ซัดเดือดโกงสอบบนหัว อนุทินด่าลั่น ขีดเส้น30ก.ย.ต้องจบ จับนายกอบต.รีดเงิน

18 กันยายน 2569 เวลา 06:02 น.

อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นประชาชน พูดภาษาชาวบ้าน โกงบนหัวผม-เผาบ้านเราโอด เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้ลองนั่ง บอกฟาดให้ยับไม่ต้องกลัวอิทธิพล ฟันขรก.เอี่ยวแค่ย้ายไม่พอ ต้องออกจากราชการ ขีดเส้นต้องจบ30 กันยายนนี้ไม่มีขยายเวลาส่วนประเด็นโยกย้าย พร้อมเปิดอกเคลียร์หากใครคาใจยันอธิบายได้ทุกตำแหน่ง บอก ผู้ตรวจฯ มท. ไม่ใช่เข้ากรุ พร้อมกดปุ่มรีเซ็ต ขอวัดกันที่ผลงานขณะที่ตำรวจร่วมกับป.ป.ช. บุกจับนายกอบต. รีดเงินลูกจ้างชั่วคราว แลกต่อสัญญาจ้าง เรียกหัวละ 1-3 หมื่น ถ้าใครไม่จ่ายเตรียมตกงาน ลูกน้องย้อนศรเก็บหลักฐานแจ้งเอาผิด

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยนายกฯ กล่าวถึงประเด็นร้อนเรื่องการดำเนินการกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเรื่องนี้มันบั่นทอนความมั่นใจของประชาชนมากพอสมควร ไม่มีใครไม่เชื่อว่าเรื่องนี้สุจริตอันนี้ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ ถึงแม้ว่ากำลังดำเนินการอยู่ แต่สมมุติว่าไม่มีใครผิดเลยเรื่องนี้มันเกิดขึ้นโดยระบบโดยธรรมชาติของมัน ก็ไม่มีใครเชื่อ และที่ผ่านมาเครือข่ายจากการสอบสวนจากการข่าวและจากการเชื่อมโยงต่างๆเราได้เห็นแล้วว่ามันมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งเป็นที่น่าอเนจอนาถใจมาก

นายกฯ กล่าวว่า ตนชื่อว่าถ้าตนใช้ภาษาที่ตนพูดในฐานะพี่น้องก็คือมา “โกงกันบนหัวผม” ตรงนี้สังคมสรุปเรียบร้อยแล้ว พิพากษาไปเรียบร้อย ฉะนั้นตรงนี้สังคมสรุปไปเรียบร้อยแล้วพิพากษาไปเรียบร้อย ตัวตนเองก็พิพากษาไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน เพียงแต่ว่าอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมันจะต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการ ฉะนั้นก็คงได้เห็นว่ามีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิด เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)มีการแถลงยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยึดทรัพย์มาแล้ว 380 ล้านบาท ซึ่งเขาบอกว่ามันยังไม่หมดยังมีเงินสดและมีทองคำแท่งมูลค่าประมาณอีก ฉะนั้นตรงนี้กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกลุ่มท้องถิ่นก่อนจะต้องขยายผล

นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ข้างนอกเขาจับกุมเข้าคุก ห้ามเยี่ยม ห้ามประกันไปแล้วข้าราชการที่มีส่วนทำผิดกฎหมายก็ต้องเร่งดำเนินการ ตอนนี้แค่ย้ายไม่พอ ต้องดำเนินการให้เห็นถ้าเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องสั่งให้มีการออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเรา ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ซึ่งก็ไม่มีความจำเป็นที่พวกเราทุกคนในที่นี้ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องเกรงกลัว ฟาดให้ยับ เพราะถือว่าเป็นการทำความเสียหายกับหน่วยงานของเราเผาบ้านเรา 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ท่านทุกคนเป็นเจ้าของบ้านมีทรัพย์สินอยู่ดีๆคนที่ไหนก็ตามที่มาทำร้ายทรัพย์สินทำลายบ้านของเรา เราต้องถือว่าเขาไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกันกับเรา ฉะนั้นตรงนี้จะต้องดำเนินการให้เต็มที่อย่างที่เรียนตนอยู่ที่นี่มา 3 ปีมันต้องเกรงใจกันบ้าง การทำแบบนี้จะมาบอกว่า ทำมาตั้งนานแล้ว ทำมานานแล้วตั้งแต่ตนยังไม่เข้ามาตนไม่รับทราบ ตนมาต้องรับทราบ ถ้าตนอยู่ที่นี่ทำเรื่องเหล่านี้ทำไม่ได้ เพราะเวลาโดนพี่น้องประชาชนโดนสื่อมวลชนหรือมวลชนต่างๆเขาไม่ได้พูดถึงว่าผู้อำนวยการคนไหน ผู้ตรวจคนไหนหรืออธิบดีคนไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เขาบอกว่าต้องเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นที่จะทำเรื่องนี้ได้ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ ตนก็เรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้ท่านไม่ต้องมากังวลจะไม่มีการไปบอกให้ท่านยั้งมือ เว้นคนนั้น เว้นคนนี้ การสอบสวนสืบสวน ถ้าพาดพิงไปโดนคนไหนก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

นายอนุทินกล่าวว่า ตนขอบคุณนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรที่ไปกำกับดูแลหน่วยงานให้ในระยะหนึ่ง และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสืบสวนสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการและบุคลากรที่เชื่อมโยงกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขอให้เร่งดำเนินการก่อนที่จะไปกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เร่งดำเนินการให้เรียบร้อย ถ้าไม่เรียบร้อยเดี๋ยวไม่ได้ไปกรมโยธาธิการและผังเมืองเรื่องนี้ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ต้องรับผิดและรับชอบ

 “เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนขวัญ ผมต้องใช้คำนี้น่าสยอง สำหรับความเป็นรมว.มหาดไทยของผมฉะนั้นตรงนี้ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่และมั่นใจผมเข้าใจมีกฎหมายต้องยึด มีขั้นตอนต้องยึด แต่มันต้องเร่งรัด และตามงานจากลูกน้อง ตรงนี้พอเราเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้บริหารเราต้องมองสเต็ปให้ได้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้แน่นอน วิเคราะห์ได้ว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ และจะต้องเกี่ยวพันถึงคนนี้เราทำงานด้วยกันมา โดยเฉพาะในกรณีนี้ตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัยตรงไหนไม่เคยหลุดสักเรื่อง แต่ท่านยังจะมากลัวว่าเดี๋ยวเขาจะฟ้องกลับ ฟ้องกลับยิ่งดีจะได้เปิดเผยทุกอย่างที่เราเข้าไปไม่ถึงเพิ่มมากขึ้นกฎหมายยังไงก็ปกป้องคุ้มครองคนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตอยู่แล้ว  อย่าช้า ปมไม่ให้ขยายเวลา” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอพูดตรงนี้มีคนมาบอกว่าจะมีการขยายเวลาเรื่องนี้ไม่มีนะครับ ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ อย่าจบเลยวันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นอันขาด เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเปลี่ยนหน้าที่ของคนหลาย คน ฉะนั้นขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยกันหารือและแม้กระทั่งพวกตนที่อยู่ที่นี่ก็หารือกันและท่านไปดำเนินการในคณะกรรมการของท่านไม่มีการปกป้องช่วยเหลือ ขอให้เร่งดำเนินการให้เสร็จอันนี้ถือเป็นข้อสั่งการอย่างชัดเจน เพราะเวลามันล่วงเลยมาขนาดนี้แล้วคดีต่างๆของหน่วยงานอื่นเขาไปไกลมากแล้วจะต้องได้ข้อสรุปได้ภายในไม่เกินสิ้นเดือนก.ย.นี้

นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงการสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีมีรายชื่อ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกฯ ไปเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ตร.ได้ตอบกลับมาหรือยัง ว่า ตอบกลับมาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเดียดได้

นายอนุทิน ได้กล่าวขอบคุณข้าราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่า รู้สึกเสียดายใจหายที่ผู้บริหารบางคนต้องเกษียณอายุราชการ อาทิ อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 13 ท่าน โดยขอให้ภาคภูมิใจว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ในการรับใช้ประเทศชาติและประชาชน ทุ่มเทเสียสละ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ และเชื่อว่าหลายท่านจะยังมีบทบาทอื่นต่อไป ในนามกระทรวงมหาดไทยอาจจะขอให้ท่านมาช่วย ใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์กับราชการ

นายกฯ ระบุว่า ให้ผู้ตรวจราชการ มารายงานกับตน ต้องเลิกความเชื่อว่าผู้ตรวจราชการ คือที่เก็บกรุ บางครั้งเมื่อไปอยู่ตรงนั้นก็ได้สงบสติอารมณ์ ได้ใช้ความคิดว่าทำไมถึงได้มาอยู่ตรงนี้ ต้องเร่งทำผลงาน ไม่ใช่ว่าไปอยู่แล้ว จากคนที่เคยรู้จักกันมา เป็นคนที่ไม่รู้จักกัน ไม่ใช่ว่าตนไปเหนือท่านไปใต้ หากเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้ออกสักที พร้อมระบุว่า ทุกคนมีโอกาส ซึ่งตนทำให้เห็นแล้ว เพราะตนเป็นคนไม่พกพาความแค้น ไม่นำความโกรธไปที่ไหนเลย อารมณ์ดีทุกวัน บางครั้งที่มีการโยกย้ายเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ ข้าราชการหลายท่าน ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ตนยืนยันได้ว่าอธิบายได้ทุกคน อยากให้ทุกท่านมาถามด้วยซ้ำว่า เมื่อตอนปลัดกระทรวงมหาดไทยนำเรื่องมาหารือ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้

 “ผมพร้อมตอบได้หมดจริงๆ แต่ท่านก็ต้องตอบผมให้ได้ด้วย และขอย้ำว่า ทุกคนมีโอกาสหมด อย่าคิดว่าไปอยู่แล้วอยู่เลย มันต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน ขึ้นอยู่กับผลการทำงาน ผมกดปุ่มรีเซ็ตตลอดเวลา ไม่มีความลับอะไรกับท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย การหารือการอะไรที่มีความเหมาะสม ผมเอาด้วยหมด สนับสนุน ขอให้ทุกท่านแสดงผลงาน อยู่ตรงไหนก็สามารถทำประโยชน์ได้ ยิ่งในบทบาทของผู้ตรวจราชการ ท่านมีเขตรับผิดชอบ ต่างจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูจังหวัดเดียว และสามารถใช้อำนาจปลัดกระทรวงได้ด้วย ผมไม่รู้ว่าใครไปสร้างวัฒนธรรม ว่าเป็นการเก็บเข้ากรุ ไปย้อนดูกระทรวงสาธารณสุข ทุกคนอยากเป็นผู้ตรวจ ไม่เช่นนั้นจะขึ้นตำแหน่งอธิบดีไม่ได้ ขึ้นปลัดไม่ได้ กระทรวงมหาดไทยก็มีปลัดหลายคนที่เป็นตรวจผู้ตรวจราชการมาแล้ว” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า “หากใครมีเรื่องคาใจทั้งหลาย ตนพร้อม ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะเปิดอกคุยกัน”

วันเดียวกัน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ รุ่งเรือง ผกก.3 บก.ปปป. ร่วมกับนายนิรันดร ศรีภักดี ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดศรีสะเกษ นำกำลังเข้าจับกุม นายยศพนธ์ อายุ 65 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ จ.68/2569 ลงวันที่ 16 ก.ย. 2569 ความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือมาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ” โดยจับกุมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพนักงานจ้างตามภารกิจและพนักงานจ้างทั่วไปของ อบต.หนองหมี ว่า นายยศพนธ์มีพฤติการณ์ เรียกรับเงินจากพนักงานจ้าง เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างงาน

จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อต้นเดือน ส.ค.2569 นายยศพนธ์เรียกประชุมลูกจ้างประมาณ 25 คน พร้อมแจ้งว่าสัญญาจ้างของพนักงานจ้างกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย.2569 โดยสอบถามผู้เข้าร่วมประชุมว่า ผู้ใดประสงค์จะต่อสัญญาจ้าง จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการต่อสัญญา

ต่อมามีพนักงานจ้างเข้าไปพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการต่อสัญญาที่ห้องทำงานของนายยศพนธ์ โดยนายยศพนธ์แจ้งว่า ลูกจ้างที่มีอายุงานไม่เกิน 3 ปี ต้องจ่ายเงินคนละ 10,000 บาท ส่วนผู้ที่มีอายุงานเกิน 3 ปี ต้องจ่ายเงินคนละ 30,000 บาทจากนั้นกลุ่มผู้เสียหายวางแผนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวและคลิปเสียงระหว่างการสนทนาและต่อรองเงินค่าต่อสัญญาจ้าง เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และพนักงานจ้างได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับ และวางแผนเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายยศพนธ์เข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอลสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Leave a comment