการร่วมทุน ฝ่ายไทยจะต้องถือหุ้นมากกว่า 51%
  1. ตัวเลขจริง 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาท

งบประมาณที่ใช้กับโครงการของกัมพูชาในครั้งนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 18.2 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่

  • โครงการถนน R67 วงเงิน 12 ล้านบาท
  • โครงการด่านสตึงบท วงเงิน 6.2 ล้านบาท
  1. ไม่ใช่โครงการใหม่ และไม่ใช่เงินให้เปล่า

ทั้งสองโครงการข้างต้นเป็นโครงการที่ ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วและอยู่ระหว่างการผ่อนชำระหนี้ โดยรัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการชำระหนี้ตามสัญญามาโดยตลอด ทั้งนี้ NEDA เป็นผู้หาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินของไทยให้ โดยมีเงื่อนไขตามสัญญาว่า NEDA จะช่วยรับภาระดอกเบี้ยส่วนหนึ่ง ซึ่งงบประมาณ 18.2 ล้านบาทนี้ คือเงินที่นำมาใช้ชำระดอกเบี้ยตามสัญญานั่นเอง

ข้อควรระวัง: หาก NEDA ไม่ชำระดอกเบี้ยในส่วนนี้ อาจถือเป็นการผิดสัญญา และอาจเป็นเหตุอ้างให้กัมพูชาปฏิเสธการชำระเงินกู้คืนตามเงื่อนไขได้

  1. ผ่านการพิจารณาจากสภาฯ อย่างโปร่งใส

นพ.เอกภพ ย้ำว่า ในกระบวนการพิจารณางบประมาณ คณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการของทั้งสองสภาได้มีการซักถามรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานจนกระจ่าง จึงไม่มีการตัดลดงบประมาณ ไม่มีข้อสงวนความเห็น หรือข้อสังเกตใดๆ เพิ่มเติม

ในช่วงท้าย นพ.เอกภพ ได้สรุปถึงท่าทีของรัฐบาลว่า รัฐบาลรับทราบและเข้าใจถึงความห่วงใยของประชาชน โดยเฉพาะในบริบทของสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเรื่องงบประมาณจำเป็นต้องแยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “ความรู้สึก” โดยรัฐบาลจะยึดมั่นในการดำเนินการทุกขั้นตอนโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และข้อผูกพันตามกฎหมายหรือสัญญาระหว่างประเทศเป็นสำคัญ และยืนยันว่าเงินงบประมาณที่ใช้จริงนั้นคือ 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาท

Leave a comment