19 กันยายน 2569 เวลา 06:04 น.

“หมอเอก” โฆษกรัฐบาล ตามกระทืบพรรคประชาชน ปม สส.ภูเก็ต เอี่ยวคดีถือครองนอมินี เจ้าตัวเบี้ยวนัด 3 ครั้ง หวั่นกระทบคดียักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ด้านนายกฯ หนูย้ำรัฐบาลปรามสแกมเมอร์ อย่างบ้าระห่ำ โลกยังชื่นชม ด้าน “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ให้ตรวจสอบ “วรภัค” เชื่อมโยงสแกมเมอร์ เป็นเรื่องส่วนบุคคล
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมาตราการปราบทุนเทาของรัฐบาล ว่า จากที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ในช่วงที่ผ่านมามีการทำงานระหว่างแต่ละกระทรวง และหน่วยงานต่างๆ เพื่อจับเกี่ยวกับเรื่องการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย และการจดทะเบียนบริษัทที่ผิดกฎหมาย โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการออกประกาศว่าถ้าบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นด้วย หรือแม้แต่เป็นคนไทยจะมีการตรวจสอบประวัติว่าคนไทยที่มาร่วมถือหุ้นนั้นเป็นผู้ที่อยู่ในบัญชีของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยหรือไม่ และจะมีการตรวจสอบว่ามีการเดินบัญชีที่เหมาะกับบริบทของบริษัทนั้นๆหรือไม่ และมีการออกประกาศว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นจะมีการตรวจสอบทุกครั้ง รวมถึงมีการตรวจสอบการไขว้หุ้นระหว่างบริษัทด้วย ซึ่งจะทำให้บริษัทที่มาจดทะเบียนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นนอมินีลดลงอย่างชัดเจน และหากเจอบริษัทที่สงสัยว่าเป็นนอมินี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 2,000 กว่าบริษัทจะส่งให้กระทรวงมหาดไทย และทางกระทรวงมหาดไทยจะรับลูกต่อ ด้วย
บังคับคดีขายทรัพย์สิน
การไปดูว่าบริษัทนี้ถือครองทรัพย์สินอย่างไร อย่างเช่นที่ดินมีมูลค่าถึง 85,000 ล้านบาทใน 2,000 บริษัทนี้ ซึ่งตรงนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการเพื่อเข้าสู่ การบังคับขายที่ดินที่ถือครองโดยนอมินีและนอกจากนี้ จะมีนอมินีหรือคนที่สวมสิทธิ์ใช้บัตรประชาชนคนไทย ตรงนี้กระทรวงมหาดไทยก็มีมาตรการ และมีการตรวจสอบขยายผล ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่อยุธยา มาถึงแฟลตดินแดง และไชยปราการ ล่าสุดไปจับกุมที่สุราษฎร์ธานี ตรงนี้จะมีการขยายผลต่อไป ถือเป็นการทำลายแก๊งที่มีความเกี่ยวข้องกับนอมินีทุนเทา นอกจากนี้ ในช่วงการทำงานของรัฐบาลนี้มีการยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายที่ทำผิดทางด้านธุรกรรมผิดกฎหมาย ถึงประมาณ 20,000 ล้านบาทจากเครือข่ายเบน สมิธ และยิม เลียก ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการไป
บีบพรรคประชาชน
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และพูดคุยในที่ประชุม เป็นสิ่งที่นายกฯให้นโยบายคือ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เป็นเรื่องทุจริต และผิดกฎหมายถ้าสืบค้นไปถึงตรงไหนให้ดำเนินการเต็มที่ไม่มีการขอ ไม่มีการยกเว้น ไม่มีการเจรจา ดังนั้นวันนี้จึงอยากขอให้ทุกภาคส่วนรวมถึงพรรคการเมืองต่างๆที่มีคนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการนอมินี การฟอกเงิน หรือเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆขอให้นำบุคคลเหล่านี้ที่อยู่ในกระบวนการสืบสวนให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยที่ไม่ปิดบังหรือปกปิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้หมายถึงกรณี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชนที่มีเรื่องอยู่ และยังไม่มีการดำเนินการใดๆแม้จะมีการออกหมายเรียกไป 3 ครั้งแล้วใช่หรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า จริงๆแล้วเป็นเรื่องของทุกพรรคการเมืองที่จะรับผิดชอบคนของตัวเอง ซึ่งกรณี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน จากข้อมูลที่เราทราบทางกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีหมายเรียกให้มาชี้แจงแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังมีการผัดผ่อนตรงนี้ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่จะสามารถผัดผ่อนได้ แต่ถ้าพรรคการเมือง รวมถึงคนที่มีตำแหน่งเป็น สส.ด้วย ควรที่จะออกมาให้ความชัดเจนต่อสังคมด้วย และออกมาชี้แจงกับหน่วยงานสืบสวน เพื่อให้เขาขยายผลต่อได้ไม่เช่นนั้นแล้วเวลาที่ล่วงเลยไปบางครั้งอาจเกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อการสืบสวนได้เช่นเดียวกัน //
ใครมีเอี่ยวต้องไปแก้ตัวเอาเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ออกส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง ในรัฐบาลอนุทิน 1 ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย รัฐบาลชุดนี้ปราบปรามสแกมเมอร์อย่างบ้าระห่ำ และเมื่อมีตัวแทนของต่างชาติ หรือได้ไปพบกับหน่วยงานความมั่นคงทุกประเทศ ก่อนที่จะเริ่มทำการหารือ ก็ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลประเทศไทย ในการต่อต้านดำเนินคดีและยึดทรัพย์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติ
“ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงดำเนินคดีหลายคดี ยังติดตามยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังมารายงานว่ามีทรัพย์สินที่ยึดมาเป็นรายการหุ้น มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยปรึกษาศาล ว่าต้องทำอย่างไร จะสามารถยึดมาเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือขายทอดตลาดได้หรือไม่ จะได้นำเงินกลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน” นายอนุทิน กล่าว
ไม่มีการเกรงใจใคร
เมื่อถามว่า แม้รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามเต็มที่ แต่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังตั้งคำถามว่านายกฯ เกรงใจใครถึงไม่ทำเรื่องนี้จริงจัง นายกฯ หัวเราะ ก่อนจะตอบว่า “ที่ชัวร์ๆ คือไม่เกรงใจเขา ไม่เกรงใจโรม”
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ ต่างประเทศ สภาฯ สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีรายชื่อของนายวรภัค ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตัวบุคคล
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการจี้ให้รัฐบาลไทย ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอยู่แล้ว ขบวนการสแกมเมอร์ ออนไลน์ สิ่งพวกนี้เราก็ให้ความสำคัญ และถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ อึดอัดหรือไม่ ที่ต้องชี้แจงกับต่างประเทศในเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อึดอัด
กรณ์ขุดอดีตรมต.ยุคอิ้ง
เพจเฟซบุ๊ก “ทีมกรณ์ – TeamKorn” โพสต์ข้อความระบุว่า “เจอรัฐมนตรีคลัง เอี่ยวทุนเทาอีกราย! รอบนี้ ยุคนายกฯ อุ๊งอิ๊ง”
ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “ทีมกรณ์ – TeamKorn” ยังได้โพสต์ข้อความในคอมเมนต์ ระบุว่า “เฉลยชื่ออยู่ในรายละเอียด เพจเฟสบุ๊คแห่งหนึ่ง ซึ่งโยงทุนเบาของเบน สมิธ ทั้งยังอ้างว่าทาง DSI ประกาศรับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว แต่ กลต. แจ้งผมว่า ‘ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน‘