รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ทำไมเภสัชกรไม่จ่ายยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ

21 กันยายน 2569 เวลา 15:47 น.

ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) คือยาใช้กำจัดเชื้อโรค ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมากมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 20  ถ้าโลกนี้ไม่มียากลุ่มนี้ ผู้คนจำนวนมากจะล้มตายเพราะติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาปฏิชีวนะให้มีประสิทธิผล ต้องใช้ให้ตรงกับเชื้อโรค และอวัยวะที่เป็นโรค ขอย้ำว่า ยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้ ดังนั้น การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคเหล่านี้จึงไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก

การใช้ยาปฏิชีวนะจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เลือกชนิดยา ขนาด และระยะเวลาที่เหมาะสมกับโรค และผู้ป่วยแต่ละราย การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องและสมเหตุสมผลจึงเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

สำหรับโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ยาปฏิชีวนะที่พบบ่อย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปอดบวม ต่อมทอนซิลอักเสบจากแบคทีเรีย หรือโรคผิวหนังที่มีการติดเชื้อ

ตัวอย่างการใช้ยาปฏิชีวนะผิด ซึ่งพบบ่อยในชีวิตประจำวันคือ การหายามากินเองเมื่อมีอาการไข้หวัด ไอ หรือมีเสมหะเขียว ทั้งที่จริงแล้วอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย ซึ่งการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีเช่นนี้ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น เพราะว่ายาไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส แถมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาโดยไม่จำเป็น

อีกพฤติกรรมที่พบเสมอคือ การหยุดยาเองเมื่ออาการดีขึ้น ทั้งที่แพทย์สั่งให้รับประทานยาต่อเนื่องจนหมด ดังนั้น การหยุดยาเองกลางคัน จะทำให้เชื้อที่ยังเหลืออยู่ปรับตัวและกลายเป็นเชื้อดื้อยาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องการแบ่งยาให้คนอื่นรับประทาน หรือใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งล้วนเป็นการใช้ยาที่ไม่สมเหตุสมผลและเป็นอันตรายมาก

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล เป็นหัวใจสำคัญในการรักษา เพราะแม้ยากลุ่มนี้จะช่วยชีวิตผู้ป่วยจากการติดเชื้อแบคทีเรียได้มากมาย แต่การใช้ยาปฏิชีวนะผิดวิธี กลับสร้างปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งกำลังเป็นวิกฤตระดับโลก ที่ส่งผลกระทบต่อตัวบุคคล ครอบครัว และระบบสาธารณสุขโดยรวม

ในประเทศไทย ปัญหาเชื้อดื้อยาถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาหลายหมื่นคนต่อปี และยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์มหาศาล การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ระมัดระวังจึงนับเป็นปัญหาใหญ่ด้านสาธารณสุข ที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งในระดับบุคคลและระดับนโยบายโดยด่วน

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล คือใช้ยาเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ของโรคที่ชัดเจน เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียทางเดินปัสสาวะ ติดเชื้อแบคทีเรียในปอด หรือการอักเสบของต่อมทอนซิลที่เกิดจากแบคทีเรีย การเลือกชนิดยาที่เหมาะสมกับเชื้อและภาวะของผู้ป่วย การใช้ยาในขนาดและระยะเวลาที่ถูกต้องตามคำสั่งแพทย์ การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่คำตอบของทุกอาการเจ็บป่วย และสิ่งสำคัญคือ ต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจนว่าการมีไข้ ไอ หรือเสมหะเขียว ไม่ได้หมายความว่าติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไป ดังนั้น การรักษาที่ถูกต้องจึงจำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยโดยแพทย์หรือเภสัชกร เพราะจะช่วยลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น และยังช่วยป้องกันการเกิดปัญหาเชื้อดื้อยาได้ในระยะยาว

ท้ายที่สุด การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผลไม่ใช่เพียงการป้องกันผลเสียต่อสุขภาพของผู้ป่วยรายบุคคล แต่ยังเป็นการรักษาประสิทธิภาพของยาสำหรับสังคมโดยรวม เพื่อให้ยาปฏิชีวนะยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้น หากทุกคนร่วมมือใช้ยาอย่างมีเหตุผล ปัญหาเชื้อดื้อยาจะถูกควบคุมได้ และเราจะยังมีทางเลือกในการรักษาโรคติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพต่อไป

 

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment