ทภ.2 แจงปม กัมพูชา ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ กกล.สุรนารี จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย

14 กันยายน 2569 เวลา 11:49 น.

14 กันยายน 2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีปรากฏคลิปการขุดคูและวางลวดหนามบริเวณพื้นที่ชายแดนช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า ตามที่ปรากฏคลิปวีดีโอเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาระบุว่าฝ่ายกัมพูชามีการขุดคูติดต่อและวางลวดหนามในพื้นที่บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยและความกังวลว่าอาจมีการดำเนินการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ฝ่ายไทยนั้น

จากการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยในพื้นที่ พบว่าบริเวณที่ปรากฏในคลิปเป็นพื้นที่บริเวณเนิน 450 ช่องกระโดน ใกล้กับฐานปฏิบัติการพนมเบงของฝ่ายไทย โดยพริเวณยอดเนิน 450 มีฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาตั้งอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย ซึ่งฐานดังกล่าวมีการใช้งานมาตั้งแต่ห้วงสถานการณ์การสู้รบภายในประเทศกัมพูชาในอดีต สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวก่อนข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ฝ่ายไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ที่มีการวางกำลังและจัดตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ใกล้กันกับฐานของฝ่ายกัมพูชาบริเวณเนิน 450 เพื่อเฝ้าตรวจและควบคุมพื้นที่รับผิดชอบป้องกันการรุกล้ำเขตแดน ภายหลังข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่ฐานปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุน ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของกำลังพลในพื้นที่ตามแนวชายแดน ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างรอบคอบ

ในส่วนของการประเมินสถานการณ์จากที่ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการขุดคูติดต่อและจัดวางลวดหนามในบริเวณดังกล่าว ประเมินว่าเป็นมาตรการเสริมความมั่นคงเชิงรับ เพื่อป้องกันตนเองในแนววางกำลังของฝ่ายกัมพูชา อย่างไรก็ตาม กองกำลังสุรนารีได้ทำการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ในกรณีที่พบความเคลื่อนไหวผิดสังเกต หรือสิ่งบอกเหตุที่อาจพัฒนาไปสู่ความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าทุกการปฏิบัติเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน และขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการและใช้วิจารณญาณต่อข้อมูลหรือคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อมิให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบสร้างความสับสน วิตกกังวล จนส่งผลกระทบต่อการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน

Leave a comment