ไชยันต์ เตือนอย่าตัดตอน บทเรียนรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ยกเคสคาเมรอน เทียบทักษิณ ยุบสภาหนีปัญหาสร้างวิกฤต

21 กันยายน 2569 เวลา 08:59 น.

21 กันยายน 2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า ใครก็ตามที่ออกหน้ามาพูด “ 20 ปีรัฐประหาร 2549 ” โปรดพูดให้ครบเถิดครับ อย่าตัดตอน อย่าเลือกเฉพาะส่วน ! #20ปีรปห2549

…..

ทักษิณ ก่อนรัฐประหาร 2549

กรณี “ปานามาเปเปอร์ส”

#การยุบสภา

การซื้อขายหุ้นโดยไม่เสียภาษีของครอบครัวนายกรัฐมนตรีอังกฤษ: กรณีที่คล้ายคลึงกัน แต่ใช้วิธีการแตกต่างกัน

ที่น่าสังเกตเปรียบเทียบก็คือ กรณีที่คล้ายกันกับการซื้อขายหุ้นโดยไม่เสียภาษีของครอบครัว พ.ต.ท.

ทักษิณได้เกิดขึ้นกับนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษด้วยในช่วงที่เกิดกระแสข้อมูลที่แพร่กระจายไปทั่วโลกในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

กรณี “ปานามาเปเปอร์ส” รายงานว่าผู้นําหลายประเทศได้เข้าไปพัวพันในการยักย้ายหลักทรัพย์ไปลงทุนในประเทศที่ไม่ต้องเสียภาษี

และหนึ่งในผู้นําที่ว่าคือ นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ปานามาเปเปอร์มีข้อมูลบ่งชี้ว่าเครือข่ายครอบครัวของนายคาเมรอนได้ไปจดทะเบียนบริษัทในประเทศที่ไม่ต้องเสียภาษีเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี

แน่นอนว่า ข่าวนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวนายคาเมรอนและรัฐบาลของเขา

การถือหลักอำนาจสูงสุดของรั ฐสภา (parliamentary supremacy) ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ: ให้สภาฯตรวจสอบ

สิ่งที่นายคาเมรอนทํานั้น ถือได้ว่าเป็นการเคารพหลักการ “อํานาจสูงสุดอยู่ที่รัฐสภา” อย่างแท้จริง

เพราะเขายอมไปตอบกระทู้ถามในกรณีดังกล่าวนี้ในสภา

หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ หน้า ๑๕ ได้ลงข่าวเรื่องนี้ว่า

“ในการอภิปรายอย่างดุเดือดในรัฐสภาจนมีสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ ายค้านรายหนึ่งต้องถูกเชิญตัวออกไป

นายคาเมรอนกล่าวปกป้องผู้ที่ต้องการนําเงินมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นจุดประสงค์ของบิดาผู้ล่วงลับของเขาในการจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขตหรือออฟชอร์คอมปะนีที่ถูกเปิดเผยไว้ใน ‘ปานามา เปเปอร์ส’

เอกสารที่รั่วไหลออกมาของบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย ‘มอสแสค ฟอนเซกา’ ในปานามา”

อีกทั้ง “นายคาเมรอนพยายามที่จะเน้นยํ้าถึงความแตกต่างของการหนีภาษีแบบผิดกฎหมายและ
การหลีกเลียงภาษีแบบถูกกฎหมาย และพยายามที่จะกล่าวถึงความห่วงกังวลในเรื่องความเป็ นผู้นําของเขาที่ได้รับความเสียหาย

ไม่เพียงแต่จากคําถามเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติของเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่ยังเป็นเรื่องความแตกแยกในพรรคอนุรักษ์นิยมรวมถึงในเรื่องสมาชิกภาพของสหภาพยุโรปด้วย”

อย่างไรก็ดี นายเดวิด คาเมรอน กล่าวว่า “กําลังปรับแก้กฎหมายให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อขจัดการหนี
ภาษีให้หมดไป และหวังว่าจะยุติการถูกตรวจสอบอย่างละเอียดในเรื่องความมั่งคั่งรํ่ารวยส่วนตัว และฟื้นความเชื่อมั่นในการเป็นผู้นําของเขาให้กลับมา”

นายคาเมรอนกล่าวว่า “เป็นเรื่องถูกต้องในการออกกฎหมาย
ให้เข้มงวดยิ่งขึ้นและเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อทําให้การหนีภาษีเป็นเรื่องผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง และชักจูงให้เลิกใช้ช่องโหว่เพื่อใช้สิทธิบรรเทาภาษีอย่างสุดโต่ง ซึ่งในการจะทําเช่นนั้นเราควรจะสร้างความแตกต่างระหว่างโครงการที่ออกมาเพื่อลดภาระทางภาษีและโครงการที่กระตุ้นการลงทุนอย่างแท้จริง ความทะเยอทะยานและการสร้างความมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องสกปรก สิ่งเหล่านี้เป็นนกลไกหลัก
ในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่งคั่งในประเทศของเรา และเราควรจะให้การสนับสนุนผู้ที่ต้องการถือหุ้นหรือลงทุนเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลครอบครัว”

แต่กระนั้น “มาตรการที่นายคาเมรอนประกาศออกมา ไม่ช่วยให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อตัวเขา
ลดน้อยลงเท่าใดนัก

โดยเขาถูกกล่าวหาจากฝ่ ายค้านว่าเป็นคนมือถือสากปากถือศีล จากการไล่ล่าเอาผิด ผู้หลบเลี่ยงภาษี เนื่องจากกองทุนของบิดาของตนถูกเปิ ดเผยและจากความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลการยื่น
แบบเสียภาษีของตน”

หัวหน้าพรรคแรงงาน นายเจเรมี คอร์บิน กล่าวหานายคาเมรอนว่าเป็น “เจ้าแห่งการเบี่ยงประเด็น”

ขณะที่ นายเดนนิส สกินเนอร์ ส.ส. พรรคแรงงานที่ถูกเชิญออกจากห้องประชุมไป หลังไม่ยอมถอนคําพูดที่เรียกนายคาเมรอนว่า “จอมเจ้าเล่ห์”

———-

กรณีของนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร: ก็อ้างอำนาจสูงสุดอยู่ที่สภา แต่กลับยุบสภา !?

พ.ต.ท. ทักษิณ กลับใช้วิธีการยุบสภาเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น
ของครอบครัวของตน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า มีผู้อ้างว่าการยุบสภาของทักษิณเป็นสิ่งที่ทําได้และไม่ผิดกติกาของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาแต่อย่างใด

อีกทั้งเขาเองยังไปออกรายการสัมภาษณ์โทรทัศน์รายการ
หนึ่ง หลังจากที่ยุบสภาไปแล้ว และรอเลือกตั้งอยู่ แต่ผู้คนก็ยังประท้วงต่อเนื่อง

ในรายการนั้น ที่มีคุณสรยุทธ สุทัศนจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการ

พ.ต.ท. ทักษิณ ได้อ้างว่า ที่ยุบสภาก็เป็นไปตามหลักการที่ทักษิณได้ใช้คําในภาษาอังกฤษว่า “parliamentary supremacy” (อํานาจะสูงสุดอยู่ที่รัฐสภา)

แต่ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณเชื่อหลักที่ว่านี้จริง ก็ไม่ควรยุบสภา

แต่ควรจะเข้าประชุมสภาเหมือนอย่างที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายเดวิด คาเมรอนได้กระทําภายใต้ข้อกล่าวหาเดียวกัน

จะเห็นได้ว่า กรณีซื้อขายหุ้นโดยเลี่ยงภาษีของครอบครัวนายคาเมรอนไม่ต่างจากกรณีซื้อขายหุ้น
ของครอบครัวของ พ.ต.ท. ทักษิณ แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ

1. นายคาเมรอนเคารพหลักการอํานาจสูงสุดของรัฐสภา กล้าที่จะเข้าไปตอบข้อซักถามโดยไม่ได้
กล่าวอ้างหลักการ แต่ พ.ต.ท. ทักษิณกลับยุบสภาไปเฉยๆ และกล่าวอ้างผ่านทางโทรทัศน์ว่า
“เคารพหลักการ”

2. นายคาเมรอนจะแก้กฎหมายไม่ให้กรณีแบบนี้ เกิดขึ้นอีกเพื่อ “หวังกู้ภาพลักษณ์”

แต่สําหรับพ.ต.ท. ทักษิณ และสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่เป็ นเสียงข้างมากในสภากลับแก้กฎหมายให้มีช่องโหว่ที่จะเลี่ยงภาษีเสียเอง

ทั้งๆ ที่กฎหมายเดิมห้ามไว้อยู่แล้ว เพราะตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ได้กําหนดไว้ว่า ต้องมิใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และต้องมีสัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น

รวมทั้งต้องมีกรรมการทั้งหมดและผู้มีอํานาจกระทําการผูกพันนิติบุคคลนั้นต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยด้วย ในการนี้ คณะกรรมการ
(กทช.) อาจกําหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตสําหรับประกอบกิจการบางลักษณะหรือบางประเภทที่
เป็นนิติบุคคลจะต้องกําหนดข้อห้ามการกระทําอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการครอบงํากิจการโดย
บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยอีกด้วยก็ได้’ เห็นได้ว่าชาวต่างชาติไม่สามารถถือหุ้นได้เกินร้อยละ 25
ทั้งยังถูกจํากัดสัดส่วนของกรรมการที่ต้องเป็นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ และพวกซึ่งมี ส.ส. ในสภา 375 เสียง และ ส.ว. ที่เป็ นพรรคพวกเดียวกันอีกมากกว่าครึ่ง

ทำให้การผลักดันแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว แก้ไข พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ตัดเงื่อนไขที่เป็นข้อห้ามดังกล่าวออกไป

เห็นได้ว่า การยุบสภาครั้งนั้นเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบที่อำพรางไว้ด้วยความถูกต้องตามกฎกติกา

เป็นปฏิบัติการอำนาจนิยมอำพรางนี้นำพาให้การเมืองไปสู่ทางตันมากกว่าจะเป็นทางออก

การยุบสภาโดยมิชอบคือการหนีปัญหา หนีการตรวจสอบโดยกระบวนการรัฐสภา

หากนําประเด็นข้อกล่าวหาส่วนตัวไปสู่สนามเลือกตั้งให้ผู้เลือกตั้งตัดสิน ความเคลือบแคลงของ
การใช้กลไกการยุบสภาของทักษิณในครั้งนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่นํามาซึ่งวิกฤตการเมืองที่รุนแรงยาวนานจนถึงปัจจุบัน

Leave a comment